xs
xsm
sm
md
lg

มศว พัฒนา “เครื่องเตือนภัยน้ำท่วมฉับพลัน” เสริมเกราะชุมชนเวียงสา จ.น่าน วช. หนุนขยายผลสู่พื้นที่เสี่ยงอุทกภัยทั่วประเทศ

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



มศว ผนึกกำลัง วช. ส่งนวัตกรรมเครื่องเตือนภัยน้ำท่วมฉับพลันถึงชาวน่าน ชูจุดเด่นทำงานได้แม้ไฟดับหรือไม่มีสัญญาณโทรศัพท์ เสริมเกราะป้องกันให้ชุมชนเวียงสารับมืออุทกภัยได้ทันท่วงที

เมื่อวันอาทิตย์ที่ 9 สิงหาคม 2569 สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ(วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมการใช้นวัตกรรม “เครื่องเตือนภัยน้ำท่วมฉับพลัน” ณ ตำบลน้ำปั้ว อำเภอเวียงสา จังหวัดน่าน โดยมี ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ พร้อมด้วย นายบรรจง ขุนเพชร รองผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน รองศาสตราจารย์ ดร.สุจริต คูณธนกุลวงศ์ ผู้อำนวยการแผนงานเป้าหมายตามยุทธศาสตร์ ววน. ด้านการบริหารน้ำ วช. นายครรชิต ชมภูแดง หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดน่าน นายภูเบศ วณิชชานนท์ จากมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ นายสุมน ตันต่อมแก้ว นักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย องค์การบริหารส่วนตำบลน้ำปั้ว พร้อมด้วยคณะผู้ทรงคุณวุฒิ ผู้บริหาร วช. ผู้บริหารท้องถิ่นและท้องที่ นักวิจัย และเครือข่ายการใช้ประโยชน์ผลงานวิจัย เข้าร่วม

ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง กล่าวว่า วช. ให้ความสำคัญกับการนำงานวิจัยและนวัตกรรมไปใช้ประโยชน์ในการรับมืออุทกภัย ที่เหมาะสมต่อการใช้งานในพื้นที่ โดยเฉพาะการมีระบบแจ้งเตือนที่เข้าถึงชุมชนและสามารถทำงานได้ในสถานการณ์วิกฤต ทั้งนี้ นวัตกรรม “เครื่องเตือนภัยน้ำท่วมฉับพลัน” ที่ มศว.ได้ดำเนินการ เป็นเครื่องมือที่ช่วยเสริมการเฝ้าระวังและการตัดสินใจของชุมชน โดยออกแบบให้ใช้งานง่าย ต้นทุนไม่สูง และสามารถทำงานได้แม้เกิดไฟฟ้าดับหรือสัญญาณโทรศัพท์ขัดข้อง ถือเป็นการนำองค์ความรู้ทางวิทยาศาสตร์มาประยุกต์ใช้ให้เหมาะสมกับบริบทของพื้นที่ และช่วยเพิ่มความพร้อมของชุมชนในการรับมือสถานการณ์ฉุกเฉิน

นายบรรจง ขุนเพชร กล่าวว่า การมีระบบแจ้งเตือนภัยในระดับชุมชนจะช่วยเพิ่มระยะเวลาให้ประชาชนสามารถเตรียมความพร้อม เก็บสิ่งของ และอพยพได้อย่างเหมาะสม โดยเฉพาะพื้นที่ใกล้ลำน้ำสาขาซึ่งอาจเกิดน้ำหลากอย่างรวดเร็ว นวัตกรรมดังกล่าวจึงเป็นเครื่องมือที่ช่วยเสริมการทำงานของหน่วยงานภาครัฐ ผู้นำท้องที่ และประชาชน ให้สามารถรับรู้สถานการณ์และรับมือกับอุทกภัยได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น รวมทั้งเป็นการเสริมระบบแจ้งเตือนที่มีอยู่เดิมให้ครอบคลุมพื้นที่เสี่ยงในระดับชุมชนมากขึ้น

นายภูเบศ วณิชชานนท์ กล่าวว่า เครื่องเตือนภัยดังกล่าวพัฒนาขึ้น โดยคำนึงถึงบริบทและข้อจำกัดของชุมชน เน้นให้เป็นเครื่องมือที่ใช้งานง่าย ดูแลรักษาได้ และสามารถทำงานได้ในภาวะที่ระบบไฟฟ้าหรือสัญญาณโทรศัพท์ขัดข้อง โดยมีระบบแจ้งเตือน 3 ระดับตามความรุนแรงของสถานการณ์ ได้แก่ ระดับเตรียมตัว ระดับเฝ้าระวัง และระดับอพยพ เพื่อให้ประชาชนสามารถรับรู้สถานการณ์และตัดสินใจได้อย่างเหมาะสม ทั้งนี้ ได้ติดตั้งและทดลองใช้งานในพื้นที่ตำบลน้ำปั้วแล้ว เพื่อนำผลจากการใช้งานจริงมาปรับปรุงระบบให้มีประสิทธิภาพและเหมาะสมกับพื้นที่มากยิ่งขึ้น

นายสุมน ตันต่อมแก้ว กล่าวว่า จากการนำเครื่องเตือนภัยน้ำท่วมฉับพลันมาใช้งานในพื้นที่ตำบลน้ำปั้ว ทำให้เจ้าหน้าที่และชุมชนมีเครื่องมือช่วยติดตามสถานการณ์น้ำและแจ้งเตือนประชาชนได้รวดเร็วขึ้น โดยเฉพาะในช่วงที่ระดับน้ำเพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว เครื่องสามารถส่งสัญญาณเตือนให้ประชาชนรับทราบและเตรียมความพร้อมได้ทันเวลา ถือเป็นอีกหนึ่งเครื่องมือที่ช่วยสนับสนุนการทำงานของเจ้าหน้าที่ในพื้นที่ และหากสามารถพัฒนาระบบให้ครอบคลุมพื้นที่เสี่ยงมากขึ้น จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการเตือนภัยและลดความเสี่ยงต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนได้

สำหรับ “เครื่องเตือนภัยน้ำท่วมฉับพลัน” เป็นผลงานที่พัฒนาโดยใช้พลังงานจากโซลาร์เซลล์เป็นหลัก สามารถเชื่อมต่อไฟฟ้าปกติได้ และใช้สัญญาณวิทยุคลื่นสั้น (วอ.) ในการสื่อสาร ซึ่งยังสามารถใช้งานได้ในกรณีสัญญาณโทรศัพท์ขัดข้อง ส่วนการวัดระดับน้ำใช้ระบบลูกลอยที่มีโครงสร้างไม่ซับซ้อน ซ่อมบำรุงง่าย โดยมีการแจ้งเตือนด้วยสัญญาณเสียง 3 ระดับ ได้แก่ เตรียมตัว เฝ้าระวัง และอพยพ

จากการใช้งานในพื้นที่ที่ผ่านมา เครื่องสามารถส่งเสียงเตือนได้ในระยะประมาณ 1 กิโลเมตร และสามารถปรับการตั้งค่าเวลาแจ้งเตือน (Delay) ให้เหมาะสมกับบริบทการใช้งาน ทั้งนี้ มีแนวทางส่งมอบนวัตกรรมให้เป็นครุภัณฑ์ขององค์การบริหารส่วนตำบล เพื่อให้สามารถดูแล ซ่อมบำรุง และนำไปใช้ประโยชน์ในการเสริมระบบเตือนภัยของชุมชนได้ในระยะยาว