นครศรีธรรมราช - แม่น้ำปากพนังวิกฤต จ.นครศรีธรรมราช ปลาตายเกลื่อน ผู้เลี้ยงปลากะพงในกระชังหมดตัว เชื่อเกิดจากสาเหตุชลประทานเปิดประตูระบายน้ำอุทกวิภาชประสิทธิ์เต็มกำลังทำให้ปลาปรับสภาพไม่ทัน
วันนี้ (24 ต.ค.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ จ.นครศรีธรรมราช แม่น้ำปากพนัง อำเภอปากพนัง จังหวัดนครศรีธรรมราช ฝั่งน้ำเค็มตอนล่างของประตูระบายน้ำอุทกวิภาชประสิทธิ์ กำลังเกิดวิกฤตหลังจากพบว่าตั้งแต่เมื่อคืนที่ผ่านมา สัตว์น้ำในธรรมชาติ โดยเฉพาะปลาชนิดต่างๆ ตายไปอย่างต่อเนื่อง โดยมีน้ำหนักรวมกันหลายตัน เช่นเดียวกับชาวประมงชายฝั่งผู้เพาะเลี้ยงปลากะพงขาวในกระชัง ซึ่งมีอยู่มากกว่า 40 ราย ตลอดแนวสองฝั่งลำน้ำปากพนัง ตอนล่างของประตูระบายน้ำอุทกวิภาชประสิทธิ์ ต่างได้รับความเสียหายจนหมดตัว ปลากะพงขาวที่กำลังรอจับส่งผู้รับซื้อทยอยตายลงไปจนเกือบหมดกระชังคิดเป็นน้ำหนักรวมหลายตัน มูลค่าหลายล้านบาท ซึ่งยังไม่มีหน่วยงานใดแสดงความรับผิดชอบเข้าไปตรวจสอบความเสียหายที่เกิดขึ้นว่าเกิดจากเหตุใด
นายมาโนช ดวงดี นายกสมาคมประมงชายฝั่งปากพนัง หนึ่งในผู้เพาะเลี้ยงปลากะพงขาวในกระชัง ระบุว่า ชาวประมงทั้งหมดที่เลี้ยงกะพงอยู่ในสภาพหมดตัวเนื่องจากปลาตายมากกว่า 90 เปอร์เซ็นต์ ไม่สามารถขายได้ หรือขายได้กลับถูกพ่อค้ากดราคาเหลือเพียงกิโลกรัมละ 30-40 บาทเท่านั้น วิกฤตแม่น้ำปากพนังเกิดขึ้นตั้งแต่เมื่อคืนที่ผ่านมา จนถึงวันนี้ปลาธรรมชาติลอยตายเป็นแพเกลื่อนแม่น้ำ ชาวบ้านต่างออกไปตักมาทำอาหาร หรือทำปลาเค็ม มีเพียงเจ้าหน้าที่ประมงมาถ่ายรูปเท่านั้น ไม่ได้ทำอะไร
สาเหตุเชื่อว่าเกิดจากการเปิดประตูระบายน้ำอุทกวิภาชพร้อมกันทุกบานทำให้น้ำจืดปริมาณมหาศาลทะลักลงมาในแม่น้ำปากพนัง ทั้งตะกอน หรือสารเคมีที่ตกค้างมาจากการทำเกษตรกรรม ทำให้สัตว์น้ำไม่สามารถปรับตัวได้ทันจนตายหมดแม่น้ำ ที่ยังรอดชีวิตอยู่ก็ลอยหัวรอเวลาตาย ชาวประมงจะทำมาหากินอะไร ในเมื่อสัตว์น้ำทั้งแม่น้ำตายเป็นจำนวนมหาศาล อยากขอร้องให้กรมชลประทานรับรู้ความเดือดร้อนของชาวประมงท้ายน้ำ ควรเปิดประตูระบายน้ำสายบายพาสฝั่งชะอวด-แพรกเมือง หรือไม่ฝั่งเสือหึง เนื่องจากชาวประมงจะไม่ได้รับผลกระทบ หรือค่อยๆ ทยอยเปิด ไม่ใช่เปิดพร้อมกันจนเสียหายไปทั้งหมดเช่นนี้


