SMEs ไทยเผชิญศึกสินค้าจีนทะลัก 3 หมื่นล้าน! นักกลยุทธ์ชี้ภาษีนำเข้า 10% รับมือไม่ไหว แนะใช้ 'Andromeda AI' พลิกเกมรอดปี 2026
●สถานการณ์ปี 2026: SMEs ไทยเผชิญปัญหาสินค้าจีนทะลัก 30,000 ล้านบาท/ปี และค่าโฆษณาพุ่งสูง
●Andromeda คืออะไร: ระบบ AI อัจฉริยะล่าสุดของ Meta (Facebook/IG) ที่ใช้ค่าพิกัดคณิตศาสตร์ (Embeddings) จับคู่โฆษณากับผู้ซื้อแทนการกำหนดกลุ่มเป้าหมายแบบเดิม
●ทางรอดของ SMEs: พลิกกลยุทธ์ด้วยลายแทงจากหนังสือ "แอดฯ ปังด้วย AI" เปลี่ยนจากการยิงแอดแบบเดิม สู่ระบบ Creative-Led Marketing และ Data Density เพื่อเร่งประสิทธิภาพ AI ให้ทำงานได้อย่างแม่นยำและคุ้มค่าที่สุด
สมรภูมิการตลาดออนไลน์กำลังเข้าสู่จุดเปลี่ยนสำคัญอีกครั้ง เมื่อกฎการเล่นเดิมที่เคยใช้ได้ผล กำลังกลายเป็น "กำแพง" ที่ปิดกั้นโอกาสในการอยู่รอด ท่ามกลางวิกฤตค่าโฆษณาพุ่งสูงและการรุกคืบของสินค้านำเข้า โดยเฉพาะทุนจีนที่ไหลทะลักเข้าสู่ตลาดไทยมากกว่า 30,000 ล้านบาทต่อปี สองนักกลยุทธ์แบรนด์ระดับโลกจึงออกมาเปิดลายแทง "Andromeda AI" กุญแจดอกสำคัญที่จะเปลี่ยน SMEs จากผู้แพ้ให้กลายเป็นผู้คุมเกมในปี 2026
ในช่วงปีที่ผ่านมา ผู้ประกอบการไทยต้องเผชิญกับ "พายุสมบูรณ์แบบ" (Perfect Storm) ทั้งภาวะเศรษฐกิจชะลอตัวและการแข่งขันที่รุนแรงจากแบรนด์ใหญ่ที่ยึดครองพื้นที่โฆษณาจนราคาดีดตัวสูงขึ้น อีกทั้งระบบการขายผ่าน Live หรือ Influencer ที่เคยเป็นทางรอด อาจตกอยู่ในความผันผวนจนไม่สามารถการันตียอดขายได้เหมือนเก่า อีกทั้งข้อมูลล่าสุดจากการคาดการณ์ของกรมศุลกากรยังเผยให้เห็นตัวเลขที่น่าตกใจว่า สินค้านำเข้าโดยเฉพาะสินค้าราคาถูกจากจีนไหลเข้าสู่ตลาดไทยสูงถึง 30,000 ล้านบาทต่อปี[1] กลายเป็นสัญญาณเตือนว่าหากไม่รีบปรับตัว ธุรกิจไทยอาจเผชิญกับ ‘วิกฤตการสูญเสียที่ยืนในตลาด’ อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
แม้ล่าสุดภาครัฐจะเตรียมงัดมาตรการภาษีนำเข้า 10% สำหรับสินค้าที่มีมูลค่าต่ำกว่า 1,500 บาท โดยมีกำหนดเริ่มเก็บจริงในวันที่ 1 มกราคม 2569 เพื่อสร้างความเป็นธรรมให้กับธุรกิจภายในประเทศ ด้านของนักกลุยทธ์ได้ตั้งข้อสังเกตและชี้ให้เห็นว่า SMEs ไทยยังไม่อาจนิ่งนอนใจได้ เพราะอาวุธที่น่ากลัวที่สุดของคู่แข่งไม่ใช่แค่ราคา แต่คือการใช้ประโยชน์จากอัลกอริทึมใหม่ที่กำลังเปลี่ยนโลกการขายไปตลอดกาล
'Andromeda' (AI Meta): เมื่อการยิงแอดแบบเดิมคือความล้มเหลว
หัวใจสำคัญที่จะชี้ชะตาธุรกิจในปี 2026 คือการมาของ 'แอนโดรเมดา' (ANDROMEDA) เป็นระบบอัจฉริยะล่าสุดของ Facebook และ Instagram (Meta) ที่เลือกยิงโฆษณาให้คนที่มีโอกาสซื้อจริง ที่เริ่มใช้งานเต็มรูปแบบในช่วงกลางปี 2025 ซึ่งถือเป็นการ "ล้างไพ่" วิธีการยิงโฆษณาแบบกำหนดกลุ่มเป้าหมาย (Targeting) แบบเดิมๆ ไปสู่ยุคที่ AI ใช้ค่าพิกัดทางคณิตศาสตร์หลายมิติหรือ 'Embeddings' ในการจับคู่โฆษณากับผู้ใช้ด้วยตัวเองอย่างแม่นยำระดับวินาที
ในฐานะ Serial Entrepreneur หรือผู้ประกอบการที่มีแนวคิดสร้างสรรค์ สามารถสร้างธุรกิจใหม่ๆ และขายกิจการให้กับแบรนด์ชั้นนำได้เสมอ คุณวิค - อัครวัฒน์ เศรษฐีเชาวลากุล และยังเป็นผู้ก่อตั้ง OneChat.ai แพลตฟอร์มครบวงจรที่ให้บริการ AI Chat Commerce ซึ่งเป็นหนึ่งใน Meta Business Partner และ คุณกัน - ชวพล ฟ้าอำนวยผล นักกลยุทธ์แบรนด์ระดับโลก ปัจจุบันเป็นผู้อำนวยการหลักสูตรออนไลน์ (Program Chair) และอาจารย์วิชา Digital Marketing หลักสูตรปริญญาโท วิทยาลัยการจัดการ มหาวิทยาลัยมหิดล (CMMU) เน้นย้ำว่าในสมรภูมิที่สินค้าจีน 3 หมื่นล้านกองอยู่ตรงหน้า ผู้ประกอบการต้องหยุดฝืนธรรมชาติของอัลกอริทึม และเปลี่ยนมาใช้กลยุทธ์ "ให้ AI ทำสิ่งที่ AI เก่ง และมนุษย์กลับไปโฟกัสในสิ่งที่ AI ทำไม่ได้"
"ปัจจุบันปริมาณโฆษณาเพิ่มขึ้นกว่าเดิมหมื่นเท่า Andromeda จึงถูกสร้างมาเพื่อคัดกรองสิ่งที่ 'ใช่' จริงๆ ให้กับผู้ใช้ ทฤษฎีการคัดกลุ่มเป้าหมายแบบละเอียดจึงกลายเป็นวิธีที่ทำให้ค่าแอดแพงขึ้นโดยใช่เหตุ" คุณวิคกล่าวเสริม
จากการรวบรวมประสบการณ์ตรงของคุณวิค - อัครวัฒน์ และคุณกัน - ชวพล ทั้งสองได้ถ่ายทอดลายแทงทางรอดผ่านหนังสือคู่มือการตลาด "แอดฯ ปังด้วย AI เปลี่ยนงบหลักร้อยเป็นเงินล้าน" โดยสรุป 5 กลยุทธ์ที่ต้องปรับใช้ทันที ดังนี้
1. Creative คือแผนที่สู่อนาคต: ในยุค Andromeda ชิ้นงานโฆษณา (Creative) คือตัวบอก AI ว่าลูกค้าของคุณคือใคร ผู้ประกอบการต้องผลิตคอนเทนต์ที่หลากหลาย (8-15 ชิ้นต่อ Ad Set) เพื่อทดสอบหา "สัญญาณ" ที่ใช่ เช่น เน้นความคุ้มค่า เน้นคุณภาพ ลองเปลี่ยนสถานที่หรือตัวแสดง รวมถึงเพิ่มทักษะการใช้เครื่องมือช่วยอย่าง ChatGPT หรือ Midjourney ซึ่งเป็นเรื่องจำเป็นมากในปี 2026 เพราะหากคอนเทนต์ไม่โดนใจ AI จะหลงทางทันที
2. ความทรงพลังของ Broad Targeting: การปล่อยให้ AI หาคนซื้อผ่านระบบ Advantage+ สามารถเพิ่มค่า Return on Ad Spend / ROAS ได้สูงถึง 22% (เทียบให้เข้าใจง่ายๆ ว่า คุณใช้เงินเท่าเดิม แต่ได้เงินคืนมามากขึ้น เช่น เงินที่คุณซื้อจ่ายไป จะทำงานได้ฉลาดขึ้นในการไปตามหาคนที่มีโอกาสซื้อจริงๆ หรือมีโอกาสทำเงินได้สูงขึ้นจากเดิมประมาณ 1 ใน 4) และลดต้นทุนต่อการได้ข้อมูลลูกค้า (Cost per Lead / CPL) ลง 10% และไม่ควรจำกัดกลุ่มเป้าหมายที่แคบเกินไป เพราะเป็นการปิดกั้นโอกาสที่ AI จะพบลูกค้ากลุ่มใหม่ที่พร้อมซื้อสินค้า
3. พลังแห่ง Data Density: เลิกแยกงบประมาณสำหรับแคมเปญย่อยๆ จนข้อมูลกระจัดกระจาย แต่ให้รวมพลังแคมเปญหลักเข้าด้วยกัน เพื่อสร้าง Data Density หรือความหนาแน่นของข้อมูล เปรียบเสมือนอาหารเข้มข้นที่ช่วยให้ AI เรียนรู้ได้เร็วและแม่นยำที่สุด โดยใช้ระบบ Campaign Budget Optimization (CBO) ให้ AI ตัดสินใจเองว่าควรเทเงินไปที่โฆษณาชิ้นไหนที่จะสร้างยอดขายได้จริง พร้อมเช็กผลลัพธ์ผ่านยอดขายจากลูกค้าใหม่ (New Customer ROAS) เพื่อให้มั่นใจว่าเงินโฆษณาที่จ่ายไปไม่ได้จมอยู่กับกลุ่มเดิม แต่เป็นการหาลูกค้าใหม่เข้ามาเพิ่มจริงๆ
4. ยกระดับด้วย Conversions API (CAPI): ผู้ประกอบการต้องอัปเกรดการติดตามผลด้วย Conversions API (CAPI) ควบคู่ไปกับ Pixel เดิม เพราะในยุคที่ระบบป้องกันความเป็นส่วนตัวสูงขึ้นจนไม่สามารถพึ่งพาคุกกี้ได้เพียงอย่างเดียว การเชื่อมต่อ CAPI จะช่วยส่งข้อมูลการซื้อขายจากเซิร์ฟเวอร์ของคุณไปยัง Meta โดยตรง ทำให้ AI ได้รับข้อมูลที่แม่นยำและครบถ้วนที่สุด เพื่อให้ AI จะนำไปประมวลผล หากระบบติดตามผลผิดพลาด ข้อมูลที่ AI ได้รับก็จะเพี้ยนตามไปด้วย ดังนั้นการลงทุนในระบบ Tracking ที่ถูกต้องจึงเป็นรากฐานสำคัญที่ทำให้โฆษณาของคุณทำงานได้เต็มประสิทธิภาพและคุ้มค่าที่สุด
5. ระบบ 3 Day Test และ Prompt อัจฉริยะ: การทำงานอย่างเป็นระบบผ่าน ‘3 Day Test’ เพื่อทดสอบประสิทธิภาพคอนเทนต์ภายใน 3 วันก่อนตัดสินใจเพิ่มงบ ควบคู่กับการใช้เครื่องมืออย่าง Meta Ads Library เพื่อวิเคราะห์แนวทางโฆษณาของคู่แข่ง นอกจากนี้ การฝึกใช้ AI Prompt เพื่อสร้างภาพและเนื้อหาที่เจาะจงกลุ่มลูกค้าแต่ละประเภท (Persona-Based) จะช่วยให้ผู้ประกอบการรายย่อยสามารถสร้างโฆษณาที่โดนใจและเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้อย่างแม่นยำ จนสามารถแข่งขันกับทุนใหญ่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ระบบหลังบ้าน: จุดเปลี่ยนเกมในยุค AI
นอกเหนือจากกลยุทธ์หน้าบ้านแล้ว คุณวิค - อัครวัฒน์ ย้ำว่า "ระบบหลังบ้านคือจุดตัดสินชัยชนะ" เพราะการมีโฆษณาที่ปังแต่ปิดการขายไม่ได้คือความสูญเปล่า แพลตฟอร์ม OneChat.ai จึงถูกพัฒนาขึ้นเป็นจิ๊กซอว์ชิ้นสุดท้ายที่ใช้ AI ช่วยตอบแชทและจัดการออเดอร์อัตโนมัติตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อให้มั่นใจว่าทุกบาทที่ลงทุนไปจะถูกเปลี่ยนเป็นยอดขายจริงโดยไม่มีตกหล่น
วิกฤตสินค้าจีน 3 หมื่นล้านบาทต่อปี คือบททดสอบครั้งใหญ่ที่บังคับให้ SMEs ไทยต้อง "ปฏิวัติ" ตัวเองด้วยเทคโนโลยี ในวิกฤต Social Commerce ปี 2026 หนังสือ "แอดฯ ปังด้วย AI เปลี่ยนงบหลักร้อยเป็นเงินล้าน” จึงเป็นเสมือนไอเทมสำคัญที่รวบรวมเทคนิคจากประสบการณ์จริงเพื่อให้ผู้ประกอบการก้าวข้ามขีดจำกัดเดิม ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญ ซึ่งวางจำหน่ายแล้ววันนี้! ที่ร้านหนังสือซีเอ็ดทั่วประเทศ รวมทั้งช่องทางออนไลน์บน Se-ed.com, Lazada ที่ https://s.lazada.co.th/s.ZbBeOL, Shopee ที่ https://s.shopee.co.th/6fb1PpV6Ch, TikTok Shop เพื่อเตรียมความพร้อมสู่ยุค AI อย่างเต็มตัวและมั่นคง


