xs
xsm
sm
md
lg

Eden Agritech สารเคลือบธรรมชาติ ยืดอายุผักผลไม้ นวัตกรรมเกษตรไทย คว้ารางวัลเวทีระดับโลก

เผยแพร่:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



Eden Agritech or “EDEN” คือ นวัตกรรมด้านการเกษตร ที่ช่วยยกระดับผลผลิตเกษตรกรไทย ให้ออกไปสู่ตลาดโลก ได้มากขึ้น เป็นการช่วยผู้ส่งออกผัก ผลไม้ ให้สามารถส่งไปขายได้ไกลมากขึ้น ลดการสูญเสียระหว่างทาง ด้วยนวัตกรรมที่มาจากธรรมชาติ ต่อสู้กับธรรมชาติ

Eden Agritech ตัวจริงนวัตกรรมการเกษตร ฝีมือคนไทย

ก่อนอื่นมารู้จักกับ Eden Agritech or “EDEN” เป็นการรวมตัวกันของ ทีมงานนักวิจัย และ ทีมการตลาด ได้แก่ นายนรภัทร เผ่านิ่มมงคล Chief Executive Officer (CEO) ดร.ศิวัตม์ สายบัว Chief Operation Officer (COO) นายชารีฟ อนิทพันธ์ Chief Technology Officer (CTO) และ ว่าที่ร้อยตรี ดาวิด เพชโรทัย BusinessDevelopment ซึ่งผลิตภัณฑ์ตัวแรกของบริษัท คือ Naturen สารเคลือบเพื่อยืดอายุและคงไว้ซึ่งคุณค่าสารอาหารและคุณ ภาพของผลิตผลทางการเกษตร







นายนรภัทร เผ่านิ่มมงคล CEO กล่าวว่า สำหรับผลิตภัณฑ์นวัตกรรม Naturen ของ Eden Agritech ได้ถูกคิดค้นขึ้นมาด้วย ความมุ่งมั่นที่จะช่วยแก้ไขปัญหาของผู้ประกอบการวงการอาหารผักผลไม้สดที่ ในปัจจุบันมีมูลค่าทางการค้าสูงถึง 25 พันล้านเหรียญ สหรัฐต่อปี และมีการเจริญเติบโตต่อเนื่องในทุกๆปี โดยผู้ประกอบการ เหล่านี้ประสบปัญหาที่สำคัญในปัจจุบัน คือ การเสื่อมคุณภาพ และการสูญเสียผักผลไม้ที่เป็นวัตถุดิบของผู้ประกอบการจากปัญหาอายุที่สั้นเกินไป จนก่อให้เกิดปัญหา ต่างๆตามมามากมาย อาทิ 1. Yield การผลิตที่ต่ำลง 2. การ เกิดข้อจํากัดในระยะทางการกระจายสินค้า 3. การถูกปฏิเสธเพราะการด้อยคุณภาพจากประเทศปลายทาง

ผลิตภัณฑ์นวัตกรรม Naturen สามารถแก้ปัญหาเหล่านี้ได้ ซึ่งหลักการทำงานของ Naturen คือ ยืดอายุผักผลไม้ (LifeExtended) 2. ช่วยคงไว้ ซึ่งคุณค่าของผลผลิตทางการเกษตร (MaintainQuality) และ 3. ช่วยลดอัตราการตีกลับของสินค้าเกษตร ในปัจจุบันได้มีการทดสอบกับกลุ่ม ผู้ประกอบการ ทั้งรายเล็ก และรายใหญ่ องประเทศ โดยได้รับ ผลการตอบรับการทดสอบที่ดี


สำหรับผลิตภัณฑ์ Naturen ซึ่งสามารถยืดอายุการเก็บรักษาผลไม้และผักสดได้สองถึงสามเท่า และที่สำคัญ คือไม่เป็นอันตรายต่อผู้บริโภค เพราะผลิตจากวัตถุดิบที่มาจากธรรมชาติ ด้วยเหตุนี้ ทำให้ผู้ส่งออกผัก และผลไม้ไม่ต้องกลัวว่าผักผลไม้ของตนเองจะไม่ผ่านการตรวจ หรือ นำเข้าประเทศคู่ค้าไม่ได้








กลุ่มลูกค้าเป้าหมาย ของ Eden Agritech



โดยสามารถแบ่ง ผู้ประกอบการออกเป็น4กลุ่ม ได้แก่ กลุ่มที่ 1. กลุ่มผู้ประกอบการผลไม้ตัด แต่ง ซึ่งต้องการขยายขอบเขตการจัดจําหน่ายสินค้าให้ครอบคลุมทั่วประเทศและการขยายตลาดส่งออกไปยังประเทศไกล หรือขยายระยะเวลาการจัดจำหน่ายให้เพิ่มมากขึ้น กลุ่มที่ 2กลุ่มผู้ประกอบการ ผักตัดแต่ง ผู้ที่ต้องการบุกตลาด premiumต่างประเทศในโซนประเทศยุโรปและประเทศญี่ปุ่น ซึ่งปัจจัย ด้านการคงคุณภาพ และ สารอาหาร เป็นปัจจัยสําคญั ในการยอมรับสินค้าของผู้ประกอบการ

และ กลุ่มที่ 3 กลุ่มผู้ประกอบการอุตสาหกรรมแป้งมัน ผู้ต้องการเพิ่มประสิทธิภาพในการผลิต โดยการเพิ่มคุณภาพมันสําปะหลัง ให้มีคุณภาพของแป้งมันในปริมาณที่เพิ่มมากขึ้น กลุ่มที่4 กลุ่มผู้ประกอบการผลไม้อบแห้ง ผู้ต้องการใช้เทคโนโลยีทางเลือกจากธรรมชาติ มาในกระบวนการอบแห้งทดแทน เทคโนโลยที่มาจากสารเคมีที่ใช้แพร่หลายในปัจจุบัน






สตาร์ทอัป นักล่ารางวัล


Eden Agritech เป็นสตาร์ทอัป นักล่ารางวัล คำพูดนี้ไม่น่าผิด เพราะที่ผ่านมา ได้กวาดรางวัล มาแล้วจากหลายเวทีเริ่มต้น รางวัล start-up ที่งาน Thaifex - World of Food Asia 2019 และ รางวัล The Best Growth Agtech Startup จากกิจกรรม AgTech Battle : It's Time to Rise up & fight ในงาน Startup Thailand 2019 ล่าสุด ได้รับรางวัลชนะเลิศ การประกวด GSB สุดยอด SMEs Startup ตัวจริง 2019 ของธนาคารออมสิน และยังมีอีกหลายรางวัล ที่ประเทศสิงคโปร์ และ สหรัฐอเมริกา ฯลฯ



นายนรภัทร เผ่านิ่มมงคล

นายนรภัทร กล่าวว่า จุดเริ่มต้นของการก่อตั้ง Eden Agritech ในครั้งนี้ เริ่มมาจากการที่เราไปได้รับรางวัลมาก่อน ถึงจะมาทำกิจการอย่างจริงจัง โดยเมื่อครั้งหนึ่ง จากการที่เราได้รับคำแนะนำจากอาจารย์ท่านหนึ่ง ในสาขาวิศวกรรมเคมี ทึ่ต้องยืดอายุการเก็บรักษาผัก และผลไม้ เพื่อช่วยเหลือเกษตรกรและผู้ประกอบการที่ผลิตผัก และผลไม้ตัด แต่ง ซึ่งจากข้อมูลของผู้ประกอบการ บอกว่า ประเทศไทยเราต้องสูญเสียพืชผลทางการเกษตร จากการเน่าเสีย มากถึง 17% ของผลผลิตการเกษตรที่ไทยผลิตได้ ซึ่งเป็นตัวเลขมหาศาล หรือคิดเป็น 1 ใน 3 ของผลผลิตที่เราผลิตได้ ซึ่งทั่วโลกก็น่าจะเจอกับปัญหาเดียวกับเรา หลังจากนั้น เป็นแรงผลักดัน ให้ทีมวิจัยต้องคิดว่าวิธีว่าจะช่วยเหลือเกษตรกร และลดการสูญเสียนี้ได้อย่างไร จนสุดท้ายคิดค้น Naturen เป็นผลสำเร็จ และอาจารย์ได้ส่งผลงานไปประกวดที่ ประเทศสหรัฐอเมริกา และได้รับรางวัลอันดับสอง New Venture Championship

“ เราวางโครงการนี้ในการแข่งขันทางธุรกิจที่จัดขึ้นในประเทศไทยและสหรัฐอเมริกาซึ่งเราได้รับรางวัลชนะเลิศหนึ่งรางวัลและรางวัลที่สอง ดังนั้นเราตัดสินใจที่จะนำโครงการนี้ไปสู่ธุรกิจที่แท้จริง” นรภัทร กล่าว

ทั้งนี้ สาเหตุที่เราได้รับรางวัลต่างๆ ทั้งในประเทศและต่างประเทศ ส่วนหนึ่งมาจากผลิตภัณฑ์ตอบโจทย์ปัญหาที่เกิดขึ้นกับเกษตรกรทั่วโลก เป็นการต่อสู้กับธรรมชาติ และด้วยธรรมชาติ และที่สำคัญ ยังสามารถลดการใช้สารเคมีที่เป็นอันตรายได้ แม้ว่า ที่ผ่านมา จะมีนวัตกรรมการชะลอการเน่าเสียของผัก ผลไม้ได้ แต่เป็นสารเคมีที่เป็นอันตราย และปัจจุบันเริ่มปฏิเสธเคมีมากขึ้น เชื่อว่าเคมีเริ่มลดน้อยลงไปเรื่อย และก็จะแทนที่ด้วยสารที่มาจากธรรมชาติ ทำให้หลายครั้งที่ส่งเข้าประกวด จะได้รับรางวัล เพราะเป็นสิ่งใหม่ที่น่าจะเป็นอนาคตของโลก และเป็นอนาคตของบริษัทของเราเช่นกัน







แผนการตลาด นักลงทุนจับตามอง

สำหรับแผนการตลาดของ Eden Agitech คือ ในช่วงแรกต้องการเจาะกลุ่มผู้ประกอบการที่ผู้จัดจำหน่ายผลผลิตทางการเกษตร และในอนาคตมีแผนที่ส่งออกไปขายยังต่างประเทศ ส่วนการจะเข้าไปสู่เกษตรกรโดยตรงในขณะนี้ ยังไม่มีแผนจะเข้าไปตรงนั้น เพราะเกษตรกรเอง เขายังไม่ได้มีการขายตรงถึงผู้บริโภค ส่วนใหญ่ผ่านพ่อค้า คนกลาง ผลผลิตออกมาก็ขายส่งไม่ได้ขายปลีก แต่ถ้าวันหนึ่งเกษตรกรจำหน่ายเอง ก็อาจจะต้องซื้อผลิตภัณฑ์ของเราไปใช้


ส่วนราคาจำหน่าย ขนาด 1 ลิตร ขายราคา 400 บาท สามารถใช้กับผัก ผลไม้ได้ 50 กิโลกรัม โดยตั้งเป้ายอดขายไว้ที่ 60,000 ลิตรในปีหน้า และในอนาคตมีแผนที่จะพัฒนาผลิตภัณฑ์ไปใช้กับวัตถุดิบอื่นๆ เช่น เนื้อสัตว์ ซึ่งอยู่ในช่วงของการทดลองคาดว่า ถ้าสำเร็จคงจะได้ออกมาจำหน่ายได้ ซึ่งในอุตสาหกรรมเนื้อสัตว์เองการยืดอายุยังคงเป็นการแช่แข็ง และเมื่อนำมาใช้ก็จะได้รสชาติเหมือนกับเนื้อสัตว์ที่ไม่ได้ผ่านกระบวนการแช่แข็ง แต่ถ้าทำสำเร็จจะทำให้เนื้อสัตว์ยืดอายุโดยไม่ต้องแช่แข็ง และได้รสชาติเหมือนเดิม






สำหรับประเทศไทยเป็นประเทศเกษตรกรรม โดยมีสินค้าเกษตรที่ส่งออกเป็นอันดับต้นๆของโลก จนเราได้ชื่อว่า เป็นครัวของโลก โดยตัวเลขการส่งออกผักผลไม้ของไทย อยู่ที่ การส่งออกผักผลไม้188,025 ตัน คิดเป็นมูลค่า 183.34 ล้าน เหรียญสหรัฐฯ เพิ่มขึ้นร้อยละ 2.26 เมื่อเทียบ กับช่วงเวลาเดียวกันของปีที่ผ่านมา โ ด ย ต ล า ด ห ลั ก 5 อั น ดั บ แ ร ก คื อ เวียดนาม (+ 23.20%) จีน (-22.50%) ฮ่องกง (-13.75%) ญี่ปุ่น (-1.98%) และสหรัฐอเมริกา (+4.49%) ส่วนคู่แข่งที่สำคัญ เวียดนาม ฟิลิปปินส์มาเลเซีย ตลาดหลัก เวียดนาม จีน ฮ่องกง ญี่ปุ่น และสหรัฐอเมริกา สัดส่วนรวม 85 %

สนใจโทร. 09-9345-1234





* * * คลิก Like เพื่อมาเป็นแฟนเพจของหน้า “SMEs ผู้จัดการ” รับข่าวสารในแวดวงธุรกิจเอสเอ็มอีที่สมบูรณ์แบบที่สุด และร่วมสนุกกับกิจกรรมลุ้นรับของรางวัลมากมาย คลิกที่นี่เลย!! * * *

SMEs manager




กำลังโหลดความคิดเห็น...