COTTON FARM ร้านจำหน่ายงานคราฟท์ หมุดหมายของนักท่องเที่ยวญี่ปุ่น และชาติอื่นๆ เมื่อเดินทางไป จังหวัดเชียงใหม่ แต่ด้วยผลกระทบจากเหตุการณ์หลายอย่าง ทำให้วันนี้ COTTON FARM ที่เคยมีออเดอร์ผลิตภัณฑ์ผ้าฝ้ายย้อมสีธรรมชาติจากลูกค้าญี่ปุ่น ปีละหลายล้านบาท ต้องปรับตัวหลังจากโควิดออเดอร์จากญี่ปุ่นหายเยอะมาก จนเป็นที่มาของการมาเปิดร้านอาหารญี่ปุ่นควบคู่ไปการทำเวิร์คชอป ให้บริการกับนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ
วิกฤตคือโอกาสอีกครั้ง ของ COTTON FARM
“เปรมฤดี กุลสุ” เจ้าของ กิจการ ห้างหุ้นส่วน จำกัด COTTON FARM จังหวัดเชียงใหม่ เล่าถึง COTTON FARM ว่า 25 ปี ที่ผ่านมาเราผลิตสินค้างานหัตถกรรมจากผ้าฝ้ายย้อมสีธรรมชาติ เริ่มต้นมาธุรกิจที่เกิดมาจากความรัก และความชอบในงานฝีมือ ซึ่งกิจการดำเนินด้วยดีมาโดยตลอดทั้งส่งออกและขายในประเทศ มีลูกค้าหลักคือประเทศญี่ปุ่น แต่เมื่อเกิดสถานการณ์โควิด กิจการเริ่มสะดุด ทั้งยอดขายและลูกค้าลดลงอย่างเห็นได้ชัด และตอนนี้สถานการณ์ ก็ไม่ได้กลับมาเหมือนเดิม เกิดผลกระทบเป็นวงกว้าง เศรษฐกิจประเทศญี่ปุ่นที่เป็นลูกค้าหลักก็มีปัญหาเช่นกัน ยอดสั่งซื้อลดลงกว่าเดิมมาก
ทั้งนี้ จากสถานการณ์โรคระบาดทำให้ต้องปรับตัว ทั้งในแง่ของการใช้ชีวิตและการค้าขาย โดยส่วนตัวเป็นคนชอบทำอาหาร และเคยไปใช้ชีวิตอยู่ที่ญี่ปุ่นระยะหนึ่ง จึงพอจะมีความรู้เรื่องของอาหารญี่ปุ่นอยู่บ้าง จึงสนุกกับการทำอาหาร ตอนแรกก็คิดแค่เรื่องสุขภาพตัวเอง แต่ก็สังเกตเห็นว่าผู้คนส่วนใหญ่ก็ปรับตัวหลังโรคระบาดเช่นกัน พฤติกรรมผู้บริโภคก็เปลี่ยนไป เห็นได้ชัดว่าเทรนด์เรื่องดูแลสุขภาพมาเป็นอันดับต้นๆเลย จึงเกิดความคิดที่อยากทำเรื่องอาหารคู่ขนานไปกับงานคราฟท์ที่ทำอยู่ จึงเปิดร้านอาหารเล็กๆ ชื่อ Artisan Taste ทำอาหารญี่ปุ่นที่เป็นอาหารเพื่อสุขภาพ สไตล์ Home cook ร้านตั้งอยู่ในพื้นที่ เดียวกับร้าน Cotton Farm ที่เป็นร้านคราฟท์ ทำควบคู่กันไป และในส่วนงานคราฟท์ ก็เปิดพื้นที่สำหรับการทำ workshop ย้อมผ้าฝ้ายสีธรรมชาติ เพื่อตอบโจทย์ผู้บริโภค นักท่องเที่ยวที่มองหาการท่องเที่ยวแบบมีประสบกาณ์
โควิด สอนอะไรผปก.เอสเอ็มอีไทยหลายอย่าง
“เป็นการเรียนรู้และปรับตัวหลังสถานการณ์ โรคระบาด ซึ่งจากเหตุการณ์นั้นหลายๆ คนคิดเหมือนกันว่าเราเพื่อความมั่นคงเราไม่ควรมีอาชีพเดียว และอีกเรื่อง โรคระบาดทำให้ตัวเราใส่ใจเรื่อง สุขภาพ มากขึ้น เริ่มจากทำอาหารเพื่อสุขภาพของเราและคนในครอบครัวก่อน พอมีเพื่อนๆ ที่เคยทานบอกว่าอาหารเราโอเครเลยนะ เลยเกิดความคิดว่าถ้าเปิดร้านอาหารน่าจะตอบโจทย์คนในสังคมที่ปัจจุบันที่หันมาสนใจสุขภาพและดูแลตัวเองมากขึ้น”
Artisan Taste ต่อยอดเมนูอาหารญี่ปุ่นเสิร์ฟในวัด
เมนูของร้านอาหาร Artisan Taste เป็นเมนูอาหารชุดที่เรียกว่า Teishoku เป็นอาหารชุดเพื่อสุขภาพ หรือ Balanced Meal ลูกค้าชาวไทยหลายท่านบอกว่าทานอาหารที่ Artisan Taste แล้วทำให้คิดถึงอาหารที่ได้ทานตอนไปพักเรียวกังในญี่ปุ่นที่มักจะเสริฟอาหารแบบนี้ Teishoku set เทโชกุ มีหลักคิดคือ ข้าว 3 อย่าง น้ำ 1 อย่าง ...ข้าว 3 อย่างประกอบด้วย ข้าว อาหารจานหลัก (เนื้อสัตว์) และ กับข้าวรอง (เป็นผัก) และน้ำ 1 ก็คือ ซุป
สำหรับเทโชกุ มีต้นกำเนิดมาจากรูปแบบอาหารดั้งเดิมที่เสิร์ฟในวัดเซน ที่เรียกว่า อิจิจูอิซาอิ รสชาติอาหารจะเป็นแบบบ้านๆสไตล์ญี่ปุ่น เป็นอาหารทางเลือกที่ดีต่อสุขภาพ ซึ่งทุกเมนูที่ขายในร้านจะเน้นวัตถุดิบจากธรรมชาติ ใช้พืชผักอินทรีย์เป็นหลัก ใช้น้ำมันรำข้าว และ น้ำมันงาที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกาย เครื่องปรุงบางอย่างนำเข้าจากประเทศญี่ปุ่น รวมถึงข้าวก็ใช้ช้าวญี่ปุ่นแท้ๆ เราเน้นใช้ผัก และผลไม้ตามฤดูกาล เพราะเชื่อว่า รสชาติที่ดี ต้องมาจาก วัตถุดิบที่ดี ซึ่งพืชผักตามฤดูกาลจะให้รสขาดที่ดีและธรรมชาติที่สุด
ผลตอบรับดีเกินคาด เมนูอาหารญี่ปุ่นที่ไม่ได้มีเมืองไทย
หลังจากเปิดมาได้ไม่ถึงปี ได้รับการตอบรับที่ดีมาก จากลูกค้าทั้งชาวไทยและต่างชาติ และเราโชคดีที่ได้กลุ่มลูกค้าที่ให้ความสำคัญกับสุขภาพเช่นเดียวกับเรา
ในส่วนของงานคราฟท์ งานผ้าฝ้ายก็ยังคงทำอยู่ แม้คำสั่งซื้อจากลูกค้าจะลดลงไปมาก เราปรับตัวงานคราฟท์กับการท่องเที่ยว ออกแบบกิจกรรมหรือเวิร์คชอป ให้นักท่องเที่ยวได้มาสัมผัสประสบการณ์ ทำกิจกรรม ทั้งการทอผ้า ย้อมสีธรรมชาติ การทำมัดย้อมหรือ Tie Dye ซึ่งนักท่องเที่ยวโดยเฉพาะต่างชาติ ชอบที่จะมาทำกิจกรรมแบบสร้างประสบการณ์ ได้ทั้งเรียนรู้ ขั้นตอนการทำ และสนุกไปกับการสร้างสรรค์งานคราฟท์ด้วยตนเอง และ ลูกค้าหลายคนบอกว่านอกจากจะได้ชิ้นงานกลับไปแล้วยังได้ความทรงจำดีๆ ของการมาเชียงใหม่กลับไปด้วย ซึ่งนั่นคือความสุขและกำลังใจของคนทำงานคราฟท์เลยล่ะ
ปรับตัวงานคราฟท์มาทำร้านอาหารหลายสิ่งที่เหมือนกัน
การปรับตัวครั้งนี้ สำหรับเราการทำงานคราฟท์ กับ ร้านอาหารมีสิ่งหนึ่งที่เหมือนกันคือ "การใช้ความคิดสร้างสรรค์ " ในการออกแบบไม่ว่าจะเป็นลายผ้าและการออกแบบหน้าตาอาหารให้น่ารับประทาน เราจึงตั้งชื่อร้านอาหารว่า Artisan Taste ...ที่สำคัญไม่ว่าจะทำอะไร ถ้าทำในสิ่งที่เรารักเราชอบ และมีแพสชั่น เราจะทำสิ่งนั้นได้ดี และมีความสุขในทุกวันทำงาน
“25 ปี ของ ก่อตั้งแบรนด์ Cotton Farm มาจากช่วงหนึ่ง ตนเอง ได้ไปอยู่ที่ประเทศญี่ปุ่นและได้ไปเห็นงานหัตถกรรมจากไทยไปจำหน่ายที่นั่น ดูสะดุดตาและคิดว่าทำไมงานหัตถกรรมของบ้านเราถึงสวยจัง ทั้งที่ตอนอยู่เมืองไทยเราเห็นก็เฉยๆ มองไม่เห็นคุณค่าหรือชื่นชอบงานหัตถกรรม เท่าใดนัก อาจเหมือนสำนวนที่ว่า "ใกล้เกลือกินด่าง" คือเห็นมาแต่เด็กจึงมองไม่เห็นความสวยงามของมัน แต่พอได้ออกไปอยู่ไกลบ้านไกลเมือง ถึงได้มองเห็นคุณค่าและความสวยงามของงานศิลปะ-หัตถกรรม ของบ้านเรา เมื่อกลับมาประเทศไทย จึงเกิดแรงบันดาลใจอยากทำงานด้านงานหัตถกรรม เพราะงานฝีมือก็เป็นงานอดิเรกที่ตนเองชอบทำอยู่แล้ว” เปรมฤดี กล่าวในที่สุด
ติดต่อ Facebook/IG : Cotton Farm : Chiang Mai Craft
Facebook/IG Artisan Taste


