xs
xsm
sm
md
lg

“อี้ เจี้ยนเหลียน” : มังกรข้ามถิ่นแห่งศึก NBA

เผยแพร่:   โดย: MGR Online


เป็นมังกรหนุ่มคนล่าสุดที่ข้ามถิ่นมาโชว์ฝีไม้ลายมือในลีกบาสเกตบอลอเมริกาตามรอยรุ่นพี่ เหยา หมิง สำหรับมือยัดห่วงร่างโย่ง “อี้ เจี้ยนเหลียน” (易建联) ที่มารับหน้าที่เป็น “พาวเวอร์ ฟอร์เวิร์ด” ให้แก่ทีม มิลวอล์คกี้ บัคส์ แห่งศึก NBA

ย้อนดูประวัติของอาอี้.....อี้ เจี้ยนเหลียน ลืมตาดูโลกเมื่อวันที่ 27 ตุลาคม ค.ศ.1987 ที่เมืองเฮ่อซัน มณฑลกว่างตง (กวางตุ้ง) ในครอบครัวที่ทำงานด้านไปรษณีย์ พ่อของเขา อี้ จิ่งหลิว สูงถึง 191 ซ.ม. ส่วนคุณแม่ ไม่ เหม่ยหลิง ก็สูง 172 ซ.ม. แถมทั้งคู่ยังเคยเป็นอดีตนักกีฬาแฮนบอลมาก่อน

อย่างไรก็ตาม เพราะคุณพ่อและคุณแม่ของอาอี้ตระหนักถึงความยากลำบากในการหางานทำหากลูกเดินทางสายกีฬา ดังนั้นจึงไม่เคยสนับสนุนลูกชายให้เข้าเรียนในโรงเรียนสอนกีฬาโดยเฉพาะเลย

เมื่อตอนที่อี้อายุได้ 2 ขวบ เขาต้องย้ายบ้านตามพ่อแม่ที่เปลี่ยนงานไปอยู่ที่เมืองเซินเจิ้น มณฑลกว่างตง ต่อมาเมื่อฤดูร้อนปี 1999 อาอี้ในวัย 12 ปี ที่สูงชะลูดถึง 194 ซ.ม. ได้ไปลงทะเบียนเข้าแข่งขันบาสเกตบอลข้างถนน แม้ว่าในรอบแรกอาเหลียนจะถูกไล่ออกจากสนาม แต่หารู้ไม่ว่าในตอนนั้นความโดดเด่นของอาอี้ได้ฉายแววไปเตะตาโค้ชบาสเกตบอลที่โรงเรียนกีฬาแห่งหนึ่งในเซินเจิ้น ซึ่งมายืนดูการแข่งขันอยู่ขอบสนาม ดังนั้นโค้ชจึงได้ออกหน้าไปช่วยเกลี้ยกล่อมให้ทางบ้านของอี้เข้าใจ และอนุญาตให้เขาเข้าไปร่วมฝึกซ้อมอย่างจริงจังที่โรงเรียน

หลังจากฉลองวันเกิดอายุครบ 13 ปีเพียง 2 วัน อาอี้ซึ่งขณะนั้นสูงถึง 202 ซ.ม. ก็ได้รับคัดเลือกเข้าร่วมสโมสร กว่างตง เซาเธิร์น ไทเกอร์ส (广东宏远) ในลีกบาสเกตบอลอาชีพของจีน หรือ CBA (China Basketball Association) และเป็นส่วนหนึ่งของทีมเยาวชนของสโมสร ด้วยฝีมือที่โดดเด่นกว่าใคร ทำให้ในปี 2002 อาอี้ได้รับเลือกให้เข้าสู่ทีมเยาวชนทีมชาติจีน และคว้ารางวัลผู้เล่นทรงคุณค่าแห่งปี (MVP) ที่แคมป์เทรนนิ่ง ABCD ของจีน อีกทั้งยังได้รับเชิญให้เข้าร่วม อดิดาส ABCD แคมป์ ที่เมืองทีเนค มลรัฐนิวเจอร์ซี่ ด้วย โดยในครั้งนั้นเขาได้ลงแข่งกับนักบาสเกตบอลระดับมัธยมปลายทั่วสหรัฐฯ นอกจากนี้ อี้ยังคว้าตำแหน่งรุคกี้ยอดเยี่ยมของลีก CBA ในปี 2003 มานอนกอดด้วย

ในเดือนมิถุนายนปี 2003 ถึงวัยที่ต้องเข้าสู่รั้วมหาวิทยาลัย อาอี้สอบติดมหาวิทยาลัย กว่างตง ยูนิเวอร์ซิตี้ ออฟ เทคโนโลยี แต่ก็ยังไม่ละทิ้งบาสเกตบอลอาชีพ ชื่อเสียงของอาอี้เริ่มเป็นที่รู้จักในระดับนานาชาติ เมื่อนิตยสารไทม์ ฉบับวันที่ 24 สิงหาคม ได้ตีพิมพ์เรื่องของอี้ เจี้ยนเหลียนภายใต้หัวข้อ “เหยา หมิงคนต่อไป” และแบรนด์อุปกรณ์กีฬาชื่อดังอย่าง Nike ก็ตัดสินใจเซ็นสัญญาให้เขาเป็นพรีเซนเตอร์ให้นาน 6 ปี ซึ่งค่าตัวของอี้ที่ได้รับในครั้งนี้สูงกว่าค่าตัวครั้งแรกของเหยา หมิง ที่ทำสัญญากับ Nike เสียอีก

และแล้วในเดือนมกราคมปี 2004 อาอี้ในวัย 16 ปี ก็ได้มีโอกาสเข้าร่วมการแข่งขัน ออลสตาร์ ซีบีเอ ฤดูกาลปี 2003-2004 และกลายเป็นดารานักบาสที่อายุน้อยที่สุดในประวัติศาสตร์ซีบีเอ และในปี 2004 นี้เอง อี้ได้รับเลือกให้ติดทีมชาติบาสเกตบอลจีนรุ่นใหญ่ และเข้าร่วมศึกโอลิมปิกกรุงเอเธนส์ ประเทศกรีซ พร้อมกับเหยา หมิงด้วย

ในช่วงระหว่างปี 2004-2006 นั้น อี้ เจี้ยนเหลียน โชว์ฟอร์มเจ๋งพาทีมกว่างตง เซาเธิร์น ไทเกอร์ส เป็นแชมป์ลีก CBA ติดต่อกันถึง 3 สมัย

เส้นทางการเป็นนักบาสอาชีพของอี้ทำท่าจะไม่หยุดอยู่แค่ในประเทศจีนเท่านั้นเสียแล้ว แม้ว่าอี้จะเคยให้สัมภาษณ์ว่าตัวเขาไม่เคยคิดว่าจะลงชื่อเพื่อเข้าดราฟต์ในศึก NBA ก่อนปี 2009 เพราะว่า CBA ไม่อนุญาตให้นักกีฬาของลีกย้ายบ้านจนกว่านักกีฬาจะอายุ 22 ปี แต่แล้วเมื่อต้นปี 2006 อี้ก็ประกาศว่าเขาจะเข้าร่วมการดราฟต์ประจำปีนั้นด้วย อย่างไรก็ตามสุดท้ายอี้ก็ตัดสินใจถอนตัว โดยให้เหตุผลว่า เขายังไม่ดีพอที่จะเข้าไปแข่งในศึก NBA และจำเป็นต้องบ่มเพาะประสบการณ์มากกว่านี้ อย่างไรก็ตาม วันที่ 1 พฤศจิกายนปี 2006 สโมสรของอี้ก็ออกมาให้สัมภาษณ์ว่า อี้จะเข้าร่วมใน NBA Draft ในปี 2007

และแล้วในการดราฟต์ผู้เล่นหน้าใหม่เข้าลีกมะกันปี 2007 ก็มาถึง มิลวอล์คกี้ บัคส์ ผู้ถือสิทธิดราฟต์เป็นอันดับที่ 6 ตัดสินใจเลือก อี้ เจี้ยนเหลียน เข้าทีมในวันที่ 28 มิถุนายน แต่จนแล้วจนรอด อี้ก็ยังยึกยักไม่ยอมเซ็นสัญญากับทีม “เจ้ากวาง” เสียที มีข่าวแว่วว่า มิลวอล์คกี้ บัคส์ นั้นไม่ได้อยู่ในรายชื่อทีมโปรดของอี้ และถูกมองว่าไม่มีศักยภาพพอที่จะช่วยให้เขาพัฒนาฝีมือเตรียมลุยศึกโอลิมปิกปักกิ่ง 2008 ได้เนื่องจากฤดูกาลก่อนหน้านี้บัคส์คว้าอันดับ 2 รองบ๊วยสายตะวันออกมากิน นอกจากนี้อี้ยังอ้างเหตุผลว่าไม่ต้องการเล่นให้เมืองเล็กๆ ซึ่งมีชาวจีนอยู่เพียงแค่ 27,500 คน และต้องการให้บัคส์เทรดเข้าให้แก่ทีมที่ใหญ่กว่า

แม้ว่ารุ่นพี่อย่าง เหยา หมิง เซนเตอร์ซูเปอร์สตาร์จาก ฮุสตัน ร็อคเก็ตส์ ถึงขนาดเอ่ยปากแนะรุ่นน้องให้ลองคุยกับทาง มิลวอล์คกี้ บัคส์ ดูก่อน และมองว่า ผู้เล่นต่างชาติก็ควรเริ่มต้นจากทีมอย่างมิลวอล์คกี้ บัคส์ แต่อี้ก็ยังอยากให้บัคส์เทรดตัวเขาอยู่ดี ขณะที่หลายฝ่ายก็เป็นเง็งกับเจตนาแท้จริงของแลร์รี่ แฮร์รีส ผู้บริหาร “เจ้ากวาง” ในการดราฟต์ตัวอี้ในครั้งนี้ เพราะว่าที่ผ่านมาเขายังไม่เคยไปดูฟอร์มการเล่นของฟอร์เวิร์ดหนุ่มวัย 19 ปีคนนี้ที่สนามเลยสักครั้ง

ต่อเรื่องนี้ แฮร์รีส โต้ข่าวว่า ที่ผ่านมาเขาให้คนไปตามดูการเล่นของอี้ เจี้ยนเหลียน ที่โดฮาเกมส์ปี 2006 โดยพิจารณาจากการแข่งขัน 3 ครั้งภายในเวลา 5 วัน ซึ่งแฮร์รีสมองว่า นั่นเป็นการเพียงพอแล้ว

หลังอิดออดอยู่ 2 เดือนกว่า ในที่สุดอาอี้ก็ยอมตกลงเซ็นสัญญากับ มิลวอล์คกี้ บัคส์ หลังจาก เฮิร์บ โคห์ล วุฒิสภาพอาวุโสของรัฐวิสคอนซินซึ่งเป็นเจ้าของทีมบัคส์ ลงทุนบินไปฮ่องกงพร้อมทีมงานเพื่อเจรจาพบกับ อี้ พร้อมครอบครัว รวมถึง เฉิน ไห่ตง เจ้าของทีมบาสฯ อาชีพในลีกจีนที่ อาอี้ สังกัดอยู่ โดยรับค่าตัวปีแรกไปเนาะๆ ประมาณ 2.3 ล้านเหรียญสหรัฐฯ (ราว 80 ล้านบาท) นอกจากนี้ยังมีข่าวลือว่า เดวิด สเติร์น บอสใหญ่เอ็นบีเอ อยู่เบื้องหลังความพยายามทาบทามอี้เข้าร่วมกับบัคส์

ในการมาเล่นให้กับบ้านใหม่ มิลวอล์คกี้ บัคส์ ครั้งแรกเมื่อวันที่ 3 พฤศจิกายนปี 2007 อี้ทำสกอร์ไปได้ 16 แต้ม รีบาวด์ 8 แต้ม พาทีมใหม่เฉือนชนะชิคาโก้ บูลส์ ไป 78-72 ซึ่งในการแข่งขันครั้งนี้ถูกถ่ายทอดสดในจีนด้วย ด้านเหยา หมิง ยังพูดชมอี้ลงในนิตยสารรายสัปดาห์ ไตตัน สปอร์ต ว่า หากคุณเปรียบเทียบสกอร์ในเกมการแข่งขัน NBA ครั้งที่ 3 ระหว่างผมกับอี้แล้ว คุณจะเห็นว่า สกอร์ของอี้นั้นดีกว่าผมมาก”

และในการปะทะกันครั้งแรกระหว่าง อี้ เจี้ยนเหลียน และเหยา หมิง ในวันที่ 9 พฤศจิกายนปีเดียวกัน ซึ่งทาง NBA เชื่อว่าจะมีผู้ชมชาวจีนมากกว่า 200 ล้านคนเฝ้าหน้าจอรอชมอยู่ ปรากฏว่า อี้ทำสกอร์ได้ 19 แต้ม และรีบาวด์ 9 แต่ก็ยังดีไม่พอ เพราะร็อคเก็ต ฮุสตันเอาชนะบัคส์ไปด้วยสกอร์ 104-88 โดยเหยากดคนเดียว 28 แต้ม รีบาวด์อีก 10 ครั้ง

อย่างไรก็ตาม อี้ ก็ยังได้รับการชื่นชมเกี่ยวกับเรื่องการปรับตัวของเขาที่เป็นไปอย่างรวดเร็ว ภาษาอังกฤษของเขาก็ดีวันดีคืน

ในวันที่ 2 กุมภาพันธ์ปี 2008 อี้เผชิญหน้ากับเหยา หมิงเป็นครั้งที่สอง มิลวอคกี้ บัคส์ เปิดบ้านให้ฮุสตัน ร้อคเก็ต การแข่งขันครั้งนี้ถ่ายทอดในจีน ด้วยความคาดหวังว่าจะมีผู้ชมในจีนเกิน 200 ล้านคน โดยแลร์รี่ คริสต์โคเวียค ถึงกับเรียกการแข่งขันครั้งนี้ว่าเป็น “ซูเปอร์โบว์จีน” อย่างไรก็ตามผู้เข้าชมไม่ได้มากอย่างที่คาดการณ์ไว้ ผลการแข่งขันร็อคเก็ตยังชนะบัคส์ไปด้วยคะแนน 91-83 แถมอี้ยังบาดเจ็บที่ไหล่ จบเกมด้วยการทำสกอร์แค่ 6 แต้ม อาการบาดเจ็บครั้งนี้ไม่ได้รุนแรงนัก แต่อี้ก็พลาดลงแข่งอีก 2 เกม

อย่างไรก็ตาม แม้อาอี้จะได้รับการซูฮกในเรื่องฝีไม้ลายมือ และถูกคาดหวังว่าจะเป็นฟอร์เวิร์ดระดับหัวแถวของลีกในไม่ช้า แต่เส้นทางของบาสเกตบอลอาชีพยังอีกยาวไกล อี้ยังคงต้องพยายามพิสูจน์ความเป็นมืออาชีพของตัวเองให้ทั่วโลกได้ประจักษ์
กำลังโหลดความคิดเห็น...