19 สิงหาคม 2569 ณ อาคารศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ อุทยานวิทยาศาสตร์ประเทศไทย จ.ปทุมธานี - ศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ (MTEC) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) และกรมพัฒนาที่ดิน ร่วมลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือทางวิชาการ “ด้านการส่งเสริมและสนับสนุนเทคโนโลยีและนวัตกรรมเพื่อการจัดการดินอย่างยั่งยืน” เพื่อบูรณาการองค์ความรู้ งานวิจัย เทคโนโลยี และนวัตกรรมของทั้งสองหน่วยงาน สำหรับนำไปสู่การแก้ไขปัญหาและยกระดับการจัดการทรัพยากรดินของประเทศอย่างเป็นรูปธรรม โอกาสนี้ ดร.สุมิตรา วัฒนา อธิบดีกรมพัฒนาที่ดิน นำคณะผู้บริหาร ผู้เชี่ยวชาญ นักวิจัย และบุคลากรกรมพัฒนาที่ดิน เข้าร่วมในพิธี โดยมี รองศาสตราจารย์ ดร.เติมศักดิ์ ศรีคิรินทร์ ผู้อำนวยการ MTEC ให้การต้อนรับอย่างอบอุ่น พร้อมกันนี้ ดร.ชัญชณา ธนชยานนท์ ผู้อำนวยการกลุ่มวิจัยด้านสิ่งแวดล้อม MTEC ได้นำเสนอภาพรวมโครงการความร่วมมือ ก่อนเข้าสู่พิธีลงนามบันทึกข้อตกลงและร่วมหารือแนวทางการดำเนินงานต่อไป
รองศาสตราจารย์ ดร.เติมศักดิ์ ศรีคิรินทร์ กล่าวว่า ความร่วมมือครั้งนี้มีจุดแข็งจากการผสานความเชี่ยวชาญของทั้งสองหน่วยงาน โดยกรมพัฒนาที่ดินมีองค์ความรู้และประสบการณ์ด้านทรัพยากรดิน การจัดการดิน และการดำเนินงานในพื้นที่จริง ขณะที่ MTEC มีความเชี่ยวชาญด้านการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรม รวมถึงการพัฒนาและประยุกต์ใช้เทคโนโลยี ถ่านชีวภาพ (Biochar) การบูรณาการองค์ความรู้ดังกล่าวจะช่วยให้เกิดการพัฒนาเทคโนโลยีที่ตอบโจทย์การใช้งานจริง และสามารถนำไปทดลอง ขยายผล และถ่ายทอดสู่เกษตรกรได้ ภายใต้กรอบความร่วมมือระยะเวลา 5 ปี ทั้งสองหน่วยงานจะร่วมกันดำเนินงานด้านการศึกษา การวิจัยและพัฒนา การพัฒนาองค์ความรู้และฐานข้อมูล ตลอดจนเทคโนโลยีและนวัตกรรมด้านถ่านชีวภาพ รวมถึงการถ่ายทอดเทคโนโลยีไปสู่เกษตรกร อีกทั้งจะร่วมพัฒนาฐานข้อมูลเกี่ยวกับการสะสมคาร์บอนในดินจากการผลิตและการใช้ถ่านชีวภาพ เพื่อสนับสนุนการจัดทำบัญชีก๊าซเรือนกระจกภาคเกษตรของประเทศไทย
นอกจากนี้ ความร่วมมือดังกล่าวมีเป้าหมายที่จะต่อยอดไปสู่กิจกรรมและผลงานที่สามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้จริง โดยประเด็นสำคัญที่ทั้งสองฝ่ายจะร่วมกันผลักดันต่อ ได้แก่
1. การพัฒนา Biochar Index
ร่วมกันพัฒนาแนวทางและฐานข้อมูลสำหรับใช้เป็นข้อมูลอ้างอิงด้านคุณลักษณะและการใช้ประโยชน์ของถ่านชีวภาพ เพื่อสนับสนุนการประเมินและการนำ Biochar ไปใช้ให้เหมาะสมกับบริบทของดินและภาคการเกษตร รวมถึงสนับสนุนการใช้ข้อมูลเพื่อการวิจัย การพัฒนา และการขยายผลในอนาคต
2. การเพิ่มมูลค่าและผลตอบแทนทางเศรษฐกิจแก่เกษตรกร
มุ่งต่อยอดเทคโนโลยีและนวัตกรรมด้านการจัดการดินให้สามารถสร้างประโยชน์ทางเศรษฐกิจแก่เกษตรกร โดยให้ความสำคัญกับการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต การใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า และการพัฒนาแนวทางที่สามารถนำไปใช้ได้จริงในพื้นที่
3. การพัฒนา Test Kit สำหรับตรวจวิเคราะห์ดิน
ร่วมกันพัฒนาชุดตรวจดิน (Test Kit) เพื่อสนับสนุนการประเมินสภาพและคุณสมบัติของดินในเบื้องต้น โดยมุ่งให้เกิดการทำงานที่ ไม่ซ้ำซ้อน แต่เสริมศักยภาพซึ่งกันและกัน ระหว่างองค์ความรู้และเครื่องมือที่มีอยู่ของแต่ละหน่วยงาน เพื่อให้สามารถนำไปใช้สนับสนุนการทำงานในพื้นที่และการให้คำแนะนำแก่เกษตรกรได้อย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น
4. การศึกษาความมีชีวิตของดิน (Soil Respiration) ร่วมกับ FAO
ผลักดันการศึกษาด้าน Soil Respiration ซึ่งเป็นหนึ่งในแนวทางสำหรับสะท้อนกิจกรรมและความมีชีวิตของระบบดิน โดยเชื่อมโยงกับความร่วมมือกับ องค์การอาหารและเกษตรแห่งสหประชาชาติ (FAO) เพื่อพัฒนาองค์ความรู้และแนวทางการประเมินสุขภาพและคุณภาพดินที่สามารถนำไปประยุกต์ใช้ในบริบทของประเทศไทย
5. การประยุกต์ใช้จุลินทรีย์เพื่อแก้ไขปัญหาวัชพืช
บูรณาการความเชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีชีวภาพของ ศูนย์พันธุวิศวกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพแห่งชาติ (BIOTEC) เข้ามาร่วมพัฒนาแนวทางการใช้จุลินทรีย์เพื่อควบคุมหรือกำจัดวัชพืช ซึ่งจะช่วยขยายขอบเขตของความร่วมมือจากการจัดการดินไปสู่การแก้ไขปัญหาที่เกี่ยวข้องกับระบบการผลิตทางการเกษตรในพื้นที่อย่างครบวงจรมากยิ่งขึ้น
พิธีลงนามในครั้งนี้ยังครอบคลุมความร่วมมือจากผู้เชี่ยวชาญและนักวิจัยของ BIOTEC ด้านเทคโนโลยีการควบคุมทางชีวภาพและปฏิสัมพันธ์ของจุลินทรีย์ทางการเกษตร สะท้อนให้เห็นว่าความร่วมมือนี้ไม่ใช่เพียงการแสดงเจตนารมณ์ร่วมกันของสองหน่วยงาน แต่เป็นจุดเริ่มต้นของการทำงานร่วมกันอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่การสร้างองค์ความรู้ การพัฒนาเทคโนโลยี การทดลองในพื้นที่จริง ไปจนถึงการถ่ายทอดและขยายผลสู่ผู้ใช้งานและเกษตรกร สอดคล้องกับเป้าหมายของความร่วมมือที่จะนำวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรมมาช่วย ยกระดับการจัดการดิน ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก และสนับสนุนการพัฒนาภาคเกษตรของประเทศไทยให้มีความยั่งยืนยิ่งขึ้น


