พัทลุง - สิบเอกคู่กรณีที่หนุ่มใหญ่ชาวพัทลุงหลอนยาควงปืนจะไปยิง เผยคนร้ายส่งไลน์มาขู่จะยิงพ่อแม่จึงรีบแจ้งตำรวจ ระหว่างตำรวจเจรจาคนร้ายชักปืนยิงก่อน อ้างตำรวจยิงสวนจนคนร้ายได้รับบาดเจ็บ ปัดไม่ได้เป็นคนยิง ด้านตำรวจหลบกระสุนเป็นเหตุให้คนร้ายวิ่งไปขึ้นรถตำรวจที่จอดติดเครื่องไว้หลบหนีไป
วานนี้ (16 ต.ค.) จากกรณีนายเกริกพันธุ์ กาญชนะพันธุ์ อายุ 43 ปี นำอาวุธปืนจะไปยิงคู่อริ ก่อนแย่งรถเจ้าหน้าที่ตำรวจขณะเข้าตรวจเข้าระงับเหตุ ท้องที่ ม.8 ต.บ้านพร้าว อ.ป่าพะยอม จากนั้นคนร้ายได้ใช้ปืนจี้บังคับเพื่อนให้ขับรถหลบหนี โดยมีลูกสาวคนร้ายนั่งรถมาด้วย มายังตลาดป่าพะยอม จนรถเกิดเสียหลักชนป้ายบอกทางและเสาไฟฟ้าริมถนนไปต่อไปได้ จนต้องหลบเข้าบ้านพัก ก่อนตำรวจปิดล้อม ต่อมาได้ยอมมอบตัวเนื่องจากถูกยิงได้รับบาดเจ็บที่ขา เสียเลือดมากนั้น
อ่านข่าวเกี่ยวเนื่อง
๐ หลอนขาดยารักษา! หนุ่มพัทลุงควงปืนขโมยรถตำรวจหนี ยิงสู้เจอสวนเสียเลือดมากจำใจยอมมอบตัว
ส.อ.ทนงศักดิ์ ชูรัก อายุ 31 ปี คู่กรณีที่นายเกริกพันธุ์ บุกมายิง ซึ่งเป็นต้นเหตุของเรื่อง เปิดเผยว่า ก่อนเกิดเหตุเวลาประมาณ 12.50 น. ตนอยู่แถวหน้ามหาวิทยาลัยทักษิณ นายเกริกพันธุ์ ซึ่งเป็นญาติลูกพี่ลูกน้องกันได้ส่งข้อความผ่านทางไลน์มาข่มขู่บอกว่า จะเข้าไปฆ่าพ่อแม่ของตน ตนเองเห็นท่าไม่ดีจึงรีบโทรศัพท์แจ้งตำรวจ พร้อมกับรีบเดินทางกลับบ้าน ซึ่งเปิดเป็นร้านขายของ จากนั้นไม่นาน ประมาณ 30 นาที นายเกริกพันธุ์ ได้ขี่รถจักรยานยนต์มาจอดหน้าร้าน และโวยวายอาละวาดอยู่สักพัก ไม่รู้ว่าหลอนยามาจากไหน
ส.อ.ทนงศักดิ์ กล่าวว่า กระทั่งรถตำรวจสายตรวจ ซึ่งมีตำรวจ 3 นายของ สภ.ป่าพะยอม รีบเดินทางมาเข้าระงับเหตุ โดยตำรวจได้จอดรถทิ้งไว้ริมถนนใกล้กับรถจักรยานยนต์ของนายเกริกพันธุ์ ซึ่งจอดอยู่ฝั่งตรงข้ามร้าน ระหว่างที่ตำรวจพูดคุยเจรจากับนายเกริกพันธุ์ จู่ๆ นายเกริกพันธุ์ ได้ชักอาวุธปืนกระหน่ำยิงเข้าใส่ตนและแม่ที่ยืนอยู่ภายในร้าน ทำให้ตน แม่ และชาวบ้านที่มาซื้อของอยู่ภายในร้านรีบก้มหลบกระสุนกันหมด
ส.อ.ทนงศักดิ์ กล่าวว่า ตนเองเห็นว่าขณะนั้น ตำรวจหลังได้ยิงเสียงปืนได้วิ่งหาที่กำบัง และได้ชักปืนยิงสวนไปยิงฝ่ายนายเกริกพันธุ์หลายนัด จนนายเกริกพันธุ์ ได้รับบาดเจ็บ ส่วนตนเองรีบเข้าไปหลบอยู่ภายในบ้าน ซึ่งขณะนั้นคาดว่า นายเกริกพันธุ์ ได้ถูกยิงได้รับบาดเจ็บ จึงหาทางหนีจากตำรวจ โดยวิ่งไปเปิดประตูรถตำรวจที่ติดเครื่องไว้อยู่ และขับรถหลบหนีไปทันที
"ผมยืนยันว่าผมไม่ได้เป็นคนใช้ปืนยิงนายเกริกพันธุ์ แต่ตำรวจเป็นคนยิง ส่วนความขัดแย้งที่นายเกริกพันธุ์ บุกมายิง ผมไม่รู้ว่าเกิดจากอะไร แต่ที่ผ่านมา นายเกริกพันธุ์เสพยาบ้าหนักจนหลอน และก่อเหตุยิงปืนขึ้นฟ้ามา 2 คืนติดแล้วก่อนจะมาเกิดเหตุ" ส.อ.ทนงศักดิ์ กล่าว
ขณะเดียวกัน หลังเกิดเหตุ พ.ต.อ.สุริยา ปัญญามัง รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดพัทลุง ได้เดินทางมาดูที่เกิดเหตุ พร้อมกับเรียก ส.อ.ทนงศักดิ์ คู่กรณีของนายเกริกพันธุ์ มาสอบถาม ต่อหน้าตำรวจสายตรวจที่เข้าระงับเหตุว่าเกิดอะไรขึ้น โดย ส.อ.ทนงศักดิ์ บอกว่า ตนเองถูกนายเกริกพันธุ์ ข่มขู่ว่าจะเอาปืนมายิงพ่อแม่ จึงแจ้งตำรวจมาระงับเหตุ ซึ่งระหว่างที่ตำรวจมาถึง นายเกริกพันธุ์ เป็นฝ่ายชักปืนยิงมาใส่ตนเองก่อน จากนั้นตนเองได้ก้มหลบกระสุนเหมือนกับทุกคนในร้าน โดย ยืนยันว่าตนเองไม่ได้เป็นฝ่ายชักปืนยิงสวนใส่นายเกริกพันธุ์ ได้รับบาดเจ็บ ซึ่งขัดแย้งกับตำรวจสายตรวจที่เข้าระงับเหตุก็ยืนยันกับ รองผู้บังคับการ ว่า ตำรวจทั้ง 3 นายไม่มีใครยิงสวนใส่คู่กรณี
ส่วนเหตุผลที่นายเกริกพันธุ์ ชิงรถตำรวจไปได้ ตอนนั้นยอมรับว่า หลังจากได้ยินเสียงปืน ตำรวจและทุกคนได้หลบหาที่กำบัง ทำให้คนร้ายใช้โอกาสนี้วิ่งไปที่รถตำรวจ ซึ่งไม่มีตำรวจอยู่บนรถ และขับหลบหนี
จากนั้นระหว่างทาง นายเกริกพันธุ์ ซึ่งถูกยิงที่ขาได้รับบาดเจ็บ ได้ขับรถตำรวจหนีต่อไม่ไหว จึงขับไปบ้านเพื่อนที่อยู่ใกล้บ้านพักตัวเองและเอาปืนจี้นายสิทธิพร ปิ่นแก้ว อายุ 27 ปี เพื่อนบ้าน รวมถึงลูกสาวของนายเกริกพันธุ์ อายุประมาณ 13 ปี ให้ขึ้นรถตำรวจมาด้วย โดยใช้ให้นายสิทธิพร เป็นคนขับรถตำรวจต่อ ส่วนนายเกริกพันธุ์ นั่งฝั่งข้างคนขับ ส่วนลูกสาวให้นั่งเบาะหลังเป็นตัวประกัน เพื่อเป็นโล่กำบังไม่ให้ตำรวจยิงใส่
ระหว่างทางหลบหนี นายสิทธิพร กลัวว่าถูกนายเกริกพันธุ์ ยิงจึงตัดสินใจขับรถเสียหลักชนป้ายข้างทาง จากนั้นนายเกริกพันธุ์ จึงพาลูกสาวหนีเข้าไปในบ้านพักของชาวบ้าน
ด้านนางเกษร ชูรัก อายุ 57 ปี แม่ของสิบเอกทนงศักดิ์ เปิดเผยว่า ก่อนเกิดเหตุ ตนเองนั่งขายของอยู่ภายในร้าน ระหว่างนั้นผู้ก่อเหตุได้ขี่รถจักรยานยนต์มาจอดหน้าร้าน และเอะอะโวยวายเสียงดัง จากนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจสายตรวจได้ขับรถมาระงับเหตุ แต่ไม่รู้ว่าตำรวจได้เจรจากับผู้ก่อเหตุอย่างไร จากนั้นตนเองได้ยินเสียงปืนดังขึ้นหลายนัด จึงรีบก้มหมอบลงพื้นเพื่อหลบกระสุน และวิ่งเข้าบ้านไปหลบอยู่กับสามีที่นอนป่วยติดเตียงอยู่ภายในบ้าน
"ยืนยันว่า ลูกชายซึ่งเป็นทหารไม่ได้เป็นคนยิงนายเกริกพันธุ์ แต่เป็นตำรวจสายตรวจที่ยิงระงับเหตุ" นางเกษร กล่าว
นางเกษร กล่าวว่า ส่วนความขัดแย้งที่ก่อนหน้าจะเกิดเรื่อง นายเกริกพันธุ์ ได้ส่งข้อความมาข่มขู่จะฆ่าตนเอง ตนเองงงว่าไปทำอะไรให้นายเกริกพันธุ์ ไม่พอใจ และงงว่าจะมายิงตนเองทำไม
ทั้งนี้ ภายในร้านพบร่องรอยความเสียหาย ทั้งที่บริเวณประตูหน้าร้าน กำแพง และตู้แช่ถูกยิงได้รับความเสียหายหลายจุด
ชาวบ้านที่เห็นเหตุการณ์เปิดเผยว่า ช่วงเวลาประมาณ 15.00 น. ตนเองนั่งเลี้ยงลูกอยู่หน้าบ้าน ระหว่างนั้นได้ยินเสียงปืนดังขึ้น 2 นัด จากนั้นได้ยินเสียงรถชนกับเสาไฟฟ้าเสียงดัง จึงชะโงกหน้าออกมาดู พบว่า รถตำรวจประสบอุบัติเหตุ ตอนแรกตัวเองจะวิ่งเข้าไปช่วย เพราะเห็นว่าเป็นรถตำรวจ แต่ผ่านไปไม่นาน ได้มีชายซึ่งไม่ใช่ตำรวจวิ่งลงจากรถ ถืออาวุธปืนพร้อมกับพาเด็กผู้หญิงมาด้วย และทั้งสองได้วิ่งเข้ามาภายในห้องแถวที่ตนเองพักและวิ่งเข้าไปหลบอยู่ภายในห้องสุดท้าย ก่อนที่ตำรวจจะเข้าปิดล้อมใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง ก่อนที่ชายคนดังกล่าวจะให้ลูกสาวถือปืนออกมามอบตัวต่อตำรวจดังกล่าว
ล่าสุด เมื่อเวลา 21.30 น. ตำรวจกองพิสูจน์หลักฐานพัทลุงได้เข้าตรวจสอบรถตำรวจคันที่เกิดเหตุ ดูวิถีกระสุน และร่องรอยการถูกยิง ก่อนที่จะยกรถคันดังกล่าวไปเก็บที่ สภ.ป่าพะยอม เพื่อหาร่องรอยและเก็บดีเอ็นเอเพิ่มเติมในวันนี้


