xs
xsm
sm
md
lg

เจ็ตสกีภูเก็ตโหดขูดรีดนักเที่ยวจีน 2 แสน หลังขับเรือชน สุดท้ายต้องคืน 4 หมื่น

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: MGR Online


 
ศูนย์ข่าวภูเก็ต - ผู้ประกอบการเจ็ตสกีหาดบางเทา จ.ภูเก็ต โหด ขูดรีดนักท่องเที่ยวจีน เรียกค่าเสียหายถึง 200,000 บาท หลังเช่าเจ็ตสกีไปขับแล้วเกิดเฉี่ยวชนกลางทะเล ทั้งๆ ที่มีประกันภัยชั้น 1 อยู่แล้ว แถมแหกกฎทำสัญญาเป็นภาษาไทย ต่อรองเหลือ 90,000 บาท นักท่องเที่ยวร้องจังหวัด ผู้ว่าฯ เอาจริงคืนเงินให้นักท่องเที่ยว 40,000 บาท

วันนี้ (9 ก.พ.) นายอนุสรณ์ สาเหร่ ผู้ประกอบการเจ็ตสกีในพื้นที่หาดบางเทา ต.เชิงทะเล อ.ถลาง จ.ภูเก็ต ได้นำ Mr.Zhang Cheng นักท่องเที่ยวจีน มาร้องเรียนยังศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดภูเก็ต กรณีที่ถูกผู้ประกอบการเจ็ตสกีบริเวณหาดบางเทา อ.ถลาง จ.ภูเก็ต เรียกร้องค่าเสียหายถึง 200,000 บาท หลังเช่าเจ็ตสกีไปขับแล้วเฉี่ยวชนได้รับความเสียหาย โดยมี นายสมพงษ์ แป้นทอง เกษตรและสหกรณ์จังหวัดภูเก็ต ปฏิบัติหน้าที่ผู้อำนวยการศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดภูเก็ตประจำวันนี้ เป็นผู้รับเรื่องร้องเรียน พร้อมด้วย นายสาคร ปูดำ ผู้ช่วยเจ้าท่าภูมิภาคจังหวัดภูเก็ต ร่วมด้วย

นายอนุสรณ์ ระบุว่า เมื่อวันที่ 7 ก.พ.ที่ผ่านมา Mr.Zhang Cheng ซึ่งเป็นนักท่องเที่ยวจีน และเพื่อนได้เช่าเจ็ตสกี ชื่อ โยธารักษ์ จำนวน 4 ลำ ที่บริเวณจุดให้บริการหน้าโรงแรมดุสิต ลากูน่า ภูเก็ต ออกไปขับเล่นได้ประมาณ 5 นาที ก็ได้เฉี่ยวชนกับเจ็ตสกีที่เพื่อนขับทำให้เจ็ตสกีได้รับความเสียหาย เด็กเรือได้ลากเจ็ตสกีทั้ง 2 ลำขึ้นมาบนชายหาดแล้วเรียกค่าเสียหายจากนักท่องเที่ยวจีนกลุ่มดังกล่าวเป็นเงินทั้งสิ้น 200,000 บาท พร้อมทั้งข่มขู่ว่า หากนักท่องเที่ยวไม่ยอมจ่ายจะไม่ยอมให้เดินทางกลับประเทศ ทำให้นักท่องเที่ยวกลัว และยินยอมจ่ายเงินตามที่ผู้ประกอบการเรียกร้องเจ็ตสกีเรียกร้อง และได้ต่อรองกันจนเหลือประมาณ 90,000 บาท รวมทั้งต้องจ่ายในส่วนของการเช่าเจ็ตสกีอีกลำละ 2,400 บาท โดยนักท่องเที่ยวจะเดินทางกลับประเทศจีนในช่วงบ่ายของวันเดียวกันนี้

อย่างไรก็ตาม เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นตนได้นำนักท่องเที่ยวจีนไปลงบันทึกประจำที่ สภ.เชิงทะเล ไว้แล้วเมื่อวันที่ 8 ก.พ.ที่ผ่านมา เพราะเห็นว่าสิ่งที่ผู้ประกอบการรายดังกล่าวทำนั้นเป็นสิ่งที่ไม่ถูกต้อง และเป็นการทำลายภาพลักษณ์การท่องเที่ยวของภูเก็ต โดยเฉพาะปัญหาเจ็ตสกีเรียกค่าเสียหายจากนักท่องเที่ยวเกินกว่าเหตุเมื่อเจ็ตสกีได้รับความเสียหายจากการเช่าของนักท่องเที่ยวเป็นสิ่งที่ทุกฝ่ายได้ร่วมกันแก้ไขมาโดยตลอด และที่สำคัญ ผู้ประกอบการไม่มีสิทธิไปเรียกเงินค่าชดเชยจากนักท่องเที่ยวเกินวันละ 3,000 บาท เป็นเวลา 5 วัน หรือไม่เกิน 15,000 บาท เพราะเรือเจ็ตสกีทุกลำที่มาให้บริการนักท่องเที่ยวนั้น มีประกันภัยภาคสมัครใจชั้น 1 รองรับอยู่แล้ว ค่าเสียหายในการซ่อมบริษัทประกันภัยเป็นผู้รับผิดชอบ และจากการสอบถามนักท่องเที่ยวจีนรายดังกล่าวทำให้ทราบว่า ผู้ประกอบการได้ทำสัญญาเช่าที่เป็นภาษาไทย ทั้งที่มีข้อกำหนดว่าจะต้องเป็นภาษาของนักท่องเที่ยวนั้น ทำให้นักท่องเที่ยวไม่เข้าใจสัญญาที่ทำ ทำให้นักท่องเที่ยวเสียเปรียบหากเกิดอะไรขึ้น

การนำนักท่องเที่ยวมาร้องเรียนยังศูนย์ดำรงธรรมในวันนี้ ก็เพื่อต้องการให้ทางจังหวัดภูเก็ต และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้รับทราบว่า ปัญหาเจ็ตสกีเรียกร้องค่าเสียหายเกินความเป็นจริงยังเกิดขึ้นในภูเก็ต ปัญหายังไม่ได้ถูกแก้ไขไปทั้งหมด รวมทั้งขอเงินในส่วนที่ผู้ประกอบการเรียกเก็บเกินความเป็นจริงคืนให้นักท่องเที่ยวรายดังกล่าว เพื่อเป็นการสร้างภาพลักษณ์การท่องเที่ยว รวมทั้งให้มีบทลงโทษผู้ประกอบการที่ไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไขการให้บริการเจ็ตสกี เพื่อไม่ให้ผู้ประกอบการรายอื่นๆ เอาเยี่ยงอย่างต่อไป

อย่างไรก็ตาม ในช่วงบ่ายวันเดียว ที่ศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดภูเก็ต นายสุรชัย ยมดี ประธานชมรมเจ็ตสกี หาดบางเทา จ.ภูเก็ต พร้อมด้วยเจ้าของเรือ โยธารักษ์ ที่นักท่องเที่ยวจีนเช่าออกไปขับแล้วประสบอุบัติเหตุ ได้เดินทางเข้าพบกับ นายนิสิต จันทร์สมวงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเพื่อชี้แจงกรณีนักท่องเที่ยวจีนเข้าร้องเรียนต่อทางศูนย์ดำรงธรรม จ.ภูเก็ต ว่า มีการเรียกค่าเสียหายหลังนำเรือเจ็ตสกีไปขับ และชนกันเอง โดยเหตุเกิดที่หาดบางเทาเมื่อวันที่ 7 ม.ค.ที่ผ่านมา ซึ่งในเบื้องต้น ทางเจ้าของเรือยินยอมที่จะจ่ายเงินคืนให้แก่นักท่องเที่ยวจีนเป็นเงิน จำนวน 40,000 บาท หลังจากนักท่องเที่ยวยอมจ่ายค่าเสียหายไปก่อนหน้านี้ จำนวนประมาณ 90,000 บาท โดยตกลงจ่ายผ่านทางตัวแทนของนักท่องเที่ยวเนื่องจากตัวนักท่องเที่ยวได้เดินทางกลับประเทศไปแล้ว

อย่างไรก็ตาม ในส่วนของเจ้าของเรือ กล่าวว่า ไม่อยากเป็นข่าว และไม่ขอพูดอะไรมาก สำหรับเรือที่ได้รับความเสียหายจากเหตุการณ์ในครั้งนี้มี จำนวน 2 ลำ ซึ่งนักท่องเที่ยวเช่าและขับไปชนกันจนได้รับความเสียหาย โดยเหตุเกิดหน้าหาดบางเทา เวลาประมาณ 15.00 น. วันที่ 8 ก.พ.ที่ผ่าน เรือลำแรกบริเวณส่วนหัวของเรือแตก และยุบ นอกจากนั้น ยังมีขอบยางเรือแตก ส่วนอีกลำท้องเรือแตก และเรือจมลงทะเล ซึ่งลำนี้จะต้องเสียค่าล้างเครื่องยนต์ อย่างไรก็ตาม ขณะนี้เรือยังอยู่ที่อู่ซ่อม ซึ่งยังไม่มีการประเมินราคาค่าซ่อมที่ชัดเจน และยังไม่กำหนดระยะเวลาว่าจะซ่อมเสร็จเมื่อไหร่ แต่อย่างไรก็ตาม ในส่วนของเรื่องเงินที่เรียกจากนั้นท่องเที่ยวนั้นในเบื้องต้นยินยอมที่จะคืนให้แก่นักท่องเที่ยว จำนวน 40,000 บาท ส่วนเงินที่เหลืออยู่ก็ไม่น่าจะเพียงพอต่อค่าซ่อมเรือทั้ง 2 ลำ ที่ประสบอุบัติเหตุได้รับความเสียหายในครั้งนี้ ส่วนเรื่องสัญญานั้นยืนยันว่าได้ให้นักท่องเที่ยวเซ็นสัญญาภาษาจีน ซึ่งเป็นตัวสัญญาที่กำหนดใช้ร่วมกันทั้งจังหวัด

 
อย่างไรก็ตาม ในการเข้าพบผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ตในครั้งนี้ ทางชมรมเรือเจ็ตสกี หาดบางเทา ยังได้นำเสนอปัญหาการขอเพิ่มเรือเจ็ตสกีของผู้ประกอบการในพื้นที่หาดบางเทา เนื่องจากมีผู้ประกอบการที่อยู่นอกชมรมได้แจ้งความประสงค์ไปยังสำนักงานเจ้าท่าภูมิภาคที่ 5 เพื่อขอเพิ่มเรือ ซึ่งชมรมอยากให้ทางจังหวัดพิจารณาเรื่องนี้ โดย นายนิสิต จันทร์สมวงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต กล่าวว่า เรื่องของการเพิ่มจำนวนเรือเจ็ตสกีจะไม่ให้มีการเพิ่มจำนวนอย่างแน่นอน แต่ผู้ประกอบการที่มีอยู่เดิมจะต้องปฏิบัติตามกฎระเบียบที่กำหนดอย่างเคร่งครัด ทั้งเรื่องของการทำประกัน การเซ็นสัญญา การต่อทะเบียนเรือ ซึ่งตอนยอมรับว่าเรื่องของเจ็ตสกีนั้นในอดีตมีปัญหาเกิดขึ้นต่อนักท่องเที่ยวเยอะมาก จนมีการร้องเรียนกันอย่างต่อเนื่อง ทางหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งจังหวัดพยายามกันอย่างเต็มที่ที่จะแก้ไขปัญหาต่างๆ เพราะฉะนั้นทุกคนจะต้องปฏิบัติตามกฎที่กำหนดไว้เพื่อป้องกันไม่ให้มีปัญหาเกิดขึ้น
 
 
 

กำลังโหลดความคิดเห็น