xs
xsm
sm
md
lg

ชิง เอฟเอ คัพ “บุรีรัมย์” ล่าแชมป์ที่ 5 “กิเลน” สู้ไว้ลาย

เผยแพร่:   โดย: MGR Online

“บุรีรัมย์” ล่าแชมป์ที่ 5 ของปี
ผู้จัดการรายวัน 360 – บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด มีคิวลงล่าแชมป์ที่ 5 ของปี ในศึกฟุตบอล “ช้าง เอฟเอ คัพ 2015” ปะทะคู่ปรับตลอดกาล “กิเลนผยอง” เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด ที่พบกับฤดูกาลสุดชอกช้ำเหลือเพียงถ้วยใบสุดท้ายให้ได้ลุ้น ต้องฮึดสู้กอบกู้ศักดิ์ศรีบิ๊กทีม โดยจะมีขึ้นวันเสาร์ที่ 26 ธันวาคม นี้ ที่สนามศุภชลาศัย เวลา 19.00 น.

บุรีรัมย์ กวาดแชมป์ไปแล้ว 4 รายการในปีนี้ ไล่ตั้งแต่ ถ้วยพระราชทาน ก, โตโยต้า ลีก คัพ, โตโยต้า ไทย พรีเมียร์ ลีก และล่าสุด โตโยต้า แม่โขง คัพ คลับ แชมเปียนชิป เหลือเพียงโทรฟีใบสุดท้ายของฤดูกาลให้ลุ้นประกาศศักดิ์ดาความเป็น “เจ้าลูกหนังไทย” แต่เพียงผู้เดียวใน พ.ศ.นี้ คือถ้วย “ช้าง เอฟเอ คัพ” โดยนัดชิงชนะเลิศจะต้องพบคู่ปรับอย่าง เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด

ความพร้อมเกมนี้ “ปราสาทสายฟ้า” เจ้าของแชมป์รายการนี้ 3 สมัย (ปี 2011, 2012, 2013) จะได้ ดิโอโก หลุยส์ ซานโต ศูนย์หน้าตัวเก่งชาวบราซิเลียน กลับมาประจำการแดนหน้าอีกครั้ง หลังติดโทษแบนในรอบก่อนที่ทีมชนะ ชัยนาท ฮอร์นบิล 2-0 โดยเจ้าตัวกระหน่ำไปแล้วรวม 45 ประตูจากทุกรายการที่ลงเล่นในปีนี้ ซึ่งในถ้วยใบนี้ลงไป 4 นัด ยิง 3 ประตู ส่วนในลีกกดไป 33 ประตู รั้งตำแหน่ดาวซัลโว และเป็นผู้พังตาข่าย เอสซีจี เมืองทองฯ ได้ทั้งเกมเหย้า-เยือน ที่พบกันในลีกที่เสอมกันไป 2-2 และ 1-1

ด้าน สุเชาว์ นุชนุ่ม กองกลางกัปตันทีมบุรีรัมย์ มั่นใจว่าทีมจะคว้าแชมป์ที่ 5 ของปีเพื่อตอบแทนกำลังใจจากแฟนบอล แม้เกมล่าสุดที่ชนะ เบิงเกต อังกอร์ เอฟซี จากกัมพูชา 1-0 จะโชว์ฟอร์มได้ต่ำกว่ามาตรฐานก็ตาม “ตอนนี้ทีมพร้อมร้อยเปอร์เซ็นต์ทุกตำแหน่ง การได้ ดิโอโก กลับมาทำให้ทีมเรามีความอันตรายมากขึ้น ส่วนเกมล่าสุดแม้หลายคนจะมองว่าเราเล่นด้วยฟอร์มที่ไม่ดี แต่ฟุตบอลก็ไม่ได้เล่นแย่กันทุกนัด ที่สำคัญเกมนั้นแม้จะฟอร์มไม่ดีอย่างไรก็ไม่เกี่ยว เพราะสุดท้ายเราก็คือแชมป์ ดังนั้นเกมกับ เอสซีจี เมืองทองฯ เราต้องมีสมาธิมากขี้น เล่นตามแทคติกที่วางไว้ ผมไม่รู้ว่าเขาจะมีลูกฮึดหรือไม่อย่างไร แต่เราไม่กลัวอยู่แล้ว เราจะต้องคว้าแชมป์ที่ 5 ของปีเพื่อเป็นการตอบแทนกำลังใจจากแฟนบอลที่ตามเชียร์เรามาตลอดทั้งฤดูกาล” กัปตันกบ กล่าว

ขณะที่ เอสซีจี เมืองทองฯ ที่พบกับฤดูกาลที่ย่ำแย่ เหลือเพียงถ้วยใบนี้ให้ได้ลุ้นกอบกู้ศักดิ์ศรี หลังจากอกหักคว้าพระรองบนเวทีลีกสูงสุด ด้วยคะแนนที่ตามหลังถึง 13 แต้ม ส่วนในถ้วยโตโยต้า ลีก คัพ ก็จอดป้ายตั้งแต่รอบ 32 ทีม ซึ่งหากเข้าวินสำเร็จจะเป็นการคว้าแชมป์รายการนี้ได้เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์สโมสรด้วยเช่นกันหลังเคยเข้าชิงฯแต่น้ำตาตกมา 2 ปีติด คือ 2010 แพ้ ชลบุรี เอฟซี 1-2 และ 2011 แพ้ บุรีรัมย์ 0-1

เกมนี้ “กิเลนผยอง” จะชวดใช้งาน “เจ้าตังค์” สารัช อยู่เย็น ห้องเครื่องตัวเก่ง ที่ติดโทษแบนจากการสะสมใบเหลืองครบโควตา โดยรอบที่แล้วชนะ อาร์มี่ ยูไนเต็ด มา 2-1 แต่มีข่าวดีเมื่อจะได้ใช้งาน “เจ้าโก้” ดัสกร ทองเหลา มิดฟิลด์กัปตันทีม ที่หายจากการบาดเจ็บหน้าแข้งที่ได้รับมาตั้งแต่กลางเดือนพฤศจิกายน กลับมาบัญชาการเกมรุกอีกครั้งร่วมกับ ธีรศิลป์ แดงดา และ เคลย์ตัน ซิลวา รองดาวซัลโวลีก 25 ประตู ที่ยิงในรายการนี้ไปแล้ว 6 ตุง

โดย ดัสกร กล่าวถึงความพร้อมของตนว่าต้องการที่จะลงเล่นเกมนี้เป็นอย่างยิ่ง “สภาพร่างกายตอนนี้ประมาณ 90 เปอร์เซ็นต์แล้ว เชื่อว่าในวันแข่งจะพร้อมลงเล่นแน่นอน และตัวผมเองก็อยากที่จะลงเล่นในเกมนี้มาก เพราะเป็นเกมนัดชิงฯและเป็นการเจอกันของ 2 ทีมใหญ่ด้วย แต่ทั้งนี้ต้องขึ้นอยู่กับโค้ชว่าจะวางแทคติกอย่างไร ที่สำคัญพูดได้ว่าเกมนี้เราไม่มีอะไรจะเสียอยู่แล้ว ต้องมุ่งมั่นเต็มที่ให้เกินร้อย การที่ไม่ได้แชมป์มาหลายปีและเหลือเพียงแชมป์เดียวให้ได้ลุ้นในปีนี้จะช่วยเป็นพลังฮึดให้กับเรา หากเป็นไปได้อยากให้ตัดสินกันในเวลา 90 นาทีไปเลย ส่วนการขาด สารัช ไปนั้น มีผลกระทบแน่นอนเพราะเขาโชว์ฟอร์มได้ดีมาตลอด แต่เชื่อว่าจะไม่ถึงกับทำให้ทีมยวบ ทีมยังมีอีกหลายคนที่พร้อมจะขึ้นมาทดแทน สุดท้ายผมไม่รู้หรอกว่าเรามีโอกาสคว้าแชมป์ขนาดไหน แต่ผมมั่นใจในทีมของผมว่าจะสู้เต็มที่โดยไม่เป็นรองแน่นอน” กัปตันโก้ ทิ้งท้าย

สำหรับเกมระหว่าง บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ปะทะ เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด หากเสมอกันใน 90 นาที จะต้องต่อเวลาพิเศษออกไปอีก 30 นาที หากยังตัดสินไม่ได้ต้องยิงจุดโทษชี้ขาด โดยแชมป์รายการนี้จะได้รับเงินรางวัล 5 ล้านบาท ส่วนรองแชมป์ได้ 1 ล้านบาท


“กิเลนผยอง” หวังกู้ศักดิ์ศรี
สุเชาว์-ดัสกร ชิงเหลี่ยมแดนกลาง
ดิโอโก พ้นโทษล่าตาข่าย
กำลังโหลดความคิดเห็น