xs
xsm
sm
md
lg

เกือบปิดกิจการ “บ้านต้นมะขาม” เครื่องประดับหัตถศิลป์ยุคใหม่ ต่อยอดมากว่า 100 ปี

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์




ร้านทองเก่าแก่กว่า 100 ปี บ้านต้นมะขามที่ถูกส่งต่อมายังทายาทจนถึงรุ่นที่ 4 ที่ผสมผสานความลงตัวระหว่างงานหัตถศิลป์โบราณผสานเข้ากับความทันสมัยในยุคปัจจุบัน ความพิเศษของบ้านต้นมะขามอยู่ตรงที่เป็นร้านทองที่ไม่ธรรมดา ไม่เหมือนร้านทองทั่วไปที่ภายในร้านจะมีการจัดวางไว้ตามตู้ต่างๆ แต่บ้านต้นมะขามเป็นเพียงบ้านที่มีต้นไม้ร่มรื่นกับบรรยากาศที่สบาย


ธามาริน เจริญพิทักษ์ ผู้บริหารและเจ้าของแบรนด์ บ้านต้นมะขาม

นายธามาริน เจริญพิทักษ์ ผู้บริหารแบรนด์บ้านต้นมะขาม เผยว่า จุดเริ่มต้นของบ้านต้นมะขามนั้นมีที่มาจากการดำเนินธุรกิจตั้งแต่รุ่นสู่รุ่น ซึ่งตนเป็นทายาทรุ่นที่ 4 โดยบ้านต้นมะขามมีความโดดเด่นและแตกต่างจากร้านทองทั่วไปเพราะร้านอื่นๆ ทั่วไปจะมีการจัดวางทองไว้ตามตู้ต่างๆ ภายในร้าน แต่สำหรับบ้านต้นมะขามนั้นจะเป็นบ้านที่มีต้นไม้ร่มรื่น ให้ความรู้สึกเป็นกันเองแก่ผู้มาเยือน



ทั้งนี้ บ้านต้นมะขามเติบโตมากว่า 100 ปี ส่งต่อรุ่นสู่รุ่น ในช่วงแรกเจ้าของแบรนด์ไม่ได้มีความสนใจด้านแฟชั่นและความสวยความงามเท่าไหร่นัก หลังจากเรียนจบในระดับอุดมศึกษาได้ออกค้นหาตัวเองด้วยการทำงานในหลากหลายพื้นที่ แต่ก็มีแวะเวียนเข้ามาดูงานของที่บ้านเป็นระยะ ต่อมาเมื่อเริ่มอิ่มตัวกับงานที่ทำพร้อมกับเริ่มสนใจในงานทองเพิ่มมากขึ้น ทำให้เจ้าของร้านตัดสินใจเข้ามาดูแลกิจการของที่บ้าน โดยเริ่มศึกษาอย่างจริงจังและได้ค้นพบว่าช่างทองของธุรกิจมีทักษะและความเชี่ยวชาญเป็นอย่างมาก



นอกจากนี้ ความโดดเด่นของแบรนด์บ้านต้นมะขาม คือ ความลงตัวระหว่างความเป็นธรรมชาติ ความโบราณ และความทันสมัยต่อยุคปัจจุบันมาผสมผสานกับเครื่องมือให้เข้ากัน จนเกิดเป็นชิ้นงานที่ให้ความรู้สึกทันสมัยอยู่เสมอและไม่ทิ้งความเป็นธรรมชาติอีกด้วย เอกลักษณ์ที่ยังคงไว้ ได้แก่ การฉลุลายที่มีทั้งลายใบมะขาม ใบโพธิ์ ลายม้วน ขัดแตะ และกลุ่มลายไทยต่างๆ เสริมด้วยเทคนิคของช่างทองโบราณ เช่น สตางค์แดง ข้อมะขามปล้องไผ่ และลูกคิด ซึ่งล่าสุดได้มีการนำแนวคิดงานกรอบพระที่ใช้วัสดุอย่างทองคำชมพู หรือ Rose Gold 18k ที่ได้รับการออกแบบกรอบให้มีความโดดเด่นเข้ากับองค์พระได้อย่างลงตัว



สำหรับงานหัตถศิลป์ของบ้านต้นมะขามนั้นจะใช้ทองคำ 99.99% ในขณะที่ร้านทั่วไปมักใช้ทองคำ 96.5% และในสิ่งสำคัญยังได้มีการนำเอาทองคำชมพู 18k และทองคำขาว 18k มาผลิตเพื่อเพิ่มมูลค่าให้แก่ชิ้นงาน รวมถึงกรอบพระที่ได้กล่าวไปในข้างต้น ซึ่งกรอบพระทุกชิ้นมีการออกแบบด้วยความประณีตจากฝีมือช่างทองมากความสามารถ ทำให้ได้ชิ้นงานที่มีความสวยงามอย่างลงตัว


ทั้งนี้ จุดเปลี่ยนสำคัญที่ทำให้เข้ามาบริหารบ้านต้นมะขามอย่างจริงจังนั้นเกิดจากคุณพ่อและคุณแม่ตัดสินใจที่จะยุติกิจการลงกะทันหัน ทำให้เจ้าตัวจำเป็นต้องเข้ามาดูแลอย่างเป็นทางการซึ่งในช่วงนั้นถือได้ว่าเป็นวิกฤตที่รุนแรงจนทำให้ตัดสินใจปิดสาขาที่ศูนย์การค้าเดอะ เมอร์คิวรี่ วิลล์ เพื่อให้ธุรกิจดำเนินต่อไปได้ ซึ่งแน่นอนว่าต้องมีอุปสรรคมากมายเข้ามา แต่ด้วยกำลังใจจากคนรอบข้างทำให้มีแรงสู้ต่อและก้าวข้ามอุปสรรคนี้ไปได้



หลังจากนั้นเจ้าของแบรนด์ได้ใช้กลยุทธ์การขายที่ซึบซับมาตั้งแต่เกิดทำให้สามารถวิเคราะห์จุดแข็งของธุรกิจตนเองว่ามีความมั่นคงในระดับหนึ่งด้วยฐานลูกค้าที่มีอย่างยาวนาน แต่ยังคงขาดวิธีทำการตลาดและการสื่อสารกับลูกค้า จึงตั้งใจเดินหน้าทำการตลาด โดยการนำความรู้ด้านการสร้างคอนเทนต์ที่ตนเองเรียนมาบวกกับความรู้ความสามารถด้านการผลิตสื่อจากโปรดักชันเฮาส์ ชื่อ Storyboard ที่ได้ร่วมเป็นหุ้นส่วน โดยนำเอาองค์ความรู้เหล่านี้มาผลิตเป็นคอนเทนต์ให้เกิดความน่าสนใจและสื่อสารผ่านช่องทางโซเชียลมีเดีย ซึ่งใช้เวลาเพียง 4 ปีบ้านต้นมะขามมีสินค้าและบริการต่างๆ เพิ่มขึ้น รวมทั้งสามารถขยายสาขาเพิ่มแบบครบวงจรอีกด้วย



นอกจากนี้ เครื่องประดับแบรนด์ บ้านต้นมะขาม ยังมีเครื่องประดับที่ออกแบบมาให้มีความเป็นยูนิเซ็กซ์ ที่ไม่ว่าผู้หญิงหรือผู้ชายก็สามารถใส่ได้ภายใต้ชื่อ TMK MEN ซึ่งถูกผสมผสานงานดีไซน์การทำทองด้วยมือแบบโบราณเข้ากับแฟชั่นสมัยใหม่ในลักษณะสตรีทสไตล์ ช่วยทำให้เกิดความโดดเด่นอย่างลงตัว นอกจากนี้ยังมีบริการคัสตอมเมด คืองานสั่งทำพิเศษให้ลูกค้า เพื่อที่จะได้รับชิ้นงานที่ใส่ความเป็นตัวเองลงไปได้ตามความต้องการ



อย่างไรก็ตาม กว่าบ้านต้นมะขามจะเติบโตมาได้จนถึงปัจจุบันต้องใช้ทั้งแรงงานและแรงใจในการต่อสู้ รวมถึงไม่ต้องการให้ธุรกิจที่ถูกสืบต่อมาตั้งแต่บรรพบุรุษสูญหายไป จึงทุ่มเทให้กับธุรกิจนี้เป็นอย่างมาก จนทำให้บ้านต้นมะขามต้นนี้สามารถเติบใหญ่มาจนถึงปัจจุบัน ทั้งนี้ ทางแบรนด์ได้มีการวางแผนแนวทางการบริหารพร้อมรับมือความเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีที่เข้ามาในยุคปัจจุบัน ซึ่งในปีนี้มีแผนเปิดช่องทางการสั่งซื้อสินค้าผ่านออนไลน์เพื่อตอบโจทย์แก่กลุ่มลูกค้าที่ไม่สามารถมาซื้อได้ที่หน้าร้าน รวมถึงการขยายตลาดไปยังต่างประเทศเพื่อให้ครอบคลุมทั้งลูกค้าคนไทย และต่างชาติให้มากยิ่งขึ้น




ติดต่อเพิ่มเติม

Facebook : Baantonmakham
Instagram : baantonmakham
Website : www.tonmakham.com










* * * คลิก Like เพื่อมาเป็นแฟนเพจของหน้า"SMEsผู้จัดการ" รับข่าวสารในแวดวงธุรกิจเอสเอ็มอีที่สมบูรณ์แบบที่สุด และร่วมสนุกกับกิจกรรมลุ้นรับของรางวัลมากมายคลิกที่นี่เลย!! * * *


กำลังโหลดความคิดเห็น...