xs
xsm
sm
md
lg

เจ้าของร้านอาหารรัสเซียที่ป่าตอง โพสต์อ้างถูกตัวแทนลิขสิทธิ์ทำร้ายร่างกาย

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: MGR Online


ศูนย์ข่าวภูเก็ต - เจ้าของร้านอาหารรัสเซียที่ป่าตอง จ.ภูเก็ต โพสต์แฉถูกตัวแทนเจ้าของลิขสิทธิ์เพลงซึ่งเข้าตรวจร้าน พร้อมตำรวจในพื้นที่ทำร้ายชกที่หน้า กระชากสร้อยประคำขาด ส่วนลูกสาวลูกชายไม่เว้น ด้าน ผกก.สภ.กะทู้ เผยตำรวจร่วมเดินทางไปตรวจสอบจริงหลังตัวแทนลิขสิทธิ์แจ้งร้องทุกข์ แต่ยันไม่ได้ทำร้ายร่างกาย

จากกรณีมีการโพสต์ทั้งภาพนิ่ง และคลิปวิดีโอ โดยผู้ใช้เฟซบุ๊ฏชื่อ “บุษราคัม สุวรรณวงศ์” พร้อมเขียนข้อความต่างๆ หลายคลิปด้วยกัน เช่น “โดนพวกอ้างเป็นลิขสิทธิ์บุกรุกที่ร้านทั้งที่เราแจ้งว่าเปิดแต่เพลงรัสเซีย เราไม่เคยเปิดเพลงสากลเลย ไล่ให้ออกจากร้านก้อไม่ยอมไปบุกรุกเข้ามาประมาณ 12-15 คน ผลลัพธ์ที่ได้ตบน้องออม และชกชิงเอา iphon 6s ไปจากลุกสาวอายุ18 ทุบหน้าอก และกระชากสร้อยหินห้อยอาจารย์เจ้าแม่กวนอิมของเรา ชกและแตะกุ้กไกด์ ลุกชายอายุ 15 ของเรา และสุดท้ายชกเรา นี่เหรอโรงพักป่าตอง ช่วยกันแชร์ด้วยทุกสิ่งพิสูจน์นะ” นอกจากนั้น ยังมีอีกหลายโพสต์ซึ่งล้วนเป็นเรื่องที่เกี่ยวกับพฤติกรรมที่เกิดขึ้นในวันที่เกิดเหตุ รวมทั้งมีการถ่ายภาพร่องรอยที่ผู้โพสต์อ้างว่าถูกทำร้ายร่างกายมาโชว์ด้วย ซึ่งหลังจากมีการโพสต์ข้อความ และภาพนิ่ง รวมทั้งคลิปวิดีโอออกไป ก็ได้มีการเข้ามาแสดงความคิดเห็นของบุคคลต่างๆจำนวนมาก

เกี่ยวกับเรื่องนี้ ทางผู้สื่อข่าวได้ติดต่อสอบถามไปยัง นางบุษราคัม สุวรรณวงศ์ เจ้าของโพสต์ ทราบว่า นางบุษราคัม เป็นเจ้าของร้านอาหารรัสเซีย ที่หาดป่าตอง จ.ภูเก็ต โดยเปิดเผยว่า วันเกิดเหตุเวลาประมาณ 21.15 น. วันที่ 21 พ.ย.ที่ผ่านมา ได้มีผู้ชายสวมเสื้อแจ็กเกตสีดำ เดินเข้าไปที่ร้าน โดยแจ้งต่อสามีซึ่งอยู่ที่ร้านว่า เป็นตำรวจ และมาขอตรวจสอบลิขสิทธิ์เพลง หลังจากนั้น สามีก็ได้แจ้งต่อทางผู้ชายคนดังกล่าวว่า ที่ร้านไม่เปิดเพลงไทย หรือเพลงสากลเลย แต่จะเปิดเฉพาะเพลงรัสเซียเท่านั้น เพราะที่ร้านมีแขกรัสเซีย และขายอาหารรัสเซียเท่านั้น แต่คนที่เดินเข้ามาก็แจ้งว่าจะต้องซื้อลิขสิทธิ์ให้ถูกต้อง โดยมีผู้ชายอีกประมาณ 10 กว่าคนเดินตามหลังเข้ามา และเดินไปถ่ายรูปภายในร้านโดยไม่ฟังเสียงห้ามปราม

หลังจากนั้น สามีก็ได้โทร.แจ้งตนซึ่งอยู่อีกร้านว่า มีกลุ่มบุคคลอ้างว่าเป็นตัวแทนลิขสิทธิ์เข้ามาตรวจสอบที่ร้าน โดยสามีให้ตนคุยกับคนที่เข้ามาในร้านผ่านทางโทรศัพท์ ซึ่งตนก็พยายามที่จะบอกให้ทั้งหมดออกจากร้าน แต่ก็ไม่ยอมออก ตนจึงเดินทางกลับไปที่ร้านเกิดเหตุ เมื่อไปถึงตนก็ได้โวยวายเสียดังเนื่องจากความโมโห พร้อมกับยืนยันว่า ยังไงก็ไม่จ่ายค่าลิขสิทธิ์เพราะไม่ได้ทำผิด และจะแจ้งความต่อกลุ่มคนที่เข้ามาในร้านข้อหาบุกรุก แต่กลุ่มคนทั้งหมดก็ไม่ยอมออกไปจากร้าน ด้วยความโมโหจึงเข้าไปดึงชายเสื้อของผู้ชายที่อ้างว่าเป็นตำรวจให้ออกจากร้าน และขณะนั้นเหลือบไปเห็นเอกสารซึ่งม้วนเป็นแท่งที่ผู้ชายคนดังกล่าวถืออยู่ จึงดึงเอกสารดังกล่าวออกมา

หลังจากนั้น ผู้ชายซึ่งสวมเสื้อยืดสีดำ แขวนบัตรของบริษัทเพลงแห่งหนึ่งเข้ามาหาพยายามที่จะเอาเอกสารกลับตนก็ไม่ยอม และได้บอกให้ลูกสาวถ่ายคลิปไว้ เพราะตนเห็นว่าการเข้าตรวจสอบในครั้งนี้ไม่มีการแสดงบัตร หรือแสดงอะไรเลย เมื่อลูกสาวตนยกโทรศัพท์ขึ้นมาถ่ายรูป ผู้ชายคนดังกล่าวก็เข้าพยามยามจะแย่งโทรศัพท์ และชกที่ไหลาของลูกสาว ตนเห็นลูกถูกทำร้ายจึงเข้าไปขวางจึงถูกชกเข้าที่เบ้าตา และถูกกระชากสร้อยประคำที่ห้อยองค์เจ้าแม่กวนอิมจนขาด ส่วนลูกชายก็เข้ามาช่วยเหลือแต่ถูกทุบที่ศีรษะ เห็นดังนั้นตนก็ออกมาโวยวายหน้าร้าน และขับรถไปสถานีตำรวจภูธรกะทู้ เพื่อลงบันทึกประจำวันว่าถูกทำร้ายร่างกาย

นางบุษราคัม กล่าวต่อไปว่า วันนี้ (23 พ.ย.) ตนได้เดินทางไปร้องเรียนต่อผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต เพื่อขอความเป็นธรรมต่อเรื่องนี้แล้ว และในวันที่ 24 พ.ย.นี้ ตนจะเข้าแจ้งความดำเนินคดีต่อคนที่ทำร้ายร่างกายตน และลูกๆ อีกครั้ง ซึ่งเรื่องนี้ตนยอมไม่ได้อีกแล้ว

ขณะที่ พ.ต.อ.ชัยวัฒน์ อุ้ยคำ ผู้กับการสถานีตำรวจภูธรกะทู้ จ.ภูเก็ต กล่าวว่า เรื่องที่เกิดขึ้นตนทราบเรื่องแล้ว และได้มีการตรวจสอบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับเรื่องนี้แล้ว ซึ่งกรณีการเข้าตรวจสอบเรื่องของลิขสิทธิ์นั้น ทางตัวแทนเจ้าของลิขสิทธิ์ได้มาแจ้งความร้องทุกข์ที่สถานีตำรวจภูธรกะทู้ เพื่อไปตรวจสอบเรื่องของการละเมิดลิขสิทธิ์เพลง เมื่อมีการแจ้งความร้องทุกข์ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจก็ร่วมเดินทางไปตรวจสอบด้วย เมื่อเข้าไปในร้านเจ้าของ และตัวแทนเจ้าของลิขสิทธิ์มีการโต้เถียงกัน ซึ่งในเรื่องของการทำร้ายร่างกายกันนั้นในส่วนของเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ร่วมเดินทางไปด้วยไม่ได้มีส่วนร่วมทำร้ายร่างกายแต่อย่างใด เพียงแต่เข้าไปห้ามปรามเท่านั้น