xs
xsm
sm
md
lg

แฉ! นายทุนสั่งซื้อกระดูกฉลามวาฬราคานับแสนบาท ทำเครื่องรางของขลัง

เผยแพร่:   โดย: MGR Online

จนท.ตรวจสอบซากเต่าตัวที่ตายล่าสุด
ชุมพร-พบซากเต่าตะนุ ตายเกยหาดแหลมแท่น อ.ปะทิว จ.ชุมพร เผยผ่านมาเพียงเดือนเดียว มีเต่าทะเลตายแล้ว 4 ตัว โลมา 2 ตัว แฉ! นายทุนสั่งล่าฉลามวาฬ ตัวละ 1-2 แสนบาท นำกระดูกไปทำเครื่องรางของขลัง และใช้แทนงาช้างประดับคฤหาสน์ ร้านอาหารหรู

เมื่อเวลา 09.00 น.วันนี้ (1 ก.พ.) นายดำเนิน วรพันธ์ หัวหน้าหน่วยบรรเทาภัยอาภากร จ.ชุมพร สมาคมอาสาสมัครบรรเทาภัยแห่งประเทศไทย ได้รับแจ้งจากนักศึกษาสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง วิทยาเขตชุมพร ว่า พบเต่าทะเลตายเกยหาดบริเวณอ่าวบ้านหินกบ หมู่ 6 ต.ชุมโค อ.ปะทิว จ.ชุมพร ใกล้กับสนามบินชุมพร จึงนำอาสาสมัครฯ เดินทางไปตรวจสอบ พบว่า เป็นเต่าตะนุ ยาวประมาณ 1 เมตร น้ำหนักราว 25-30 กิโลกรัม อายุประมาณ 2-3 ปี

ตรวจสอบพบว่า ที่บริเวณกระดองมีรอยแตกร้าว และท้องแตกไส้ทะลัก ตายมาแล้วประมาณ 1-2 วัน สันนิษฐานว่า สาเหตุที่ตายน่า จะถูกใบพัดเรือตี หรือติดอวนเรือประมง แล้วลอยมาเกยหาดบริเวณดังกล่าว พร้อมทั้งประสานไปยังเจ้าหน้าที่หน่วยงานเกี่ยวข้อง เพื่อมาเก็บข้อมูลนำไปตรวจสอบหาสาเหตุที่แท้จริงต่อไป

นายดำเนิน วรพันธ์ หัวหน้าหน่วยบรรเทาภัยอาภากร จ.ชุมพร กล่าวว่า ช่วงเดือนมกราคมที่ผ่านมา พบเต่าตะนุตายแล้ว 4 ตัว โดยพบบริเวณหาดบ่อเมา และหาดแหล่มแท่น หมู่ 1 ต.ชุมโค อ.ปะทิว จ.ชุมพร จำนวน 2 ตัว ที่ชายหาดเกาะพิทักษ์ อ.หลังสวน อีก 1 ตัว และล่าสุดพบที่หาดบ้านหินกบ หมู่ 6 ต.ชุมโค อ.ปะทิว อีก 1 ตัว

ทั้ง 4 ตัวพบว่า ตายลักษณะเดียวกัน นอกจากนั้นเดือนเดียวกันยังพบปลาโลมาหัวบาตร ตายที่หาดบ่อเมา หมู่ 1 ต.ชุมโค อ.ปะทิว อีก 1 ตัว และหาดทุ่งวัวแล่น หมู่ 5 ต.สะพลี อ.ปะทิว จ.ชุมพร อีก 1 ตัวด้วย

สำหรับสาเหตุการตายนั้น เท่าที่ทราบมาจากหลายสาเหตุ เช่น ติดอวน ติดเบ็ด ใบพัดเรือตี และกินถุงพลาสติกลงในไปในกระเพาะ โดยเฉพาะเรืออวนลอย และเรือเบ็ดราว ที่เป็นประมงเชิงพาณิชย์วางเครื่องมือประมงดังกล่าวจับปลากลางทะเล ซึ่งมีความยาว 5–10 กิโลเมตร ทำให้เต่า หรือปลาโลมาติดแล้วดิ้นหลุด แต่มีอาการบาดเจ็บสาหัส และต้องตายในเวลาต่อมา

ส่วนถุงพลาสติกส่วนใหญ่ จะมาจากเกาะที่มีนักท่องเที่ยวเข้าไปเที่ยวกันจำนวนมาก และชาวประมงที่จับปลาใช้ใส่เครื่องอุปโภคบริโภคแล้วทิ้งลงทะเล ทำให้เต่ากินเข้าไปแล้วตายในที่สุด สำหรับทะเลอ่าวไทยด้าน จ.ชุมพร ถือว่า เป็นที่อยู่อาศัย และแหล่งเพาะพันธุ์วางไข่เลี้ยงตัวอ่อนของสัตว์สัตว์น้ำ

โดยเฉพาะช่วงระหว่างวันที่ 15 ก.พ.-15 พ.ค.ของทุกปี กรมประมง จะมีมาตรการประกาศปิดอ่าวห้ามจับปลาช่วงฤดูว่างไข่ เพื่อให้สัตว์น้ำวางไข่เลี้ยงตัวอ่อนเป็นเวลา 3 เดือน ทำให้สัตว์ใหญ่ประเภท ฉลามวาฬ ปลาวาฬ ปลาโลมา ปลาพะยูน เต่าตะนุ เข้ามาอาศัยหากินอยู่ในแหล่งอาหารดังกล่าวจำนวนมาก

ตนในฐานะนักอนุรักษ์คนหนึ่งที่ทำงานอยู่ในพื้นที่ อ.ปะทิว จ.ชุมพร มานานหลายปี ล่าสุดมีข้อมูลจากผู้ใหญ่บ้านคนหนึ่ง ในพื้นที่หาดทุ่งวัวแล่น ต.สะพลี อ.ปะทิว จ.ชุมพร ว่า ขณะนี้มีชาวประมงกลุ่มหนึ่ง มาจากต่างถิ่นรับใบสั่งจากกลุ่มนายทุน และนักสะสมของหายาก เข้ามาล่าปลาวาฬ และปลาฉลามวาฬ ซึ่งมีเหลืออยู่ประมาณ 3 -5 ตัว บริเวณเกาะร้านเป็ด เกาะร้านไก่ และเกาะง่ามเล็ก เกาะง่ามใหญ่ ในราคาตัวละ 1–2 แสนบาท เพื่อจะนำเอากระดูกไปทำหัวเข็มขัด หัวแหวน และเครื่องรางของขลังตามความเชื่อ

โดยเฉพาะกระดูกซี่โครงขนาดใหญ่ของปลาฉลามวาฬ และปลาวาฬ ที่มีสีขาวขนาดใหญ่ ลักษณะเหว้าโค้งเหมือนงาช้าง กำลังเป็นที่ต้องการของคนมีเงิน เพื่อซื้อไปประดับบ้าน และร้านอาหารหรู ราคาคู่ละ 2–3 หมื่นบาท จึงต้องฝากถึงหน่วยงานเกี่ยวข้องเร่งตรวจสอบ และหามาตรการป้องกันปัญหาอย่างจริงจังด้วย

เต่าตะนุ ตัวที่ตายเกยชายหาดตัวล่าสุด