xs
xsm
sm
md
lg

ผลัดใบ ‘ควอเตอร์แบ็ก’ เอ็นเอฟแอล

เผยแพร่:   โดย: MGR Online


เมื่อ “เบร็ตต์ ฟาร์ฟ” ควอเตอร์แบ็กคนดังแห่งศึกอเมริกัน ฟุตบอล เอ็นเอฟแอล (NFL) ประกาศอำลาวงการไปทั้งน้ำตาเมื่อช่วงต้นเดือนมีนาคมที่ผ่านมา ชื่อของ “อารอน ร็อดเจอร์ส” คือทายาทที่ถูกวางตัวให้รับช่วงต่อ นอกจากเกียรติยศอันยิ่งใหญ่ในฐานะควอเตอร์แบ็กแล้ว อีกสิ่งหนึ่งที่มาพร้อมกันคือความกดดันที่ “ร็อดเจอร์ส” ต้องสำนึกรู้อยู่ตลอดเวลาว่าผลงานต่อจากนี้อย่างแย่ที่สุดคือเทียบเท่ากับมาตรฐานเดิม

ความกดดันที่ตกอยู่บนสองบ่าของควอเตอร์แบ็ก ดาวรุ่งแห่งเอ็นเอฟแอลรายนี้ดูจะไม่ได้ต่างไปจากอดีตเพราะไม่ว่าจะเป็นเมื่อครั้งของ ทรอย เอ็คแมน, แดน มาริโน หรือว่า จอห์น เอลเวย์ ผู้ที่มารับช่วงต่อนั้นสร้างผลงานได้แตกต่างกันออกไป ส่วนใครที่หลุดออกจากเงาแห่งความยิ่งใหญ่ของอดีตเจ้าของตำแหน่งได้บ้างนั้น บรรทัดต่อจากนี้คือคำตอบ

- ‘กรีซี’ มาตรฐานที่ไม่เท่า‘เอลเวย์’

เดนเวอร์ บรองโกส์ ตัดสินใจดราฟท์เอา ไบรอัน กรีซี จอมทัพแห่งมหาวิทยาลัยมิชิแกนเข้ามาในรอบที่สามของฤดูกาล 1998/99 หลังจากที่ จอห์น เอลเวย์ ตัดสินใจอำลาแฟนๆ “ม้าป่า” พร้อมกับซูเปอร์โบว์ลสองสมัยซ้อนในปี 1998 และ 1999 ความรับผิดชอบในฐานะควอเตอร์แบ็กตัวจริงของ กรีซี จึงมาเร็วเกินคาด

ขวบปีแรกของจอมทัพคนหนุ่มการมีเรตติ้งการขว้าง 75.6 ถือว่าไม่เลวแต่นั่นยังไม่ดีพอสำหรับการพา บรองโกส์ เข้าไปป้องกันแชมป์ สถิติ 6-10 เกมไม่เพียงพอสำหรับการผ่านเข้าสู่เพลย์ออฟด้วยซ้ำ อย่างไรก็ตาม การมีสายเลือดของคุณพ่อ บ็อบ (ยอดควอเตอร์แบ็กดอลฟินส์) อยู่เต็มตัว กรีซี พลิกฟอร์มกลับมาได้อย่างเหลือเชื่อเรตติ้งการขว้างทะลุถึงหลัก 102.9 พา “ม้าป่า” โขยกเข้าสู่ไวลด์การ์ดเกมได้สำเร็จ ก่อนที่เขาจะได้รับเกียรติถูกเลือกให้ติดทีมโพรโบว์ลของฝั่งเอเอฟซี (AFC) และนั่นเป็นเพียงความทรงจำเดียวที่แฟนๆ บรองโกส์ ระลึกถึงจากนั้นชื่อของ กรีก็ถูกแย่งบดบังโดย เจ็ค พลัมเมอร์ ในปี 2003

- ‘เจย์ ฟีดเลอร์’ กับอาถรรพ์ ‘แดน มาริโน’

ตามล่าหาฝันกันมายาวนาน 17 ฤดูกาล แดน มาริโน ตำนานแห่ง ไมอามี ดอลฟินส์ ต้องยอมรับในสังขารที่ร่วงโรยประกอบกับ “อาถรรพ์” ที่กีดขวางไม่ให้ได้พบเจอกับ “วินซ์ ลอมบาร์ดี โทรฟี” ที่สุดแล้วตำนานเอ็นเอฟแอลก็ประกาศรีไทร์ในปี 1999 จากนั้น เจย์ ฟีดเลอร์ ควอเตอร์แบ็กจอมพเนจรได้ก้าวขึ้นมารับตำแหน่งตัวจริงในปี 2000

แม้ไม่ค่อยได้โอกาสโชว์ฟอร์มกับ ฟิลาเดลเฟีย อีเกิลส์, มินเนโซตา ไวกิงส์ และแจ็คสันวิลล์ จากัวส์ แต่พอย้ายมาสวมยูนิฟอร์ม “โลมามหาภัย” ตลอดสี่ฤดูกาล ฟีดเลอร์ สามารถพาทีมชนะหลักสิบเกมขึ้นไปถึงสามฤดูกาล เป็นการพาทีมมีสถิติ 11-5 เกมในปี 2000 และ 2001 ทว่าพอเข้าสู่เพลย์ออฟ ฟีดเลอร์ ก็โดนอาถรรพ์ของ มาริโน เล่นงานจนได้พาทีมชนะแค่เกมเดียว ขว้างไป 1 ทัชดาวน์แต่เสียถึง 7 อินเทอร์เซปต์

- ‘ควินซีย์ คาร์เตอร์’ ไปไม่ถึงครึ่งของ ‘เอ็คแมน’

ชื่อ ทรอย เอ็คแมน ถือเป็นอีกตำนานที่แฟนๆ “อเมริกาทีม” มิเคยลืมเลือนเพราะเขาคือจอมทัพที่พาทีมคว้าแชมป์ซูเปอร์โบว์ลสามสมัย ทำให้ คาวบอยส์ ได้รับการยกย่องว่าเป็นยอดทีมแห่งยุค 90 แต่เส้นทางของ เอ็คแมน กลับปิดฉากลงด้วยความเจ็บปวด การถูกอัดหนักจนได้รับความกระทบกระเทือนทางสมอง ทำให้เขาต้องประกาศรีไทร์ไปในปี 2000

ผู้ที่ขึ้นมาทำหน้าที่แทน เอ็คแมน คือควินซีย์ คาร์เตอร์ แต่ควอเตอร์แบ็กผิวสีทำให้แฟนๆ ต้องผิดหวัง การพาทีมชนะแค่ 5 แพ้ถึง 11 เกมทำให้ “คาวบอยส์” ต้องไปคว้า แชด ฮัทชิงสัน ควอเตอร์แบ็กหนุ่มอดีตนักเบสบอลมาร่วมงาน และฤดูกาลต่อมา คาร์เตอร์ ก็ถูกแย่งงานไปจากนั้นชื่อของเขาค่อยๆ ถูกลืมเลือนไปในที่สุด

- ถึงเวลา ‘ร็อดเจอร์ส’ สลัดเงา ‘ฟาร์ฟ’

อารอน ร็อดเจอร์ส ควอเตอร์แบ็กคนหนุ่มจาก ยูนิเวอร์ซิตี ออฟ เซาเธิร์น แคลิฟอร์เนีย (USC) ร่วงมาเข้ามือ กรีนเบย์ แพ็คเกอร์ส ในปี 2005 แต่ช่วงเวลาดังกล่าว เบร็ตต์ ฟาร์ฟ ยังคงเป็นจอมทัพทำให้ร็อดเจอร์ส ได้แต่นั่งนับวันรอเวลาขึ้นมาสวมบทฮีโร่กับเขาบ้าง และการรอคอยก็สมหวังเมื่อ ฟาร์ฟ ขอวางมือและประตูแห่งอนาคตก็เปิดรับ “ร็อดเจอร์ส”

ทั้งนี้เหล่า “แพ็คส์แมน” คงต้องให้เวลากับควอเตอร์แบ็กมือใหม่ซึ่งคงมีอะไรดี มิเช่นนั้น แพ็คเกอร์ส คงไม่เลือกเก็บไว้ใช้งานต่อ บทสรุปความสุดยอดของ “ร็อดเจอร์ส” คงมิสามารถประเมินค่าได้ ณ เวลานี้ แต่ถ้าเขาสามารถสลัดเงาความยิ่งใหญ่ของ “ฟาร์ฟ” ได้บันทึกแห่งศึกเอ็นเอฟแอลก็น่าจะได้จารึกชื่อของควอเตอร์แบ็กหนุ่มรายนี้เช่นกัน






กำลังโหลดความคิดเห็น