xs
sm
md
lg

มองดีล “เฟซบุ๊ก” ถ่ายพรีเมียร์ฯ ผู้ประกอบการไทยพร้อมรับมือ

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: MGR Online

เฟซบุ๊ค เจ้าของสิทธิ์ พรีเมียร์ ลีก ฤดูกาล 2019-20
ผู้จัดการสุดสัปดาห์ 360 - ธุรกิจถ่ายทอดสดการแข่งขันกีฬายุคปัจจุบัน เปรียบเสมือนขุมทรัพย์ล้ำค่าที่บริษัทเอกชนรายใดก็อยากร่วมกระโดดเข้าตะครุบเป็นเจ้าของ เพราะการันตีเม็ดเงินตอบแทนมหาศาลได้แน่นอน โดยเฉพาะลีกฟุตบอล พรีเมียร์ ลีก อังกฤษ ที่เปลี่ยนผู้ถือลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสดอยู่หลายราย ล่าสุด กลายเป็น เฟซบุ๊ก โซเชียล เน็ตเวิร์ก ยอดนิยมของโลก ที่ปิดดีลเป็นเจ้าของสัญญาณถ่ายทอดสดลีกฟุตบอลอันดับ 1 อย่างเป็นทางการแล้ว แถมยังส่งสัญญาณเตือนผู้ประกอบการต่างๆ ว่าจากนี้วิธีการถ่ายทอดสดกีฬาโลกจะไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป

ระหว่างที่เกมฟุตบอลโลก 2018 ที่รัสเซีย เข้าสู่สัปดาห์สุดท้าย มีข่าวฮือฮาเมื่อ เฟซบุ๊ก เครือข่ายสังคมออนไลน์เบอร์ 1 ของโลก ประกาศตัวเป็นผู้ถือลิขสิทธิ์ฟุตบอล พรีเมียร์ ลีก อังกฤษ แต่เพียงผู้เดียว ตลอด 4 ปี คือ 2019-2022 ด้วยเงินมูลค่า 200 ล้านปอนด์ (ประมาณ 8,790 ล้านบาท) ก่อนเตรียมปล่อยสัญญาณถ่ายทอดให้แฟนบอลแถบอาเซียนเช่น ไทย, เวียดนาม, กัมพูชา และ ลาว รับชมผ่านช่องทางของตัวเอง

ถือเป็นการรับไม้ต่อจาก บีอิน สปอร์ตส เจ้าของลิขสิทธิ์เดิมที่ซื้อสัญญาณมาแล้วมาขายให้กับ ทรู วิชันส์ ยักษ์ใหญ่วงการเคเบิลทีวีเมืองไทยนำไปเผยแพร่ต่อให้สมาชิกรับชม ซึ่งเอาจริงแล้วก็ไม่ใช่เรื่องใหม่เพราะก่อนหน้านี้มีข่าวมา 2-3 ปีแล้วว่า มาร์ค ซัคเกอร์เบิร์ก เจ้าพ่อ เฟซบุ๊ก สนใจอยากทำธุรกิจด้านลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสดกีฬา แต่ยังรีบไม่ออกตัวเพราะต้องศึกษาค้นคว้าเรื่องธุรกิจใหม่นี้ก่อน ประกอบกับมี 2 คู่แข่งอย่าง ยูทูป (Youtube) และ เน็ตฟลิกซ์ (Netflix) จับตาดูเช่นกัน

อินดิเพนเดนท์ สื่อดังของอังกฤษ รายงานว่า ประธานแห่งเฟซบุ๊ก เล็งเห็นว่าธุรกิจทีวีปัจจุบันซบเซาลงอย่างต่อเนื่อง ผู้คนดูทีวีกันน้อยลง ใช้เวลาอยู่กับอินเตอร์เน็ตและโซเชียลมีเดียต่างๆ รวมถึงเกาะจอดูถ่ายทอดสดการแข่งขันกีฬาต่างๆ ที่ปัจจุบันเริ่มมีการถ่ายสดทางอินเตอร์เน็ตกันเยอะขึ้น ไม่ใช่เพียงแค่ซื้อสิทธิ์ เพย์-เพอร์-วิว ไปดูทางทีวีอย่างเดียว ไม่ว่าเป็นอเมริกันฟุตบอลเอ็นเอฟแอล ที่แบ่งไปถ่ายสดทางทวิตเตอร์ ขณะที่รถสูตรหนึ่ง ฟอร์มูล่า วัน กับ กอล์ฟพีจีเอ ทัวร์ วางแผนขยับไปถ่ายในเฟซบุ๊กเร็วๆ นี้ด้วย

เรื่องถ่ายทอดสดฟุตบอลทาง เฟซบุ๊ก พวกเขามีประสบการณ์ถ่ายเกม เทสติโมเนียล แมตช์ อำลา เวย์น รูนีย์ กองหน้า แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ปีที่แล้ว คนดูมากกว่า 3.7 ล้านราย ดูสดแบบไหลลื่นไม่มีกระตุก ส่วนคำถามน่าสนใจสำหรับผู้บริโภค (โดยเฉพาะคนไทย) คือ ดูฟรีหรือเปล่า ปัจจุบันยังไม่มีคำตอบที่ชัดเจนแต่คาดว่า เฟซบุ๊ก น่าจะปล่อยดูฟรีโดยหารายได้จากค่าโฆษณาและสปอนเซอร์ที่จะเข้ามาสนับสนุน สังเกตว่าช่วงหลังคลิปวีดีโอต่างๆ ในเฟซบุ๊ก มีสอดแทรกโฆษณาเข้ามาระหว่างดูคลิปเป็นระยะ

บิสซิเนส อินไซเดอร์ วิเคราะห์ดีลนี้ว่า ซัคเกอร์เบิร์ก มีความมั่นใจยิ่งว่าการซื้อลิขสิทธิ์ พรีเมียร์ ลีก นอกจากเพิ่มช่องทางรายได้ทางธุรกิจ ชักชวนให้คนทั่วโลกหันมาสมัครเล่นเฟซบุ๊คกันเยอะขึ้น (จากเดิมที่มีเยอะมากอยู่แล้ว) ยังมองการณ์ไกลให้ เฟซบุ๊ก ยืนหยัดเป็น โซเชียล มีเดีย ที่มีผู้ใช้มากที่สุดตลอดกาลแบบที่คู่แข่งรายอื่นๆไม่สามารถแทรกตัวขึ้นมาแย่งส่วนแบ่งเค้กไปได้ เรียกว่าลงทุนครั้งเดียวได้ผลประโยชน์แบบกินเต็มอิ่มหมีพีมัน

หากจำกันได้ช่วงที่ ทรูวิชันส์ เสียลิขสิทธิ์ให้กับทาง CTH ด้วยเงินประมูลมหาศาล 9,000 ล้านบาท เมื่อปี 2013-2015 แต่สุดท้ายด้วยความเป็นมือใหม่ ไม่เชี่ยวชาญเรื่องการจัดการและมีปัญหาเรื่องการให้บริการอยู่บ่อยครั้ง แถมขาดทุนยับเยินทำให้พวกเขาต้องถ่ายทอดสดโดยแบกรับปัญหาต่างๆนาๆ ส่วน ทรูวิชันส์ ก็ใช้วิธีไปหาคอนเทนต์อื่นทั้งภาพยนตร์ กีฬา และรายการบันเทิงเอกซ์คลูซีฟมาทดแทน ถึงจะมีเสียงบ่นจากฐานคนดูฟุตบอลแต่ก็ยังประคองตัวไปได้ ก่อนจะได้กลับมาถ่าย พรีเมียร์ ลีก อีกครั้ง

ด้านนั้นลองมาดูมุมมองของ พีพีทีวี ในฐานะที่เป็นหนึ่งในผู้ประกอบการไทย คุณสุรินทร์ กฤตยาพงศ์พันธุ์ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ สถานีโทรทัศน์พีพีทีวี เอชดี ช่อง 36 ที่คิดว่าการมาของ เฟซบุ๊ก คงไม่ส่งผลกระทบอะไรมาก

“เรื่องแบบนี้เพียงแค่ไม่เคยเกิดขึ้นที่ไทย เพราะก่อนหน้านี้ FB ก็เริ่มลงมือทำกับบางประเทศมาก่อนแล้ว อย่างล่าสุดเมื่อปีที่แล้วก็ที่อินเดีย แต่ถ้าที่สหรัฐอเมริการะบบสตรีมมิ่งถือเป็นเรื่องปกติ ต้องแข่งกันอยู่แล้วทั้ง FB กับอเมซอน ทั้งหมดก็จะเริ่มทดลองจากเล็กๆ ก่อนแล้วค่อยมาลิขสิทธิ์กีฬาใหญ่ที่แพงขึ้น จากนี้ก็ต้องรอดูนโยบายของทาง FB ที่ประมูลมาได้ ที่มีหน้าที่ต้องถ่ายให้ครบ 380 แมตช์ตามกฎตลอดทั้งฤดูกาล ซึ่งก็ต้องมาปล่อยขายให้ฟรีทีวี ส่วนเราเป็นธุรกิจฟรีทูแอร์ก็สนใจอยู่แล้ว เพราะทำมาเป็นปีที่ 4 ก็อาจจะซื้อแบบเดิมคือ 26 คู่ต่อฤดูกาล เนื่องจากคงไม่มีทางที่จะไปถ่ายทุกคู่ได้ กระนั้นตามเราเป็นช่องกีฬาไม่ได้เน้นฟุตบอลเพียงอย่างเดียว แต่ก็มีทั้งมวย มอเตอร์สปอร์ต และฟุตบอลทัวร์นาเมนต์อุ่นเครื่องต่างๆ” คุณสุรินทร์ กฤตยาพงศ์พันธุ์ กล่าว

ส่วนครั้งนี้เมื่อเกมลูกหนังของเมืองผู้ดีไปอยู่กับทาง เฟซบุ๊ก ก็เชื่อว่า พวกเขาน่าจะหาคอนเทนต์อื่นมาเสริมเพื่อรอวันกลับมาเป็นเจ้าของลีกอังกฤษอีกรอบ ทว่าอนาคตล้วนเปลี่ยนแปลงได้เสมอหากธุรกิจทีวีซบเซาไม่หยุดแล้วมีบริษัทสตรีมมิ่งอื่นๆ มาจ่อคิวซื้อลิขสิทธิ์ต่อ วันนั้น การถ่ายทอดสดกีฬาคงไม่ได้โผล่มาอยู่หน้าจอทีวีอีกต่อไปแต่ไปอยู่ทางอินเทอร์เน็ตหรือโซเชียลมีเดียแทน ทีวีอาจมีไว้ต่อกับเครื่องเล่นเกมหรืออุปกรณ์ดูหนังอย่างเดียว ถือเป็นสัจธรรมแห่งการเปลี่ยนแปลงโดยแท้จริง
มาร์ค ซัคเกอร์เบิร์ก เจ้าพ่อเฟซบุ๊ค
NFL ไปถ่ายใน ทวิตเตอร์
ลีกกีฬาอื่นก็เริ่มทยอยไปถ่ายในโซเชียลฯ
คุณสุรินทร์ กฤตยาพงศ์พันธุ์ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ สถานีโทรทัศน์พีพีทีวี เอชดี ช่อง 36
กำลังโหลดความคิดเห็น...