เอเยนซี - กระแส “บิ๊กทรี” ของศึกบาสเก็ตบอล เอ็นบีเอ (NBA) กล่าวขานมาตั้งแต่ยุครุ่งเรืองของ ไมอามี ฮีต ประกอบด้วย เลอบรอน เจมส์ , ดเวย์น เหวด และ คริส บอช และกลายเป็นต้นแบบโครงสร้างของหลายๆ ทีม ซึ่งต้องการไล่ล่าความสำเร็จ ทั้งนี้ “บลีเชอร์ รีพอร์ต (Bleacherreport)” วิเคราะห์จัด 10 อันดับ 3 ซูเปอร์สตาร์แต่ละแฟรนไชส์ อันน่าเกรงขาม นำโดย คลีฟแลนด์ คาวาเลียร์ส , แอลเอ คลิปเปอร์ส และ โกลเดน สเตท วอร์ริเออร์ส
10. ชิคาโก บูลล์ส
ปัญหาการบาดเจ็บรบกวน ทำเอา “บิ๊กทรี” ของ บูลล์ส ยังไม่เปรี้ยงเท่าที่ควร เริ่มจาก เดอร์ริค โรส การ์ดจ่าย ที่หมอนรองกระดูกเข่าขวาฉีก ยามลงสนาม สไตล์การทะลุทะลวงใต้แป้นของ “ดี-โรส” ดูหดหายไปบ้าง และต้องหันมาชู้ต 3 คะแนนมากขึ้น แต่เข้าเป้าเพียง 28.7 เปอร์เซ็นต์ หากเทียบสถิติตลอดอาชีพ 30.6 เปอร์เซ็นต์ ขณะที่ จิมมี บัตเลอร์ การ์ดคู่หู เพิ่งฟื้นตัวจากการเจ็บข้อศอกซ้าย แถมฉายแววเด่นจนติด “ออล-สตาร์” นับว่าอาจต่อรองสัญญาเต็มมูลค่า เมื่อเปิดตลาดฟรีเอเยนต์ 2015
เพา กาซอล ฟอร์เวิร์ดชาวสเปน เติมเต็มเกมรุก “กระทิงเปลี่ยว” ได้อย่างดุดัน แม้อายุอานามย่างเข้า 35 ปี และผ่าน 2 ซีซันอันน่าผิดหวังกับ แอลเอ เลเกอร์ส และเป็นผู้เล่นที่มีส่วนช่วยทีมชนะ และผลิตสกอร์สูงสุดอันดับ 2 ของแฟรนไชส์ 9.7 เกม และ 18.5 แต้ม ตามลำดับ หาก 3 ประสานถิ่น ยูไนเต็ด เซ็นเตอร์ ฟิตเต็มร้อย แน่นอนว่า จะต้องเป็นคู่แข่งที่น่ากลัวรอบเพลย์ออฟ ไม่เว้นแม้แต่ แอตแลนตา ฮอว์คส หรือ คลีฟแลนด์ คาวาเลียร์ส
9. ดัลลัส แมเวอริกส์
ช่วงครึ่งซีซันหลัง เดิร์ก โนวิตซ์กี , มอนตา เอลลิส และ แชนด์เลอร์ พาร์สันส์ ถูกกลบรัศมี เนื่องจากการเทรด ราจอน รอนโด การ์ดจ่าย เมื่อเดือนธันวาคม 2014 ส่งผลกระทบต่อความร้อนแรงของ 3 สตาร์อย่าง เดิร์ก โนวิตซ์กี , มอนตา เอลลิส และ แชนด์เลอร์ พาร์สันส์ เหล่า “บิ๊กทรี” ของ แมเวอริกส์ ยามลงเล่นคู่กับ รอนโด เรตติง 105.7 แต้ม ต่อการครองบอล 100 ครั้ง ตลอด 505 นาที ตรงกันข้าม 412 นาที ที่ลงเล่นโดยปราศจาก อดีตแม่ทัพ เซลติกส์ กลับทำได้สูงถึง 116.4 แต้ม
8. แอตแลนตา ฮอว์คส
แอล ฮอร์ฟอร์ด , พอล มิลล์แซป และ เจฟฟ์ ทีก ประดุจเครื่องจักรขับเคลื่อน ฮอว์คส สู่อันดับ 1 ของสายตะวันออก ทั้ง 3 ราย ล้วนแต่เป็นสตาร์ ซึ่งอยู่ภายใต้ระบบที่ไม่จำเป็นต้องพึ่งพาคนใดคนหนึ่ง
ทีก พัฒนาขึ้นทุกๆ ซีซันราวกับนาฬิกากำลังทำงาน ติดลิสต์ 1 ใน 7 ผู้เล่นค่าเฉลี่ยอย่างน้อย 16 แต้ม 7 แอสซิสต์ และ 1.5 สตีลต่อเกม ร่วมกับซูเปอร์สตาร์อย่าง เจมส์ ฮาร์เดน , เลอบรอน เจมส์ , สตีเฟน เคอร์รี , จอห์น วอลล์ , คริส พอล และ รัสเซลล์ เวสต์บรูก
มิลล์แซ็ป ถือเป็นกำลังสำคัญพาเหยี่ยวชนะมากสุด ด้วยสถิติการทำคะแนนอย่างสม่ำเสมอ ส่ง อดีตผู้เล่น ยูทาห์ แจซซ์ เข้าใกล้ค่าเฉลี่ยขั้นต่ำ 17 แต้ม 7.5 รีบาวน์ด 3 แอสซิสต์ 1.5 สตีล ขณะที่ ฮอร์ฟอร์ด คือ เซ็นเตอร์ที่ครบเครื่อง ทั้งการจ่าย , ป้องกัน , โพสต์ใต้แป้น และชู้ตระยะกลาง
7.ฮุสตัน ร็อคเก็ตส์
ยาม ดไวท์ ฮาวเวิร์ด , เจมส์ ฮาร์เดน และ เทรเวอร์ อริซา ลงสนามพร้อมเพรียง ร็อคเก็ตส์ กลายเป็นทีมเกมรับเหนียวแน่นเสียเพียง 97.5 แต้มต่อการครองบอล 100 ครั้ง แถมยังโกยคะแนนมากสุดของแฟรนไชส์ 107.8 แต้ม เทียบกับการบุก 100 เพลย์ อย่างไรก็ตาม การบาดเจ็บของ ฮาวเวิร์ด ทำเอา 2 สมัย รีดฟอร์มได้ไม่เต็มที่ แต่ก็มี อริซา ที่ยิงฟิลด์โกลอย่างแม่นยำ 39.8 เปอร์เซ็นต์ ชดเชย
ฮาร์เดน อดีตผู้เล่น โอกลาโฮมา ซิตี ธันเดอร์ กำลังพีกสุดขีด ค่าเฉลี่ยสูงถึง 27.7 แต้ม 5.7 รีบาวน์ด 6.9 แอสซิสต์ ซึ่งมีเพียง ไมเคิล จอร์แดน , แลร์รี เบิร์ด และ เลอบรอน เจมส์ ที่ทำได้ภายใน 1 ฤดูกาล ช่วงโค้งสุดท้ายของ เรกูลาร์ ซีซัน เชื่อกันว่า ทีมของ เควิน แม็คเฮล ไม่น่าหลุดจากรองจ่าฝูง สายตะวันตก
6. ซาน อันโตนิโอ สเปอร์ส
ถึงแม้ ทิม ดันแคน พิสูจน์ชัดเจนว่า อายุเป็นเพียงตัวเลข และ โทนี พาร์เกอร์ การ์ดจ่าย ยังบัญชาการเกมรุกได้ดี แต่เป็น คาไว เลียวนาร์ด การ์ดกึ่งฟอร์เวิร์ดวัย 23 ปี จุดประกายความหวังป้องแชมป์ ทดแทน มานู จิโนบิลี ที่โรยราลงไปเรื่อยๆ
ดันแคน ฟอร์เวิร์ดดีกรีแชมป์ 5 สมัย ในวัยที่ใกล้จะรีไทร์ (38 ปี) แต่ก็เข้าใกล้ค่าเฉลี่ย 13 แต้ม 9 รีบาวน์ด 3 แอสซิสต์ 1.5 บล็อก ครั้งที่ 2 เมื่ออายุผ่านหลัก 35 ปี ซึ่งยังไม่มีผู้เล่น NBA ทำได้มาก่อน ส่วน พาร์เกอร์ ยิง 3 คะแนน เข้าเป้า 43.7 เปอร์เซ็นต์ ยาม 3 ซูเปอร์สตาร์ ลงสนามพร้อมกัน สเปอร์ส กุมสถิติชนะ 39 แพ้ 14 ดีสุดอันดับ 2 ของสายตะวันตก รองจาก โกลเดน สเตท วอร์ริเออร์ส
5. เมมฟิส กริซซ์ลีส์
ไมค์ คอนลีย์ การ์ดจ่าย , มาร์ค กาซอล เซ็นเตอร์ และ แซ็ค แรนดอล์ฟ ฟอร์เวิร์ด คือ อาวุธร้ายแรงสุดของ กริซซ์ลีส์ ซึ่งมีจุดอ่อนด้านเกมรุก ทำคะแนนทั้งฤดูกาลเพียง 98.4 แต้ม ทั้งนี้ต้องมอบเครดิตแก่ กาซอลคนน้อง กำลังจะเป็นผู้เล่นรายที่ 7 ของลีก ต่อจาก คาร์ล มาโลน , คารีม อับดุล-จับบาร์ , จูเลียส เออร์วิง , ฮาคีม โอลาจูวอน , เควิน การ์เน็ตต์ และ ทิม ดันแคน ที่ทำค่าเฉลี่ยอย่างน้อย 17 แต้ม 7.5 รีบาวน์ด 3.5 แอสซิสต์ และ 1.5 บล็อก ฉลองวันเกิดย้อนหลังอายุ 30 ปี ขณะที่กองหนุนอย่าง “ซี-โบ” (แรนดอล์ฟ) ป็นหนึ่งในผู้นำสถิติ “ดับเบิล-ดับเบิล” และ คอนลีย์ แม่ทัพ ผลงานเกินกว่า 15 แต้ม 5 แอสซิสต์ 1 สตีล นับว่าคู่แข่งจะประมาท “กริซซ์” เสียมิได้
4. ปอร์ตแลนด์ เทรล เบลเซอร์ส
ถึงแม้ เวสลีย์ แม็ทธิวส์ เจ็บเอ็นร้อยหวาย ลงสนามไม่ได้ตั้งแต่วันที่ 5 มีนาคม แต่เมื่อประสานงานกับ ลามาร์คัส อัลดริดจ์ ฟอร์เวิร์ด และ เดเมียน ลิลลาร์ด นับว่าเป็น “บิ๊กทรี” ที่น่ากลัว โดยทั้งหมดยึดอันดับ 1 ผู้เล่นทำคะแนนสูงสุดของแฟรนไชส์ เริ่มจาก อัลดริดจ์ 23.4 แต้ม , ลิลลาร์ด 20.9 แต้ม และ แม็ทธิวส์ 15.9 แต้ม และมีส่วนสำคัญต่อชัยชนะของ เบลเซอร์ส มากสุด หากทั้ง 3 คนอยู่กันพร้อมหน้าพร้อมตา เชื่อว่าปอร์ตแลนด์ ก็ไม่น่าสุ่มเสี่ยงต่อการเสียอันดับ 4 ของสายตะวันตก แก่ แอลเอ คลิปเปอร์ส
3. คลีฟแลนด์ คาวาเลียร์ส
เลอบรอน เจมส์ เปรียบดุจซูเปอร์สตาร์ นับเป็นหนที่ 7 ซึ่งปิดสกอร์เฉลี่ยเกิน 25.5 แต้ม 5.5 รีบาวน์ด 7 แอสซิสต์ และ 1.5 สตีล โดยไม่มีใครทำได้มากกว่า 1 ครั้ง ขณะที่ คายรี เออร์วิง การ์ดจ่าย ถูกปรับบทบาทมารับบทพระรอง
ด้าน เควิน เลิฟ อาจไม่โดดเด่นเท่ากับสมัยอยู่กับ มินเนโซตา ทิมเบอร์วูล์ฟส หากพิจารณากลยุทธ์ เดวิด แบล็ตต์ หัวหน้าโค้ชรุกกี ที่ปรับ ศิษย์เก่ามหาวิทยาลัย ยูซีแอลเอ (UCLA) หาตำแหน่งชู้ต แต่ก็ยังทำได้ดี สถิติรับบอลแล้วยิงแม่นยำถึง 45 เปอร์เซ็นต์ ขยับขึ้นจากฤดูกาลก่อน เพียง 34.6 เปอร์เซ็นต์ ขณะเดียวกันคงยากที่จะหาทีมใด รีดศักยภาพทางเลือกที่ 3 สูงถึง 16.5 แต้ม 10 รีบาวน์ด 2.3 แอสซิสต์
2. แอลเอ คลิปเปอร์ส
คริส พอล , เบลก กริฟฟิน และ เดออังเดร จอร์แดน มีส่วนสำคัญพา คลิปเปอร์ส ชนะเกือบ 70 เปอร์เซ็นต์ของทั้งหมด หากเปรียบกับ “บิ๊กทรี” ของ คลีฟแลนด์ คาวาเลียร์ส ประกอบด้วย เลอบรอน เจมส์ , คายรี เออร์วิง และ เควิน เลิฟ ทำได้ 56.8 เปอร์เซ็นต์
กริฟฟิน และ พอล พิสูจน์ฝีมือเป็นที่ประจักษ์แล้วว่า คือ คู่หูซูเปอร์สตาร์แห่ง NBA แต่ จอร์แดน ก็พัฒนาฝีมือขึ้นเรื่อย รั้งอันดับ 3 ร่วม ผู้เล่นทำ “ดับเบิล-ดับเบิล” สูงสุด (44 ครั้ง) แถมสถิติการรีบาวน์ด ตลอดฤดูกาล 2014-15 (1,158 ครั้ง) เป็นรองเพียง เดนนิส ร็อดแมน ปี 1991-92 ,1992-93 และ 1997-98 ที่ทำไว้ 1,530 , 1,367 และ 1,201 ครั้ง ตามลำดับ ตราบใดที่ ทีมของ ด็อค ริเวอร์ส ยังอยู่ภายใต้การนำของ 3 ประสานเหล่านี้ ย่อมมีหวังล่าแชมป์เช่นกัน
1. โกลเดน สเตท วอร์ริเออร์ส
ไม่น่าแปลกใจ หาก สตีเฟน เคอร์รี จะยกระดับสู่สถานะซูเปอร์สตาร์ ด้วยสถิติ3.6 แต้ม 4.3 รีบาวน์ด 7.7 แอสซิสต์ 2.0 สตีล ติดลิสต์ชิงรางวัลผู้เล่นทรงคุณค่า (MVP) ส่วน เคลย์ ธอมป์สัน การ์ดจอมแม่น ฉายแววไม่แพ้กัน ซัด 21.5 แต้ม 3.2 รีบาวน์ด 3.0 แอสซิสต์ 1.6 สตีล จนได้รับการคัดเลือกติด “ออล-สตาร์” ฝั่งตะวันตกครั้งแรก
การแจ้งเกิดของ เดรย์มอนด์ กรีน ฟอร์เวิร์ด นำพลพรรค “นักรบ” เถลิงทีมสถิติดีสุดของ NBA สามารถสร้างเพลย์ยิง 3 คะแนน จากการจ่ายบอลที่เพิ่มความดุดันเกมรุก แถมสามารถเล่นป้องกันผู้เล่นทุกตำแหน่ง และเป็นตัวเต็งคว้ารางวัลผู้เล่นเกมรับยอดเยี่ยม ประจำปี 2015
3 ขุนพล วอร์ริเออร์ส มีส่วนต่อชัยชนะของ สตีฟ เคอร์ 30.7 เกม มากกว่าทีมท้ายตารางอย่าง นิวยอร์ก นิกส์ และ มินเนโซตา ทิมเบอร์วูล์ฟส รวมกันเสียอีก หากมองข้าม “บิ๊กทรี” แห่ง โอราเคิลส์ อารีนา ถือว่าไม่ยุติธรรมสักเท่าไร
* * *คลิก Like เพื่อมาเป็นแฟนเพจของหน้า “MGR SPORT” รับข่าวสารแวดวงกีฬาชนิดเกาะติดขอบสนามคลิกที่นี่เลย!!* * *



