xs
xsm
sm
md
lg

นักวิจัย VISTEC คว้ารางวัลนักวิทยาศาสตร์ดีเด่น ประจำปี 2569

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



‘ดร.ชยสิทธิ์ อุตมาภินันท์’ นักวิจัยเคมีชีวภาพและชีววิทยาสังเคราะห์ จากสถาบันวิทยสิริเมธี (VISTEC) “ผู้บุกเบิกเทคโนโลยีการขยายรหัสพันธุกรรม สู่เซนเซอร์ตรวจจับโปรตีนที่เกี่ยวเนื่องกับโรคอัลไซเมอร์ และเป็นทีมแรกของโลกที่ค้นพบเอนไซม์จากจุลินทรีย์ในน้ำลายมนุษย์สำหรับย่อยสลายพลาสติก PET เปลี่ยนขยะพลาสติกให้เป็นสารเคมีมูลค่าสูง” คว้ารางวัลนักวิทยาศาสตร์ดีเด่น ประจำปี พ.ศ. 2569 ขณะที่นักวิจัยสถาบันเทคโนโลยีนานาชาติสิรินธร มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และนักวิจัยมหาวิทยาลัยศิลปากร คว้ารางวัลนักวิทยาศาสตร์รุ่นใหม่ ได้รับพระราชทานรางวัลจาก สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี

มูลนิธิส่งเสริมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีในพระบรมราชูปถัมภ์ จัดงานแถลงข่าวเปิดตัวผู้ได้รับรางวัลนักวิทยาศาสตร์ดีเด่นและนักวิทยาศาสตร์รุ่นใหม่ ประจำปี พ.ศ. 2569 ซึ่งจัดขึ้นต่อเนื่องเป็นปีที่ 45 โดยได้รับเกียรติจาก ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม เป็นประธานในพิธีและมอบโล่รางวัล พร้อมด้วย ศ.ดร. ยงยุทธ ยุทธวงศ์ อดีตรองนายกรัฐมนตรี,รศ.ดร.ศักรินทร์ ภูมิรัตน์ ประธานมูลนิธิส่งเสริมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีในพระบรมราชูปถัมภ์, ศ.ดร.จำรัส ลิ้มตระกูล ประธานคณะกรรมการรางวัลนักวิทยาศาสตร์ดีเด่น และผู้ได้รับรางวัลเข้าร่วมงาน ณ โรงแรมเซ็นทารา แกรนด์ แอท เซ็นทรัลพลาซา ลาดพร้าว กรุงเทพฯ

ศ.ดร.จำรัส ลิ้มตระกูล ประธานคณะกรรมการรางวัลนักวิทยาศาสตร์ดีเด่น กล่าวว่า ประเทศไทยกำลังเผชิญการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญ ท่ามกลางโลกที่ขับเคลื่อนด้วยวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม การก้าวพ้นกับดักรายได้ปานกลางและยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขัน จึงจำเป็นต้องสร้างองค์ความรู้และเทคโนโลยีของตนเอง โดยเฉพาะการวิจัยขั้นแนวหน้า (Frontier Research) ซึ่งเป็นรากฐานของนวัตกรรม อุตสาหกรรมแห่งอนาคต และเศรษฐกิจฐานความรู้

“การลงทุนด้านการวิจัยและพัฒนา (R&D) ของโลกมีมูลค่าราว 2.87 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐในปี
พ.ศ. 2567 ขณะที่ ประเทศเกาหลีใต้ ลงทุนด้าน R&D สูงกว่า 5% ของ GDP และต่อยอดสู่อุตสาหกรรมยุทธศาสตร์ อาทิ เซมิคอนดักเตอร์ แบตเตอรี่ ปัญญาประดิษฐ์ และเทคโนโลยีชีวภาพ สะท้อนว่าการลงทุนอย่างเข้มข้นและต่อเนื่องเป็นรากฐานของการสร้างองค์ความรู้ เทคโนโลยี และอุตสาหกรรมแห่งอนาคต ดังนั้น โจทย์ของประเทศไทยจึงมิใช่เพียงการเพิ่มการลงทุน แต่ต้องยกระดับคุณภาพระบบวิจัย พัฒนาระบบนิเวศที่เอื้อต่อนักวิจัยระดับโลก และสนับสนุนงานวิจัยขั้นแนวหน้าที่เป็นเลิศในระดับสากล ควบคู่กับการต่อยอดองค์ความรู้สู่การใช้ประโยชน์และสร้างผลกระทบต่อประเทศอย่างเป็นรูปธรรม”

ศ.ดร.จำรัส กล่าวต่อว่า สำหรับหลักเกณฑ์การพิจารณารางวัลนักวิทยาศาสตร์ดีเด่นนั้น ให้ความสำคัญกับความเป็นเลิศทางวิชาการในระดับผลงานวิจัยแนวหน้า ที่มีศักยภาพในการสร้างความเปลี่ยนแปลงต่อวงการวิทยาศาสตร์ในระดับสากล โดยในปีนี้ คณะกรรมการรางวัลนักวิทยาศาสตร์ดีเด่น มีมติเป็นเอกฉันท์ยกย่อง ดร.ชยสิทธิ์ อุตมาภินันท์ จากสำนักวิชาวิทยาศาสตร์และวิศวกรรมชีวโมเลกุล สถาบันวิทยสิริเมธี (VISTEC) เป็นผู้ได้รับรางวัลนักวิทยาศาสตร์ดีเด่น ประจำปี พ.ศ. 2569 จากผลงานวิจัย “การบุกเบิกเทคโนโลยีชีววิทยาสังเคราะห์และการขยายรหัสพันธุกรรม เพื่อการพัฒนานวัตกรรมด้านสุขภาพและสิ่งแวดล้อม” ได้รับพระราชทานรางวัลจากสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี และเงินรางวัล 400,000 บาท

ดร.ชยสิทธิ์ อุตมาภินันท์ เป็นนักเคมีชีวภาพและชีววิทยาสังเคราะห์ ผู้มีผลงานโดดเด่นในการบุกเบิกและประยุกต์ใช้เทคโนโลยีการขยายรหัสพันธุกรรม (Genetic Code Expansion) ร่วมกับพันธุวิศวกรรมและชีววิทยาสังเคราะห์ เพื่อสร้างองค์ความรู้และนวัตกรรมที่ตอบโจทย์สำคัญของประเทศทั้งด้านสุขภาพและสิ่งแวดล้อม โดยมีผลงานวิจัยที่โดดเด่น 4 ด้าน ได้แก่
1. พัฒนาเทคโนโลยีที่สามารถสร้างโปรตีนที่มีกรดอะมิโนชนิดใหม่ มาพัฒนาเป็นเซนเซอร์ทางชีวภาพ
ที่สามารถตรวจวัดโปรตีนในเซลล์ที่ยังมีชีวิตอยู่ได้แบบเรียลไทม์ เช่น ตรวจวัดการก่อตัวของโปรตีนเบต้าอะไมลอยด์
ซึ่งเกี่ยวเนื่องกับการก่อโรคอัลไซเมอร์ ทำให้เข้าใจกลไกของโรคและพัฒนาแนวทางการรักษาได้ในอนาคต
2. เป็นทีมวิจัยแรกของโลกที่ค้นพบเอนไซม์ย่อยสลายพลาสติกโพลีเอทิลีนเทเรฟทาเลต หรือ เพท (PET) จากจุลินทรีย์ในน้ำลายมนุษย์ ซึ่งเป็นแนวทางสำคัญในการเปลี่ยนขยะพลาสติกให้เป็นทรัพยากรที่มีมูลค่าทางเศรษฐกิจ สะท้อนศักยภาพของเทคโนโลยีชีวภาพในการแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน
3. พัฒนาแพลตฟอร์มเพื่อเร่งวิวัฒนาการเอนไซม์ สำหรับการใช้งานที่หลากหลาย ตั้งแต่การรีไซเคิลพลาสติกไปจนถึงการผลิตสารเคมีมูลค่าสูงในภาคอุตสาหกรรม โดยประยุกต์ใช้ในการพัฒนาเอนไซม์และจุลินทรีย์ดัดแปลงพันธุกรรมสำหรับย่อยสลายขยะพลาสติก PET และเปลี่ยนให้เป็นสารตั้งต้นสำหรับการสังเคราะห์ยารักษา
โรคพาร์กินสัน
4. พัฒนาแพลตฟอร์มตรวจวินิจฉัยโรคติดเชื้อด้วยเทคโนโลยีคริสเปอร์ (CRISPR) ที่มีความไวและความจำเพาะสูง ต้นทุนต่ำ และสามารถตรวจ ณ จุดดูแลผู้ป่วย โดยเริ่มจากการพัฒนาชุดตรวจเชื้อไวรัสโควิด-19 (SARS-CoV-2) ซึ่งได้รับใบอนุญาตจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ในปี พ.ศ. 2564 ก่อนต่อยอด
สู่การตรวจโรคติดเชื้ออื่น ๆ อาทิ โรคเมลิออยโดสิสและชิคุนกุนยา

ผลงานของ ดร.ชยสิทธิ์ ได้รับการตีพิมพ์ในวารสารวิชาการชั้นนำระดับโลก เช่น Nature, Nature Chemical Biology, Nature Biomedical Engineering, JACS (Journal of the American Chemical Society), PNAS (Proceedings of the National Academy of Sciences) และ Angewandte Chemie ซึ่งเป็นวารสารระดับสูงสุดที่ได้รับการยอมรับในระดับนานาชาติ สะท้อนถึงความสามารถในการสร้างองค์ความรู้พื้นฐาน และเทคโนโลยีใหม่ไม่ใช่เพียงการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีที่พัฒนาขึ้นจากต่างประเทศ มีศักยภาพในการเปลี่ยนกระบวนทัศน์ (Paradigm Shift) พลิกโฉมวงการ (Disruptive) หรือสามารถแก้ไขปัญหาสำคัญระดับโลกได้ เช่น
การพัฒนายารักษาโรค วัสดุขั้นสูง หรือเทคโนโลยีชีวภาพ

สำหรับ รางวัลนักวิทยาศาสตร์รุ่นใหม่ ประจำปี พ.ศ. 2569 ได้รับพระราชทานรางวัลจากสมเด็จ
พระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี พร้อมเงินรางวัลท่านละ 100,000 บาท ได้แก่

1. ดร.ภาวินทร์ เอี่ยมประเสริฐกุล จากภาควิชาวิศวกรรมและเทคโนโลยีเคมีชีวภาพ สถาบันเทคโนโลยีนานาชาติสิรินธร มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ผลงานวิจัย “วิศวกรรมเคมีไฟฟ้าอัจฉริยะเพื่อความยั่งยืน”

2. ดร.ธนพล เจริญวงษ์ไพบูลย์ จากภาควิชาเคมี คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปากร ผลงานวิจัย “การใช้เทคโนโลยีเอนไซม์ เพื่อสังเคราะห์สารออกฤทธิ์ทางชีวภาพจากน้ำตาลทราย”