xs
xsm
sm
md
lg

พิษหมอกควันไฟป่าอินโด-มาเลย์ถล่ม 10 จ.ใต้ รัฐสุดห่วยได้แค่ตั้งรับ-ปชช.ตื่นแก้ปัญหาเอง

เผยแพร่:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์

.
โดย...ศูนย์ข่าวหาดใหญ่
.

  
 
กลับมาอีกครั้งเป็นประจำทุกปี สำหรับหมอกควันจากไฟป่าในประเทศอินโดนีเซียและมาเลเซีย แต่ครั้งนี้มาหนักกว่าทุกปี สถานวิจัยมลพิษทางอากาศและผลกระทบต่อสุขภาพ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ (ม.อ.หาดใหญ่) รายงานว่า หนักสุดในรอบ 3 ปี
 
สถานการณ์เข้าขั้นวิกฤติในครั้งนี้ สถานวิจัยมลพิษทางอากาศและผลกระทบต่อสุขภาพเริ่มเตือนมาตั้งแต่วันที่ 5 ก.ย. โดยแจ้งให้ประชาชนในพื้นที่ภาคใต้ตอนล่างเฝ้าระวังสุขภาพ และควรลดระยะเวลาการทำกิจกรรมกลางแจ้งและใช้อุปกรณ์ป้องกันตนเอง เนื่องจากตรวจพบค่าปริมาณตวามเข้มข้นฝุ่นละออง PM2.5 ในพื้นที่ภาคใต้ตอนล่างมีค่าสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องตั้งแต่วันที่ 4 ก.ย. ซึ่งค่าความเข้มข้นอยู่ในระดับส่งผลกระทบต่อสุขภาพและมีค่าเกินค่ามาตรฐานคือ 50 ไมโครกรัม/ลบ.ม.
สถานวิจัยมลพิษทางอากาศและผลกระทบต่อสุขภาพ ระบุด้วยว่า สถานการณ์หมอกควันในพื้นที่ภาคใต้ของไทยในปีนี้ได้รับผลกระทบจากหมอกควันข้ามแดนเป็นระยะเวลาต่อเนื่องหลายเดือนตั้งแต่ช่วงต้นเดือน มิ.ย. 2562 แล้ว โดยก่อนหน้านี้ สถานการณ์โดยรวมถือว่าไม่รุนแรงมากนัก แต่ตั้งแต่วันที่ 30 ส.ค.เริ่มมีค่าปริมาณความเข้มข้นฝุ่นละออง PM2.5 ในพื้นที่ภาคใต้ตอนล่างเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในพื้นที่ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ที่สังเกตเห็นได้ชัดว่ามีหมอกควันปกคลุมทำให้ทัศนวิสัยในการมองเห็นลดลง
 
ผลของหมอกควันจากอินโดนีเซียและมาเลเซียส่งผลให้ในช่วงแรก พื้นที่ภาคใต้ตอนล่าง ทั้ง จ.สงขลา สตูล ตรัง ปัตตานี ยะลา และนราธิวาส ถูกปกคลุมไปด้วยหมอกควัน ประหนึ่งว่าเป็นเมืองในหมอก แต่มันไม่ใช่หมอกที่ทำให้เย็นสบาย หากเป็นหมอกที่เต็มไปด้วยฝุ่นละอองขนาดเล็ก หรือ PM2.5 ที่สร้างผลกระทบต่อสุขภาพของคนเราอย่างร้ายแรง!
 
 

 
แม้ว่าในวันที่ 14 ก.ย.สถานการณ์จะเริ่มดีขึ้น เนื่องจากมีฝนตกลงมาทำให้ปริมาณฝุ่นเจือจางลง ปริมาณ PM2.5 ต่ำกว่าค่ามาตรฐานไปอยู่ที่ 24 ไมโครกรัม/ลบ.ม. แต่ก็เป็นเหมือนการเว้นวรรคให้หายใจคล่องคอกันเพียงชั่วคราว

18 ก.ย. ฝุ่นละออง PM2.5 กลับมาอีกครั้งอย่างไม่มีความปราณี สถานวิจัยมลพิษทางอากาศและผลกระทบต่อสุขภาพ แจ้งเตือนประชาชนในพื้นที่หลังตรวจพบค่าความเข้มข้น PM2.5 เฉลี่ยรายชั่วโมงอยู่ที่ 146 ไมโครกรัม/ลบ.ม.

ค่าปริมาณความเข้มข้นฝุ่นละออง PM2.5 ที่กลับมามีค่าสูงขึ้นเป็นไปตามการคาดการณ์ โดยเกิดจากการเปลี่ยนแปลงของทิศทางลมเป็นลมตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งลมดังกล่าวจะพัดผ่านแหล่งกำเนิดฝุ่นควันในหมู่เกาะสุมาตรา ประเทศอินโดนีเซีย ซึ่งยังคงมีความรุนแรงอยู่เข้าสู่พื้นที่ภาคใต้ตอนล่าง

ค่า PM2.5 ไม่ได้หยุดอยู่แค่นั้น 16.44 น. วันเดียวกันนั้น สถานีวัดอากาศ ม.อ.หาดใหญ่วัดค่าเฉลี่ยรายชั่วโมงได้ที่ 239 ไมโครกรัม/ลบ.ม. ซึ่งเป็นค่า PM2.5 ที่สูงที่สุดในรอบ 3 ปี มลพิษฝุ่นควันปกคลุมทั่วทั้งพื้นที่ อ.หาดใหญ่และบริเวณใกล้เคียง สถานวิจัยมลพิษทางอากาศและผลกระทบต่อสุขภาพต้องรีบแจ้งเตือนให้ประชาชนทุกคนงดทำกิจกรรมกลางแจ้งโดยเด็ดขาด สวมใส่หน้ากาก N95 เมื่อออกนอกอาคาร และเฝ้าระวังสุขภาพ หากมีอาการทางสุขภาพ เช่น ไอ หายใจลำบาก ตาอักเสบ แน่นหน้าอก ปวดศีรษะ หัวใจเต้นไม่เป็นปกติ คลื่นไส้ อ่อนเพลีย ควรปรึกษาแพทย์ทันที

 
สถานการณ์ยิ่งเลวร้ายขึ้นอีก เมื่อหมอกควันเริ่มขยายวงกว้างลามไปถึง จ.พัทลุง และล่าสุด วันที่ 23 ก.ย.ได้เริ่มมีผลกระทบไปถึง จ.กระบี่ พังงา และภูเก็ต รวมมีทั้งสิ้น 10 จังหวัดจากทั้งหมด 14 จังหวัดในภาคใต้ที่ได้รับผลกระทบจากหมอกควัน ทั้งด้านสุขภาพ มีรายงานจากหลายจังหวัดว่ามีประชาชนจำนวนมากเริ่มเจ็บป่วย เช่น ที่ จ.สตูล สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดสตูล (สสจ.สตูล) สรุปรายงานผู้ได้รับผลกระทบจากปัญหาหมอกควันข้ามพรมแดนจากประเทศอินโดนีเซีย มีผู้ป่วยรวมแล้วทั้งสิ้น 11,837 คน จากจำนวนกลุ่มเสี่ยงทั้งสิ้น 105,000 คน มากที่สุดคือ ผู้ป่วยโรคทางเดินหายใจ 7,584 ราย โรคหัวใจและหลอดเลือด 3,113 ราย โรคผิวหนัง 679 ราย และตาอักเสบ 461 ราย

ผลกระทบด้านการท่องเที่ยว ที่ อ.หาดใหญ่ จำนวนนักท่องเที่ยวลดลง โดยเฉพาะบนยอดเขาคอหงส์ แหล่งท่องเที่ยวสำคัญ ซึ่งเป็นจุดชมวิวมุมสูงของเมืองหาดใหญ่ จำนวนนักท่องเที่ยวลดลงมาก เพราะหมอกควันบดบังทัศนียภาพและส่งผลกระทบต่อสุขภาพด้วย หรือที่ จ.สตูล แม้จะเป็นแหล่งท่องเที่ยวในป่า ที่น่าจะสดชื่น แต่กลับได้รับผลกระทบทั้งแสบตา เจ็บคอ และไม่สบายตัว โดยที่แก่งบ้านวังสายทอง ที่เปิดบริการล่องแก่ง ได้รับผลกระทบจนนักท่องเที่ยวพากันบ่นเป็นเสียงเดียวกัน

นอกจากนี้ ยังกระทบต่อการประกอบอาชีพ โดยบรรดาแม่ค้าพ่อค้าตามตลาดและริมถนน โดยเฉพาะในหาดใหญ่ เริ่มมีอาการเจ็บป่วย และผลกระทบต่อชาวประมงชายฝั่ง ที่ต้องหยุดออกหาปลา ไม่กล้าออกจากฝั่ง เนื่องจากเรือประมงเหล่านี้ไม่มีเข็มทิศหรือจีพีเอสนำทาง ที่ผ่านมา ชาวประมงหลงทางหลายราย

 
ปัญหาหมอกควันที่เกิดขึ้น ชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบ ก็ใช่ว่าจะนิ่งดูดาย นั่งบ่นอยู่แต่ที่บ้าน 20 ก.ย. กลุ่มพลเมืองผู้ได้รับความเดือดร้อนจากฝุ่นควันจากอินโดนีเซียในจังหวัดสงขลา ได้ร่วมกันชุมนุมด้านหน้าสถานกุงสุลอินโดนีเซีย ประจำ จ.สงขลา เพื่อเรียกร้องให้รัฐบาลอินโดนีเซียเร่งแก้ปัญหาหมอกควัน โดยมีการชูป้ายทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษสะท้อนให้เห็นถึงความเดือดร้อนของชาวสงขลา จากผลกระทบของควันพิษที่พัดมาจากอินโดนีเซียทุกปี

ล่าสุด มีผู้ใหญ่ใจดีนำเอาหน้ากาก N95 ไปแจกให้เด็กๆ ที่โรงพยาบาลสงขลานครินทร์ หาดใหญ่ หรือแม้แต่เด็กนักเรียนใน จ.สตูล ก็ออกมาเรียกร้องให้ผู้ใหญ่ให้หยุดเผาป่า หยุดเผาขยะ และขอร้องให้ช่วยทำฝนเทียมเพื่อช่วยให้หมอกควันที่หนาแน่นให้เบาบางลง ส่วนในโซเชียลก็ทำภาพ “นางเงือก” อ่าวสมิหลาใส่หน้ากากอนามัย

นั่นคือบางส่วนของการพยายามแก้ปัญหาของภาคประชาชน แต่เมื่อหันดูภาครัฐ ที่เป็นหน่วยงานหลักที่มีหน้าที่ในการแก้ปัญหาและช่วยบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชน เรากลับพบว่า ไม่ได้ทำหน้าที่เท่าที่ควร

 
ก่อนหน้านี้ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเคยประชุมเชิงปฏิบัติการเพื่อสรุปผลการปฏิบัติงานป้องกันและแก้ไขปัญหาหมอกควันภาคเหนือ ปี 2561 เพื่อเป็นการถอดบทเรียนการแก้ปัญหาหมอกควัน โดยมีแม่ทัพภาคที่ 3 ผวจ.พิษณุโลก ผวจ.พะเยา ผู้แทนหน่วยงานในสังกัดกระทรวงมหาดไทย กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงกลาโหม กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี กระทรวงคมนาคม กระทรวงสาธารณสุข กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม สำนักงบประมาณ และผู้แทนหน่วยงานใน 9 จังหวัดภาคเหนือ เข้าร่วม

และเมื่อวันที่ 19 มิ.ย. กรมควบคุมมลพิษ (คพ.) และสำนักงานสิ่งแวดล้อม ภาคที่ 16 สงขลา ก็ได้ร่วมกับหน่วยราชการที่เกี่ยวข้อง วางแผนเตรียมความพร้อมรับมือสถานการณ์หมอกควันภาคใต้ ปี 2562 สิ่งที่หน่วยงานราชการไทยเตรียมการคือ ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเตรียมพร้อมรับมือสถานการณ์ ด้วยการซักซ้อมทำความเข้าใจแนวทางการดำเนินงาน การเผยแพร่ข้อมูล แจ้งเตือนสถานการณ์หมอกควันด้วยการประชาสัมพันธ์สร้างความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้องตรงกัน ให้คำแนะนำต่อประชาชนในการป้องกันผลกระทบต่อสุขภาพ การประสานการทำงานร่วมกันระหว่างส่วนราชการ การสนับสนุนอุปกรณ์เครื่องมือ

การแก้สถานการณ์เพื่อบรรเทาผลกระทบผ่านแผนปฏิบัติการ 3 ขั้น คือ (1) ขั้นเตรียมการ (2) ขั้นรับมือ และ (3) ขั้นฟื้นฟูและสร้างความยั่งยืน รวมถึงมาตรการบังคับใช้กฎหมายที่เข้มงวด

ส่วนในระดับภูมิภาคในกลุ่มประเทศอาเซียนตอนใต้ คพ.เป็นผู้แทนประเทศไทยในการประสานงานตามข้อตกลงอาเซียนว่าด้วยมลพิษจากหมอกควันข้ามแดน และการให้ความร่วมมือระหว่างประเทศสมาชิกในการแก้ปัญหา

 
แต่เมื่อดูการปฏิบัติงานจริงในพื้นที่ภาคใต้ ตั้งแต่เกิดปัญหาหมอกควันเข้าปกคลุม จนกระทั่งเข้าขั้นวิกฤติ ค่า PM2.5 สูง 239 ไมโครกรัม/ลบ.ม. สิ่งที่หน่วยงานของรัฐดำเนินการคือ แจ้งเตือนประชาชน แจกหน้ากากอนามัย และเตรียมสถานพยาบาลเพื่อรองรับผู้ป่วย โดยในส่วนของหน้ากากอนามัยที่แจกกันนั้น สำนักงานสาธารสุขจังหวัดที่แจก เขาไม่รู้กันหรือว่า ใช้กรองฝุ่น PM2.5 ไม่ได้ เพราะเป็นแบบทั่วไปที่ป้องกันฝุ่นขนาด 3 ไมครอน ในขณะที่ PM2.5 มีขนาด 2.5 ไมครอน

ส่วนการดำเนินการอื่นๆ เช่น การตรวจวัดควันดำของรถยนต์ การควบคุมการก่อสร้างที่ก่อให้เกิดฝุ่น การเข้มงวดโรงงานอุตสาหกรรม โรงไฟฟ้าในพื้นที่ หรือการฉีดพ่นน้ำก็มีเพียงสวนสัตว์สงชลาที่เข้าไปฉีดน้ำชะล้างฝุ่นเพื่อช่วยสัตว์ในพื้นที่ แต่ก็ไม่เห็นมีรถฉีดน้ำจากหน่วยงานราชการอื่นมาช่วยชะล้างฝุ่นให้ประชาชน

หรือแม้กระทั่งเรื่องการเผาในพื้นที่ หน่วยงานของรัฐต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับเรื่องสิ่งแวดล้อมก็ทำเอาหูไปนาเอาตาไปไร่ ไม่เคยสนใจเรื่องการเผาป่าเผาขยะ ไม่ว่าจะในเมืองนอกเมือง ใครใคร่เผาก็เผา แม้แต่เจ้าหน้าที่เทศบาลบางแห่งเวลาไปจัดการขยะริมถนน ก็ใช้วิธีเผาแทนที่จะจัดเก็บให้เรียบร้อย

ใช่ว่าเราจะไม่เคยผ่านปัญหาหมอกควันกันมา แต่เราอยู่กับปัญหานี้มาหลายครั้งหลายปีและหลายสถานที่แล้ว ทั้งที่กรุงเทพฯ พื้นที่ภาคเหนือ และแม้กระทั่งในพื้นที่ภาคใต้เองก็เจอกันทุกปี หรือเป็นเพราะเจอหมอกควันจนเกิดความเคยชิน

หรือเพราะที่นี่ ภาคใต้ ไม่ใช่กรุงเทพมหานคร จึงไม่มีใครสนใจ ปล่อยให้ประชนชนหาทางเอาตัวรอดกันเอง ปล่อยให้ประชาชนไปยืนตะโกนเรียกร้องรัฐบาลอินโดนีเซียกันเอง อย่างนั้นหรือ?
 


Save on your hotel - www.hotelscombined.co.th
กำลังโหลดความคิดเห็น...