xs
xsm
sm
md
lg

สศช.-สนง.งบประมาณ ย้ำ จ.อันดามัน ของบ ครม.สัญจรต้องจำเป็นเร่งด่วน

เผยแพร่:   โดย: MGR Online

นายชาญวิทย์ อมตะมาทุชาติ รองเลขาธิการคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ นายอิทธิศักดิ์ อินทรชุบ นักวิเคราะห์งบประมาณเชี่ยวชาญ และน.ส.สมหมาย ปรีชาศิลป์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต ร่วมประชุมพิจารณาโครงขอรับการสนับสนุนงบประมาณจากครม.สัญจร
ศูนย์ข่าวภูเก็ต - สศช.-สำนักงบประมาณลงภูเก็ต พิจารณาแผนงาน/โครงการของจังหวัด และกลุ่มจังหวัดอันดามันเสนอขอรับการสนับสนุนงบประมาณในการประชุม ครม.สัญจร ย้ำต้องจำเป็นเร่งด่วน สอดคล้องนโยบายรัฐบาลในการแก้ปัญหาการบริหารจัดการน้ำ การพัฒนาคุณภาพชีวิต เสริมอาชีพและเพิ่มรายได้ให้กับประชาชน

วันนี้ (6 มี.ค.) ที่ห้องประชุม 1 ศาลากลางจังหวัดภูเก็ต (หลังใหม่) น.ส.สมหมาย ปรีชาศิลป์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต และหัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้องกลุ่มจังหวัดภาคใต้อันดามัน ประกอบด้วย ระนอง ภูเก็ต พังงา กระบี่ และ ตรัง ประชุมร่วมกับผู้แทนคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ นำโดย นายชาญวิทย์ อมตะมาทุชาติ รองเลขาธิการคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ และ ตัวแทนจากสำนักงบประมาณ นำโดย นายอิทธิศักดิ์ อินทรชุบ นักวิเคราะห์งบประมาณเชี่ยวชาญ เพื่อพิจารณาแผนงาน/โครงการของจังหวัดและกลุ่มจังหวัด เพื่อขอรับการสนับสนุนงบประมาณในการประชุมคณะรัฐมนตรีอย่างเป็นทางการนอกสถานที่ในพื้นที่ จ.ภูเก็ต หรือ ครม.สัญจร ในระหว่างวันที่ 19-20 มีนาคมนี้

นายชาญวิทย์ กล่าวว่า ในการประชุม ครม.สัญจรนั้น ได้มีการกำหนดงบประมาณให้กับจังหวัดต่างๆ จังหวัดละไม่เกิน 100 ล้านบาท โดยเสนอโครงการได้อย่างน้อย 10 โครงการ และในส่วนของกลุ่มจังหวัดมีงบประมาณให้ 100 ล้านบาท สำหรับโครงการที่จะเสนอขอรับการสนับสนุนงบประมาณนั้น จะต้องเป็นโครงการที่มีความจำเป็นเร่งด่วน สามารถแก้ปัญหาความเดือดร้อน และเป็นความต้องการของประชาชน รวมทั้งสอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาลในการแก้ปัญหาการบริหารจัดการน้ำ การพัฒนาคุณภาพชีวิต เสริมอาชีพและเพิ่มรายได้ให้กับประชาชน มีแผนงานโครงการและสถานที่ชัดเจน รวมทั้งเมื่อได้รับการอนุมัติไปแล้วสามารถดำเนินการได้ทันที

ซึ่งจากที่ได้มีการพิจารณาโครงการซึ่งทางจังหวัดและกลุ่มจังหวัดภาคใต้อันดามันเสนอมานั้น พบว่าโครงการที่นำเสนอเข้ามาเป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด ส่วนของโครงการขนาดใหญ่ที่งบประมาณเกิน 100 ล้านบาท นั้นก็จะมีการพิจารณาจัดลำดับความสำคัญตามภารกิจของกระทรวงทบวงกรมนั้นต่อไป
ส่วนราชการที่เข้าร่วมประชุม
นายชาญวิทย์ ยังได้กล่าวต่อไปถึงการนำเสนอโครงการขนาดใหญ่ ที่จะต้องให้เอกชนมาร่วมลงทุน ว่า โครงการขนาดใหญ่ที่จะให้เอกชนร่วมลงทุนนั้น จะมีกฎหมายที่เกี่ยวข้องในเรื่องของการลงทุนร่วมระหว่างภาครัฐและเอกชนโดยเฉพาะ ดังนั้น การเสนอโครงการในลักษณะดังกล่าว ควรจะเสนอผ่าน กรอ.กลุ่มจังหวัด เพื่อให้คณะรัฐมนตรีเห็นชอบในหลักการ เพื่อจะได้มีการศึกษารายละเอียดต่างๆ เพิ่มเติมต่อไป ไม่ว่าจะความเป็นไปได้ของโครงการ รูปแบบการลงทุนและอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง เช่น โครงการรถไฟฟ้ารางเบา โครงการขุดเจาะอุโมงค์ป่าตอง เป็นต้น

อย่างไรก็ตาม สำหรับโครงการของกลุ่มจังหวัดอันดามันที่มีการนำเสนอขอรับการสนับสนุน ในส่วนของโครงการที่ไม่เกิน 100 ล้านบาท มีการเสนอจำนวน 21 โครงการ งบประมาณกว่า 592,384,570 บาท เบื้องต้นลำดับความสำคัญ 10 โครงการแรก เช่น โครงการก่อสร้างท่าเทียบเรือเพื่อการท่องเที่ยวบ้านทับละมุ อ.ท้ายเหมือง จ.พังงา งบประมาณ 31.2 ล้านบาท, โครงการศึกษาความเหมาะสมในการลงทุนวงท่อส่งน้ำดิบจากเขื่อนรัชประภาไปยังเกาะภูเก็ต งบประมาณ 32 ล้านบาทเศษ, โครงการขุดลอกร่องน้ำ บริเวณท่าเทียบแพขนานยนต์ข้ามฟากเกาะลันตาเชื่อมโยงการท่องเที่ยวทะเลอันดามัน งบประมาณ 18.4 ล้านบาทเศษ, โครงการศึกษาวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อมจากปัญหาน้ำทะเลกัดเซาะชายฝั่งบริเวณบ้านอ่าวเตย อ.กะเปอร์ จ.ระนอง งบประมาณ 10 ล้านบาทเศษ

ทั้งนี้ ได้มีการตั้งข้อสังเกตว่า โครงการที่จะของบประมาณนั้น ไม่ควรจะเป็นโครงการของบเพื่อการศึกษา แต่จะต้องเป็นโครงการที่มีการศึกษาไว้แล้ว เป็นโครงการจำเป็นเร่งด่วน สอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาล หากไม่ดำเนินการจะส่งผลกระทบและสร้างความเดือดร้อนให้กับประชาชน จึงขอให้มีการจัดลำดับความสำคัญใหม่

ส่วนของโครงการที่เกิน 100 ล้านบาทนั้น มีการเสนอไว้ 10 โครงการ งบประมาณ 54,932,505 บาท เช่น โครงการพัฒนาโครงข่ายเชื่อมโยงอันดามัน งบประมาณ 20,557,820 บาท โครงการเสริมสร้างความเชื่อมมั่นให้กับประชาชนและนักท่องเที่ยว 247,900,000 บาท โครงการท่าเทียบเรือสำราญกีฬา (มารีน่า) ระนอง งบประมาณ 110 ล้านบาท เป็นต้น

สำหรับในส่วนของจังหวัดภูเก็ตนั้น ได้เสนอของบในส่วนของจังหวัดงบไม่เกิน 100 ล้านบาท จำนวน 5 โครงการ ได้แก่ โครงการแก้มลิงขุมน้ำราชภัฏ 10 ล้านบาท โครงการแก้มลิงขุมน้ำสวนเฉลิมพระเกียรติ 15 ล้านบาท โครงการพัฒนาระบบส่งน้ำจากอ่างเก็บน้ำคลองบางเหนียวดำไปยังท่าอากาศยานภูเก็ต 49,680,000 บาท โครงการพัฒนาระบบควบคุมการจราจรทางน้ำจังหวัดภูเก็ต 20 ล้านบาท และโครงการอนุรักษ์และพัฒนาโบราณสถานบ้านพระยาวิชิตสงคราม ต.ศรีสุนทร อ.ถลาง 9,109,000 บาท

ส่วนของโครงการที่งบประมาณเกินกว่า 100 ล้านบาท เสนอจำนวน 5 โครงการ ได้แก่ โครงการก่อสร้างศาลากลางจังหวัดภูเก็ตหลังใหม่ 450 ล้านบาท โครงการก่อสร้างอนุสรณ์สถานเมืองถลาง อ.ถลาง 500 ล้านบาท โครงการเพิ่มประสิทธิภาพทางหลวงเชื่อมแหล่งท่องเที่ยวหาดป่าตอง หาดกะตะ หาดกะรน 150 ล้านบาท โครงการพัฒนาระบบคมนาคมเชื่อมสนามบินนานาชาติภูเก็ต 300 ล้านบาทและโครงการก่อสร้างทางลอดทางยกระดับ แก้ปัญหาจราจรในเมืองภูเก็ต บริเวณสามแยกบางคู 500 บาท

นอกจากนี้ ยังได้มีการเสนอโครงการเพื่อขอรับความเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรี 3 โครงการ งบประมาณ 30,731,040,000 บาท ได้แก่ โครงการก่อสร้างรถไฟฟ้าขนาดเบารอบเกาะภูเก็ตและเส้นทางสนามบิน งบประมาณ 25,000 ล้านบาท โครงการอุโมงค์ลอดเข้าหาดป่าตอง งบประมาณ 5,556,040,000 บาท และโครงการภูเก็ตเขียว (นำพลังงานทดแทนมาใช้ทุกรูปแบบ) งบประมาณ 175,000,000 บาท
กำลังโหลดความคิดเห็น