xs
xsm
sm
md
lg

จากพิพิธภัณฑ์แห่งแรกของโลก (ที่เมือง Ur ในอาณาจักร Sumeria) เมื่อ 2,550 ปีก่อน ถึงพิพิธภัณฑ์ดิจิทัล

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


พระราชวัง ที่เมือง Ur (อิรักปัจจุบัน) ที่มีการขุดพบพิพิธภัณฑ์แห่งแรกของโลก ภาพจาก M. Lubinski/Flickr/Wikimedia Commons, CC BY



เราทุกคนมักมีนิสัยชอบเก็บสะสมบางสิ่งบางอย่างเป็นพิเศษ เช่น เด็กผู้หญิงนิยมสะสมตุ๊กตา เปลือกหอย ก้อนหิน ฯลฯ ส่วนเด็กผู้ชายชอบสะสมหนังสือการ์ตูน LEGO แสตมป์ หรือรถของเล่น ฯลฯ ครั้นเมื่อเติบใหญ่ รสนิยมและสภาพแวดล้อมได้เปลี่ยนพฤติกรรมการเก็บสะสมของเราแทบทุกคน เช่น บางคนหันไปเก็บสะสมของหายาก ของที่มีราคาแพง อัญมณี หนังสือหายาก ภาพถ่ายเหตุการณ์ในอดีต วัตถุโบราณ ฯลฯ ซึ่งล้วนเป็นสิ่งที่มีคุณค่าและความหมายทางจิตใจของคนเก็บ เพื่อแสดงให้เพื่อน ๆ และสังคมเห็นความมุ่งมั่นอย่างแรงกล้า และความรักในสิ่งที่ตนสะสมมากเป็นพิเศษ

เด็กผู้หญิงกับตุ๊กตาสะสมของเธอ ภาพจาก www.dreamstime.com
ใคร ๆ คงนึกไม่ถึงว่า ไม่เพียงแต่มนุษย์เท่านั้นที่มีความหลงใหลและคลั่งไคล้ในเรื่องชอบเก็บสะสม แม้แต่สัตว์หลายชนิด ก็มีพฤติกรรมที่ชอบเก็บสะสม เพื่ออวดโชว์เช่นกัน เช่น นก bowerbird (Ptilonorhynchus maculatus) ที่พบในออสเตรเลีย และเกาะ Papua New Guinea นกตัวผู้มักจะสร้าง “สวน” ในบริเวณรอบรังของมัน โดยการนำกิ่งไม้ ดอกไม้ หญ้ามอส และผลไม้ตระกูลเบอร์รี่มาประดับประดารอบรัง เพื่อให้นกตัวเมียสนใจจะมาร่วมรังอาศัยด้วย และเมื่อตัวเมียได้เห็นลีลาการร้อง เต้นรำ และสไตล์การตกแต่งรังแล้วว่ามีการประดับประดาและรสนิยม มันก็จะมาร่วมทุกข์และสุขด้วย เพราะได้ประจักษ์ในความสามารถสร้างสรรค์ของนกตัวผู้ว่า นอกจากการมีรูปร่างที่สมส่วนแล้ว ความคิดสร้างสรรค์นี้ก็ยังมีอยู่ในยีนของนกที่จะเป็นคู่ครองด้วย

นก bowerbird ตัวผู้กำลังสร้างรัง เพื่อชักจูงใจนกตัวเมีย ภาพจาก วิกิพีเดีย
ในความเข้าใจของคนทั่วไป การมีพฤติกรรมเก็บสะสม ไม่ว่าจะเป็นอะไรที่ใหญ่หรือเล็กก็ตามแต่ นับเป็นเรื่องที่มีความสำคัญ เพราะคนเก็บจะต้องใช้วิจารณญาณมากในการคัดเลือกสิ่งที่จะเก็บ เพื่อให้ตนมีความรู้สึกดี รู้สึกตื่นเต้น และรู้สึกภาคภูมิใจในสิ่งที่อยู่ในมือ

สำหรับ Don Juan ซึ่งเป็นผู้ชายเจ้าชู้ระดับตำนานของสเปน ที่มีชื่อปรากฏในบทละครเรื่อง Don Juan โดยกวีชาวอังกฤษนามว่า George Noel Gordon Byron, 6th Baron Byron (1788 –1824) หรือที่เรียกสั้น ๆ ว่า Lord Byron และในอุปรากรชื่อ Don Giovanni ที่ประพันธ์โดยคีตกวีชาวออสเตรียชื่อ Wolfgang Amadeus Mozart (1756–1791) ก็เป็นคนแปลก เพราะ ชอบเก็บสะสม “แต้ม” ซึ่งมีจำนวนมากถึง 1,003 คน

นักจิตวิทยาเชื่อว่า คนที่หลงใหลและคลั่งใคล้ในการเก็บสะสมอะไรก็ตาม มีสมุฏฐานต้นเหตุมาจากความรู้สึกที่ต้องการจะพบ เพื่อเก็บอะไรใหม่ ๆ ซึ่งสิ่งนั้นจะนำมาซึ่งความสุข ความตื่นเต้น ความอยากรู้ และความอยากจะเข้าใจความจริงใหม่ ๆ ตลอดจนต้องการจะมีความรู้สึกผูกพันกับประสบการณ์ในอดีต เพราะการได้เก็บของเก่ามาสะสม จะเป็นการบอกสังคมให้รู้ว่าตนมีความสนใจ ผูกพัน และลุ่มหลงในเรื่องอะไรบ้าง ยิ่งถ้าสิ่งที่เก็บนั้นสามารถขายได้ เงินทองที่ได้ก็จะนำมาซึ่งฐานะที่ดีขึ้น นอกจากนี้การรู้จักเลือกเก็บและวิธีเก็บก็จะทำให้สังคมเห็นความสำคัญของสิ่งนั้น และชื่นชมว่าวัตถุที่เก็บมีประวัติความเป็นมาอย่างไร และตนสามารถจะอนุรักษ์วัตถุโบราณเหล่านั้นให้ทรงคุณค่าได้อย่างไรด้วย เพื่อให้ทุกคนในสังคมได้เข้าใจในความสำคัญของสิ่งที่ตนเก็บด้วย

ครั้นเมื่อหลายคนนำสิ่งที่ตนเก็บสะสมมารวบรวมเก็บในที่แห่งเดียวกัน พฤติกรรมนี้ก็จะนำมาซึ่งการสร้างสิ่งที่เรียกว่า พิพิธภัณฑ์ (museum) โดยคำ ๆ นี้มีรากศัพท์มาจาก คำ museion ในภาษากรีก ที่แปลว่า สถานที่อุทิศแก่เหล่าเทพธิดา Muses ซึ่งเป็นเทพีแห่งวรรณกรรม ศิลปะ และวิทยาการทุกสาขา

พิพิธภัณฑ์จึงเป็นสถานที่ ๆ มีบทบาทสำคัญมากในการอนุรักษ์ประวัติศาสตร์ และทำวิจัย เพื่อให้ความรู้แก่สังคม โดยเหล่าปราชญ์

คำถามหนึ่งที่หลายคนคงสนใจเกี่ยวกับประวัติความเป็นมาของพิพิธภัณฑ์ นั่นคือ พิพิธภัณฑ์แห่งแรกของโลกได้ถือกำเนิดขึ้น ณ ที่ใด เมื่อไร โดยใคร ด้วยเหตุผลอะไร และได้เก็บสะสมโบราณวัตถุอะไรบ้าง

แผนที่แสดงอาณาจักร Sumeria และกรุง Babylon ภาพจาก วิกิพีเดีย
ประวัติศาสตร์ได้จารึกว่า เมื่อ 600 ปีก่อนคริสตกาล กรุง Babylon ซึ่งเป็นเมืองหลวงของอาณาจักร Sumeria ที่ตั้งอยู่บนแผ่นดินระหว่างแม่น้ำ Tigris กับ Euphrates ดินแดนนี้จึงเป็นดินแดนที่ตั้งอยู่ระหว่างสองแม่น้ำ ดังนั้นจึงตั้งชื่อดินแดนว่า Mesopotamia จากคำสมาส mesos ที่แปลว่า ระหว่าง กับ potamos ที่แปลว่า แม่น้ำ

สวนลอยแห่ง Babylon (Hanging Gardens of Babylon) ภาพจาก วิกิพีเดีย

หอคอย Babel (Tower of Babel) ภาพจาก www.historyextra.com
ดินแดนแห่งนี้มีกรุง Babylon เป็นเมืองหลวง และมีชื่อเสียงโด่งดังว่ามีสิ่งมหัศจรรย์ของโลกโบราณมากมาย เช่น สวนลอยแห่ง Babylon (Hanging Gardens of Babylon) มีวิหารกว่า 50 แห่ง มีหอคอย Babel (Tower of Babel) ที่สูงเทียม “เมฆ” เพื่อถวายความเคารพและศรัทธาต่อเทพ Marduk มีประตูเมืองที่สร้างขึ้นเพื่อถวายเทพธิดา Ishtar ผู้ทรงเป็นเทพีแห่งศิลปะและความรู้ (Muse) และที่ประตูเมืองมีการประดับด้วยกระเบื้องดินเผาสีน้ำเงินที่ทำเป็นรูปตัว griffin ซึ่งเป็นสัตว์ที่มีลำตัวเป็นสิงโต แต่มีศีรษะกับปีกเป็นนกอินทรี

ประตูเมืองที่สร้างเพื่อถวายเทพธิดา Ishtar ภาพจาก juerpa68/stock.adobe.com
ถ้าย้อนอดีตไปถึงเมื่อ 539 ปีก่อนคริสตกาล ซึ่งเป็นยุคของจักรพรรดิ Cyrus มหาราช (ตั้งแต่ 600-530 ปีก่อนคริสตกาล) ผู้ยิ่งใหญ่แห่งอาณาจักร Persia พระองค์ทรงบุกโจมตีและยึดครองกรุง Babylon ได้และทรงปลดปล่อยชาวอิสราเอลที่ถูกกษัตริย์ Nabonidus แห่ง Babylon จับไว้เป็นทาส โดย Nabonidus ได้ทรงปกครองกรุง Babylon ตั้งแต่ 539-536 ปีก่อนคริสตกาล เมื่อ Cyrus มหาราช ทรงจับ Nabonidus สำเร็จโทษแล้ว พระราชบุตรใน Nabonidus ผู้ทรงนาม Belshazzar ได้ทรงยกทัพออกต่อต้าน Cyrus มหาราช แต่สู้ไม่ได้ พระองค์จึงถูก Cyrus มหาราชสังหาร และ Cyrus ก็ทรงเผากรุง Babylon ซึ่งมีสถานที่สำคัญมากมาย จนนครนี้เหลือแต่ซากและความทรงจำ

ภาพแกะสลักนูนต่ำของกษัตริย์ Nabonidus ที่ขุดพบใน Babylon และขณะนี้อยู่ที่ British Museum  ภาพจาก วิกิพีเดีย
ในหนังสือชื่อ “Between Two Rivers: Ancient Mesopotamia and the Birth of History” ที่จัดพิมพ์โดย Hodder & Stoughton (GB) และเรียบเรียงโดย Moudhy Al-Rashid นักโบราณคดีแห่งมหาวิทยาลัย Oxford ในอังกฤษ ซึ่งได้ศึกษาประวัติศาสตร์ของอาณาจักรนี้ จากการอ่านอักษรรูปลิ่ม (cuneiform) จำนวนมากมาย

อักษรรูปลิ่ม (cuneiform) ที่แกะสลักจากแผ่นดินเหนียว ภาพจาก Gary Todd/Flickr
เนื้อหาในหนังสือเล่มนี้ ได้บรรยายที่มาของการประดิษฐ์อักษรรูปลิ่ม และได้กล่าวถึงบรรดาผู้นำ กษัตริย์ การศึกษา ผลิตภัณฑ์ทางเทคโนโลยี การนับถือเทพเจ้า การทำสงคราม สภาพทางเศรษฐกิจ การสร้างจักรราศี (zodiac) ทางดาราศาสตร์ ซึ่งใช้บอกตำแหน่งของดวงอาทิตย์ที่เคลื่อนที่ผ่านกลุ่มดาวต่าง ๆ ในท้องฟ้า เช่น กลุ่มดาว Aries ซึ่งมีชื่อว่ากลุ่มดาว แกะตัวผู้ ในราศีเมษ กลุ่มดาว Taurus ซึ่งเป็นกลุ่มดาว วัวตัวผู้ คือ ราศีพฤษภ และกลุ่มดาว Gemini ซึ่งเป็นกลุ่มคนคู่ คือ ราศีเมถุน โดยคนคู่ในที่นี้คือฝาแฝด Castor กับ Pollux ซึ่งเมื่อ Castor เสียชีวิต Pollux ได้ทูลของเทพ Zeus ให้สร้างกลุ่มดาวที่มี Castor เคียงคู่กันกับ Pollux อย่างเป็นอมตะนิรันดร์

Al-Rashid ได้กล่าวถึงหลักฐานที่พบในเมือง Ur (ปัจจุบันอยู่ในอิรัก) ว่า ที่เมืองนี้มีพิพิธภัณฑ์แห่งแรกของโลกด้วย โดยมีภัณฑารักษ์คนแรกเป็นเจ้าหญิง Ennigaldi-Nanna ซึ่งทรงเป็นพระราชธิดาในกษัตริย์ Nabonidus และในเวลาเดียวกัน นางก็ทรงเป็นนักบวชสตรีประจำวิหารแห่งดวงจันทร์ในเมือง Ur ด้วย

แผ่น mosaic ที่พบในเมือง Ur ซึ่งแสดงประเพณีการจัดงานเลี้ยงและการทำสงคราม  ภาพจาก Wikimedia Commons
ในพิพิธภัณฑ์แห่งนี้ยังมีวัตถุโบราณจำนวนมากมายที่ถูกฝังอยู่ตามวิหารต่าง ๆ เพราะพระราชบิดาและพระนาง Ennigaldi-Nanna เอง ทรงโปรดปรานการขุดหาวัตถุเหล่านี้ คนทั้งสองจึงเป็นนักโบราณคดีคนแรก ๆ ของโลก พิพิธภัณฑ์นี้ยังเก็บสะสมหัวไม้เท้า (head mace) ที่ทำด้วยหินแกรนิตเป็นอาวุธสงคราม และมีอักษรรูปลิ่มที่กล่าวถึงวิวัฒนาการของวิทยาศาสตร์ในเวลานั้น อีกทั้งยังมีจดหมายที่องค์ฟาโรห์แห่งอียิปต์ทรงเขียนติดต่อกับขุนนางชั้นสูงในระบบปกครองแบบศักดินา ซึ่งเป็นที่รู้จักกันในนาม พระราชหัตถเลขาอามาร์นา (Amarna Letters) อีกทั้งยังมีการกล่าวถึงการสิ้นพระชนม์ของจักรพรรดิ Alexander มหาราช และเทคนิคการพยากรณ์ในอนาคตด้วย

ตามปกติ นักประวัติศาสตร์ปัจจุบันมีความคุ้นเคยกับปราชญ์กรีก เช่น Plato, Homer และกวีโรมันชื่อ Virgil ยิ่งกว่าเจ้าหญิง Ennigaldi-Nanna มาก และแทบไม่รู้จัก Sin-Leqi-Unninni ผู้เป็นบรรณาธิการในการเขียนมหากาพย์ Gilgamesh เพราะเหตุว่าภาษาที่ใช้อักษรรูปลิ่มได้สาบสูญไปจากโลกตั้งแต่คริสต์ศตวรรษแรก และเพิ่งได้รับการฟื้นฟูภาษานี้เมื่อปี 1857 นี้เอง ซึ่งเป็นเวลาที่โลกมีวิทยาการ Assyriology (วิทยาการ Assyria ที่มีการศึกษาเกี่ยวกับวัฒนธรรม ภาษา วรรณกรรม ชีวิต กฎหมาย วิทยาศาสตร์ ของชนชาว Assyria)

จากนั้นอารยธรรมของชาว Babylon ก็ได้แพร่เข้าสู่อาณาจักรโรมันและอาณาจักรกรีก จนถึงยุคฟื้นฟูศิลปะวิทยา (Renaissance) ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่บรรดากษัตริย์ ราชินี และเจ้าชายในยุโรปเริ่มโปรดปรานการเก็บสะสมวัตถุโบราณ งานศิลปะ และของแปลก

เมื่อถึงยุคปัจจุบัน ทุกชาติต่างก็มีพิพิธภัณฑ์ของตนเอง โดยมีพิพิธภัณฑ์หลายแห่งที่นับว่ายิ่งใหญ่ เช่น British Museum ของอังกฤษ, Smithsonian Institution ของสหรัฐอเมริกา, Hermitage Museum ของรัสเซีย และ National Museum of China ของจีน ฯลฯ ซึ่งได้ถูกสร้างขึ้นเพื่อให้ความรู้แก่สาธารณะชนในด้านศิลปะวิทยาการ สิ่งประดิษฐ์ที่สำคัญ ๆ จากทั่วโลก โดยบางพิพิธภัณฑ์มีขนาดใหญ่และมีวัตถุโบราณมากมาย จนคนที่ไปเยี่ยมชมต้องใช้เวลาเดินเป็นเวลานานร่วมสัปดาห์ จึงจะชมได้หมดทุกชิ้น และได้เข้าใจในความสำคัญของวัตถุสะสมเหล่านั้น

ในบทความนี้จะยกพิพิธภัณฑ์ตัวอย่างสองแห่ง คือ

พีระมิดแก้ว ที่หน้าพิพิธภัณฑ์ The Louvre ณ กรุง Paris  ภาพจาก onelifetours.ca
(1) The Louvre ที่กรุง Paris ซึ่งเป็นพิพิธภัณฑ์ที่มีขนาดใหญ่ที่สุด เพราะมีพื้นที่มากถึง 70,000 ตารางเมตร มีห้อง 400 ห้อง ที่ใช้จัดแสดงวัตถุประมาณ 500,000 ชิ้น โดยพิพิธภัณฑ์นี้ ในอดีตเคยเป็นป้อมปราการ และได้ถูกดัดแปลงมาเป็นพิพิธภัณฑ์ โดยได้จัดแสดงครั้งแรกเมื่อปี 1793 ซึ่งเป็นเวลาหลังการปฏิวัติครั้งใหญ่ในฝรั่งเศสเล็กน้อย ณ เวลานั้นพิพิธภัณฑ์ Louvre มีภาพศิลปะ 537 ภาพ ที่ถูกเก็บรวบรวมจากบรรดาพระราชวัง และจากโบสถ์วิหารทางคริสต์ศาสนาในประเทศฝรั่งเศส

และเมื่อ 40 ปีก่อนนี้เอง ประธานาธิบดี Francois Mitterand แห่งฝรั่งเศส (1916-1996) ได้จัดตั้งโครงการ Grand Louvre โดยให้สถาปนิกชาวอเมริกัน สัญชาติจีน ชื่อ I.M. Pei เป็นสถาปนิกผู้ออกแบบประตูทางเข้าพิพิธภัณฑ์ใหม่ และปรับปรุงโครงสร้างภายในพิพิธภัณฑ์ เพื่อให้ทันสมัย สวย สะดวกในการเข้าชม และ Pei ก็ได้สร้างพีระมิดแก้วที่ตรงประตูทางเข้าของพิพิธภัณฑ์ ซึ่งนับได้ว่าเป็นสัญลักษณ์ของ Louvre ในปัจจุบัน

รูปปั้น Winged Victory of Samothrace ภาพจาก www.louvre.fr
Louvre มีภาพศิลปะที่มีค่าควรเมืองมากมาย เช่น Mona Lisa ที่วาดโดย Leonardo da Vinci มีปฏิมากรรมหินอ่อน Winged Victory of Samothrace หรือเทพี Nike (ไนกี้) มีภาพ Raft of the Medusa ที่วาดโดย Theodore Gericault และภาพ Liberty Leading the People ที่วาดโดย Eugène Delacroix ฯลฯ ซึ่งทุกภาพและทุกสิ่งที่จัดแสดงนั้นเป็นไฮไลท์สำหรับทุกคนที่ไปเยือน Louvre จะต้องเห็นให้จงได้

ภาพ Raft of the Medusa ที่วาดโดย Theodore Gericault แสดงเหตุการณ์จริง ที่เรือรบ Medusa เกยตื้นในปี 1816 ผู้โดยสาร 150 คน ถูกลอยแพ และรอดชีวิตเพียง 15 คน ภาพจาก วิกิพีเดีย
สถิติผู้เข้าชมพิพิธภัณฑ์แห่งนี้ในปี 2025 คือ 9 ล้านคน โดยเพิ่มจาก 8.7 ล้านคน ในปี 2024

เสา obelisk ที่ตั้งอยู่ด้านหน้าพิพิธภัณฑ์ The Grand Egyptian Museum  ภาพจาก Grand Egyptian Museum
(2) The Grand Egyptian Museum (GEM) สร้างอยู่ที่ Giza ใกล้กรุง Cairo เป็นพิพิธภัณฑ์ที่จัดแสดงอารยธรรมอียิปต์เพียงหนึ่งเดียว ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก ความคิดจะสร้างพิพิธภัณฑ์นี้ ได้เริ่มเกิดในปี 2005 และการสร้างได้แล้วเสร็จในปี 2023 โดยใช้งบประมาณ 30 หมื่นล้านบาท จึงเปิดให้คนทั่วไปเข้าชมได้ตั้งแต่วันที่ 4 พฤศจิกายน ปี 2025

เรือฟาโรห์ Khufu ภาพจาก วิกิพีเดีย
พิพิธภัณฑ์ได้เป็นสถานที่เก็บสะสมสมบัติขององค์ฟาโรห์ Tutankhamun ได้อย่างสมบูรณ์ มีอนุสาวรีย์ขนาดยักษ์ที่มีอายุกว่า 5,000 ปีจำนวนมากมาย มีเสา obelisk ซึ่งเป็นเสาหินทรงสูงที่มีปลายแหลมเป็นรูปพีระมิด และหนึ่งใน obelisk เหล่านั้น มีน้ำหนักถึง 100 ตัน เป็นหินสีชมพู ซึ่งฟาโรห์ Ramesses ที่ 2 ทรงสร้าง อีกทั้งมีอนุสาวรีย์ของ Ramesses ที่ 2 ซึ่งสูง 11 เมตร ตั้งอยู่ในห้องโถงใหญ่ของพิพิธภัณฑ์ด้วย นอกจากนี้ก็มีเรือบรรทุกพระศพของฟาโรห์ Khufu ไปสวรรค์ เมื่อพระองค์เสด็จสวรรคต โดยเรือลำนี้เคยถูกฝังอยู่ใกล้พีระมิด และได้ถูกขุดขึ้นมาจัดเพื่อนำมาแสดงในพิพิธภัณฑ์ พิพิธภัณฑ์ยังมีโลงศพหิน (sarcophagus) จำนวนมาก ที่ผนังโลงถูกแกะสลักเป็นลวดลายสวยงาม และมีมัมมี่ด้วย ฯลฯ ในพิพิธภัณฑ์ยังมีห้องปฏิบัติการวิจัยทางโบราณคดี และห้องอนุรักษ์วัตถุโบราณด้วย

เทคนิคการเก็บตัวอย่างพืชและสัตว์ชนิดต่าง ๆ ในสมัยก่อน ในลิ้นชักและตู้จัดแสดง ภาพจาก C. CLARK/SMITHSONIAN
จากพิพิธภัณฑ์อดีต ก็ถึงพิพิธภัณฑ์อนาคต ซึ่งมีที่มาจากความยากลำบากใจและความไม่สะดวกในการไปเยือนพิพิธภัณฑ์ต่าง ๆ เพราะ

(1) พิพิธภัณฑ์แต่ละแห่งในแต่ละประเทศตั้งอยู่ห่างไกลกันมาก ดังนั้นโอกาสที่คนทั้งโลกจะได้เห็นสิ่งที่ทุกพิพิธภัณฑ์จัดแสดง แทบเป็นไปไม่ได้เลย เพราะไม่มีใครจะมีเงินมากและเวลามากพอที่จะเดินทางไปชมวัตถุโบราณที่น่าสนใจเหล่านี้ได้

(2) การเข้าชมพิพิธภัณฑ์ขึ้นกับเวลาเปิด-ปิด เพราะพิพิธภัณฑ์ทุกแห่งมิได้เปิด ตลอดทั้ง 24 ชั่วโมงหรือทุกวัน เหมือนร้านสะดวกซื้อทั่วไป

(3) สิ่งที่จัดแสดงบางชิ้นเป็นวัตถุที่เปราะ ชำรุด และแตกหักได้ ดังนั้นจึงไม่ให้ใครมีโอกาสได้จับต้อง ด้วยเหตุนี้การศึกษารายละเอียดของวัตถุนั้น จึงทำได้ยาก เมื่อเป็นเช่นนี้จากวัตถุที่มี 100 ชิ้น บางพิพิธภัณฑ์จะนำวัตถุชิ้นที่น่าสนใจออกแสดงเพียง 1 ชิ้นเท่านั้นเอง

(4) คนที่เข้าชมพิพิธภัณฑ์จะมีปัญหาในการเข้าใจข้อมูล เพราะพิพิธภัณฑ์ไม่มีการบรรยายให้รู้ที่มาหรือที่ไปของวัตถุโบราณเหล่านั้นทุกชิ้นเป็นภาษาที่ผู้เข้าชมเชี่ยวชาญ

(5) ด้านนักวิชาการและนักวิจัย เวลาเห็นวัตถุที่นำมาจัดแสดง มักไม่สามารถเข้าชมและสัมผัสวัตถุเหล่านั้นได้อย่างละเอียดใน 3 มิติ เพราะทางผู้บริหารคิดว่า จะเกิดความเสียหายต่อวัตถุ การเห็นเท่านั้น จึงไม่เพียงพอสำหรับความซาบซึ้งในคุณค่าของ ๆ โบราณ

เทคโนโลยีความเป็นจริงเสริม (augmented reality; AR) (ซ้าย) กับเทคโนโลยีความจริงเสมือน (virtual reality; VR) (ขวา) ที่กำลังเข้ามามีบทบาทในพิพิธภัณฑ์ ภาพจาก www.xmreality.com
ข้อจำกัดเหล่านี้ ทำให้นักวิชาการในประเทศต่าง ๆ ดำริจะหาวิธีแก้ไข และคิดใช้เทคโนโลยีดิจิทัลในการนำเสนอสิ่งมีค่าต่าง ๆ ที่อยู่ในพิพิธภัณฑ์ ซึ่งสามารถทำได้ โดยใช้การแสดงแบบสามมิติ เช่นการทัศนาจรพิพิธภัณฑ์แบบเสมือนจริง (virtual tour) หรือจัดแสดงโดยให้มีการปฏิสัมพันธ์ระหว่างคนชมกับคนบรรยาย (interactive display) หรือมีการจัดทำเอกสารแบบดิจิทัล เป็นแบบเทคโนโลยีความเป็นจริงเสริม (augmented reality; AR) หรือเทคโนโลยีความจริงเสมือน (virtual reality; VR) ฯลฯ เพื่อให้คนที่มาเยือนพิพิธภัณฑ์ได้ชมยามใด เวลาใดก็ได้ นี่จึงเป็นการชมพิพิธภัณฑ์ทางไกล ที่จะทำให้ภัณฑารักษ์หมดความกังวลใจเกี่ยวกับความเสียหายของวัตถุที่นำมาจัดแสดง และคนเข้าชมเลือกเวลาชมตามที่ตนสะดวก

ไม่มีใครรู้แน่ชัดว่า วัตถุในพิพิธภัณฑ์ทุกแห่งทั่วโลกมีทั้งหมดกี่ชิ้น แต่ก็เป็นไปได้ว่า จากวัตถุที่เก็บสะสมนี้ ได้นำออกแสดงเพียง 1% เท่านั้นเอง

ในอดีต เวลานักโบราณคดีและนักประวัติศาสตร์ต้องการจะหาวัตถุมาเก็บในพิพิธภัณฑ์ เขาจะต้องออกสำรวจภาคสนามเพื่อขุดหา ตามสภาพดินฟ้าอากาศของสถานที่ต่าง ๆ ด้านนักอนุกรมวิธานวิทยา เวลาพบพืชหรือสัตว์ที่ตนสงสัยว่าจะเป็นชนิดใหม่ของโลกหรือไม่ เขาจะต้องมั่นใจว่าสิ่งมีชีวิตนั้น ๆ เป็นสิ่งมีชีวิตชนิดใหม่จริง ๆ ซึ่งเป็นเรื่องยาก เพราะเราไม่สามารถรู้ว่าสิ่งมีชีวิตต่าง ๆ ที่เก็บสะสมในพิพิธภัณฑ์นั้น แตกต่างจากชนิดที่พบใหม่หรือไม่ จึงเป็นการยากที่จะยืนยัน เพราะไม่มีใครมีเวลาจะเดินทางไปดูตัวอย่างพืชและสัตว์ที่พิพิธภัณฑ์ทุกแห่งเก็บไว้ได้ทั้งหมด ดังนั้นเพื่อให้การค้นคว้าวิจัยเกี่ยวกับพืชหรือสัตว์ชนิดใหม่เป็นไปได้ เราจึงใช้วิธีการจัดข้อมูลแบบดิจิทัลแบบออนไลน์ ให้คนทุกคนสามารถเห็นได้บน internet โดยใช้เทคโนโลยี mass digitization ของข้อมูลทั้งหมด ซึ่งต้องใช้งบประมาณมหาศาล แต่ก็สามารถทำได้เร็ว โดยการประมวลข้อมูลดิจิทัลจากทุกพิพิธภัณฑ์ แล้วนำมาตรวจสอบดูผ่านทางเว็บไซต์ แอปพลิเคชัน ฯลฯ

เทคโนโลยีดิจิทัลที่เราใช้ในการเก็บข้อมูลและรายละเอียดของวัตถุตัวอย่าง โดยการใช้ barcode เข้าไปช่วยโยงข้อมูลต่าง ๆ ที่เกี่ยวกับภาพนั้น ภาพจาก P. FETTERS
ในการทำงานของพิพิธภัณฑ์ดิจิทัล จึงสามารถทำได้ตามขั้นตอนดังนี้

(1) เก็บข้อมูลของวัตถุ ด้วยการถ่ายภาพที่มีความละเอียดสูง หรือสแกนเอกสารและวัตถุแบบสามมิติ

(2) จัดเก็บข้อมูล โดยบอกอายุ ที่มา สถานที่พบ คนที่พบ และความสำคัญของวัตถุทุกชิ้น

(3) นำเสนอข้อมูลแบบสามมิติในระบบ VR และ AR

(4) สร้างบรรยากาศการมีส่วนร่วมในการชมวัตถุ โดยการจับวัตถุหมุนในสามมิติ เพื่อให้คนชมเห็นรายละเอียดทั้งหมด

(5) พิพิธภัณฑ์จึงให้คนดูสามารถเข้าเยี่ยมชมพิพิธภัณฑ์ได้จากสถานที่ไกล ๆ เป็นการลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาของคนในชาติ

(6) เพิ่มความสนใจในการอนุรักษ์วัตถุโบราณ เพื่อใช้ในการวิจัย และให้ความรู้

ภาพถ่ายครอบครัว ที่มนุษย์อวกาศ Charlie Duke ในยาน Apollo 16 ทิ้งไว้เป็นอนุสรณ์บนดวงจันทร์ พร้อมภาพรอยเท้าของเขา เมื่อวันที่ 20 เมษายน ปี 1972 ภาพจาก commons.wikimedia.org
หลังจากที่มีความรู้และได้พัฒนาพิพิธภัณฑ์ทุกหนแห่งบนโลกแล้ว เป้าหมายขั้นต่อไปของการสร้างพิพิธภัณฑ์ก็คือ การสร้างพิพิธภัณฑ์บนดวงจันทร์ ซึ่งจะนำนักทัศนาจรอวกาศในอนาคต ไปเยี่ยมชมหลักฐานต่าง ๆ ทางประวัติศาสตร์ด้านอวกาศ ที่สหรัฐอเมริกา รัสเซีย จีน ฯลฯ ได้ส่งมนุษย์อวกาศและยานอวกาศไปพุ่งชน และสำรวจดวงจันทร์ นั่นหมายความว่า ในอนาคตเราก็จะเห็นนักทัศนาจรดวงจันทร์ แวะดูรอยเท้าของมนุษย์อวกาศที่ไปย่องเดินบนดวงจันทร์ และเห็นซากยานอวกาศ ตลอดจนอุปกรณ์ต่าง ๆ ที่นักวิทยาศาสตร์ได้ใช้ในการศึกษาธรรมชาติบนดวงจันทร์ด้วย นี่จึงเป็นพิพิธภัณฑ์ต่างดาวแห่งแรกครับ

อ่านเพิ่มเติมจากTarter, Steve (19 September 2022). "Online museum recalls the history of central Illinois radio and TV stations". NPR Illinois. National Public Radio. Retrieved 19 August 2024.


ศ.ดร.สุทัศน์ ยกส้าน : ประวัติการทำงาน - ราชบัณฑิตสำนักวิทยาศาสตร์ สาขาฟิสิกส์และดาราศาสตร์ และ ศาสตราจารย์
ระดับ 11 ภาควิชาฟิสิกส์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ,นักวิทยาศาสตร์ดีเด่นและนักวิจัยดีเด่นแห่งชาติ สาขากายภาพและคณิตศาสตร์ประวัติการศึกษา-ปริญญาตรีและโทจากมหาวิทยาลัยลอนดอน,ปริญญาเอกจากมหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย

อ่านบทความ "โลกวิทยาการ" ได้ทุกวันศุกร์

+++++++++++++++++++++++++++++++++

แนะนำ E-book “100 นักฟิสิกส์พลิกโลก” เขียนโดศ.ดร.สุทัศน์ ยกส้าน


อัจฉริยะ คือ บุคคลคุณภาพที่ทุกสังคมในโลกต้องการจะผลิตและมี เพราะบุคลากรที่มีความสามารถระดับพิเศษเหล่านี้ มีความสำคัญมากในการพลิกและเปลี่ยนโฉมหน้าของโลกไปสู่ความเจริญที่ยั่งยืน ทั้งในด้านความคิด วิธีคิด และการเนรมิตความสะดวกสบายต่าง ๆ ด้วยการพัฒนาเทคโนโลยีที่จะช่วยมนุษย์ในการต่อสู้ภัยพิบัติ และอนุรักษ์สภาพแวดล้อมให้ยืนยงในโลกที่มีความซับซ้อนและความแปรปรวนสูง

การเรียนรู้ประวัติความเป็นมาของนักวิทยาศาสตร์ โดยเฉพาะนักฟิสิกส์ นอกจากจะช่วยให้นักเรียน นิสิต ครูอาจารย์ และคนทั่วไป ได้เข้าใจความสำคัญของผลงานที่นักฟิสิกส์อัจฉริยะสร้างสรรค์แล้ว การเรียนรู้ประวัติยังช่วยผู้อ่านในการสร้างแรงบันดาลใจ ซึ่งจะกระตุ้นให้มีความมุ่งมั่นจะฟันฝ่าอุปสรรคและข้อจำกัดต่าง ๆ บนเส้นทางชีวิตที่จะนำตนไปสู่ความสำเร็จ อันจะทำให้เกิดความภาคภูมิใจในความสามารถของตนเอง ครูอาจารย์ผู้สั่งสอนและบ่มเพาะความสามารถ ตลอดจนบิดามารดาผู้ให้กำเนิด และประเทศชาติที่ตนเป็นสมาชิกคนหนึ่ง ได้รู้สึกชื่นชมด้วย

ติดต่อผู้เขียนได้ที่ [email protected]