หนึ่งในธรรมเนียมที่น่าสนใจของ องค์การบริหารการบินและอวกาศแห่งชาติ หรือ องค์การนาซา (NASA) คือการเผยภาพวัตถุอวกาศในวันสำคัญต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น วันคริสต์มาส วันฮาโลวีน หรือวันครบรอบการทำงานของอุปกรณ์ด้านดาราศาสตร์ต่างๆ เช่น ในวันครบรอบ 4 ปี (12 กรกฎาคม) ของ “กล้องโทรทรรศน์อวกาศเจมส์ เวบบ์” (James Webb Space Telescope – JWST) นาซาได้เผยภาพคมชัดของกลุ่มดาวที่หนาแน่นและกาแล็กซีที่เปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา “เซนทอรัส เอ” (Centaurus A) ที่อยู่ห่างจากโลกของเราประมาณ 11 ล้านปีแสง เพื่อร่วมฉลองวันครบรอบหนึ่งในกล้องโทรทรรศน์อวกาศตัวสำคัญ
ก่อนหน้านี้ได้มีการสำรวจกาแล็กซีเซนทอรัส เอ หรือที่รู้จักกันในชื่อ “NGC 5128” มาแล้ว เนื่องจากฝุ่นที่หนาแน่นบริเวณใจกลางของกาแล็กซีทำให้ไม่สามารถสำรวจกาแล็กซีได้อย่างละเอียดในช่วงแสงที่ตามนุษย์มองเห็น .... แต่ด้วยประสิทธิภาพของกล้องโทรทรรศน์อวกาศเจมส์ เวบบ์ ที่สามารถถ่ายภาพในช่วงคลื่นอินฟราเรด จึงทำให้การสำรวจพื้นที่ภายในกาแล็กซีเซนทอรัส เอ ทำได้ละเอียดมากยิ่งขึ้น
รายละเอียดในภาพที่เผยแพร่ในวาระครบรอบ 4 ปี ได้เผยให้เห็นโครงสร้างฝุ่นและกิจกรรมที่ซ่อนเร้นอยู่ภายในกาแล็กซี ประกอบด้วยกลุ่มดาวที่หนาแน่นและกาแล็กซีที่เปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา และบริเวณใจกลางของกาแล็กซียังมันมีหลุมดำมวลมหาศาลที่กำลังดูดกลืนสสารรอบข้างอย่างต่อเนื่อง ขณะที่มันทำเช่นนั้น หลุมดำจะปล่อยลำแสงอย่างต่อเนื่องส่องแสงสว่างไสว และปลดปล่อยพลังงานจำนวนมหาศาลออกมา ซึ่งเป็นตัวกำหนดรูปร่างของกาแล็กซีโดยรอบ ในขณะเดียวกัน เซนทอรัส เอ ก็มีร่องรอยของอดีตอันน่าทึ่ง นั่นคือการชนกันครั้งใหญ่กับกาแล็กซีอื่นเมื่อประมาณสองพันล้านปีก่อน ผลพวงจากการรวมตัวครั้งนั้นยังคงปรากฏให้เห็นในปัจจุบันในโครงสร้างที่ผิดปกติและการก่อตัวของดาวฤกษ์ที่ยังคงดำเนินอยู่ภายในกาแล้กซีแห่งนี้ และนักวิทยาศาสตร์ได้เห็นตรงกันว่ารูปทรงที่แปลกประหลาดของกาแล็กซีนี้ เกิดมาจากการพุ่งชนกันของสองกาแล็กซีในอดีตจนรวมกันเมื่อประมาณ 2,000 ล้านปีก่อน
ด้วยระยะห่าง 11 ล้านปีแสง เซนทอรัส เอ จึงถือเป็นว่าเป็นระยะทางที่ค่อนข้างใกล้ในแง่ของระยะทางในอวกาศ และยังมีความแตกต่างจากกาแล็กซีใกล้เคียงส่วนใหญ่ตรงที่มันมีกิจกรรมสูงมาก ทำให้มันเป็นพื้นที่ศึกษาข้อมูลต่างๆ ที่สำคัญ ในการทำความเข้าใจว่ากาแล็กซีและหลุมดำเติบโตและวิวัฒนาการไปพร้อมกันได้อย่างไร
หลังจากทำหน้าที่มาแล้ว 4 ปี กล้องโทรทรรศน์อวกาศเจมส์ เวบบ์ ได้ทำงานอย่างเต็มประสิทธิภาพ ด้วยการถ่ายภาพวัตถุอวกาศต่างๆ ในจักรวาลอันกว้างใหญ่ในช่วงคลื่นอินฟราเรด ให้เหล่านักวิทยาศาสตร์ได้ศึกษาหาข้อมูล รวมถึงให้ผู้ที่ชื่นชอบเรื่องราวด้านอวกาศได้ชื่นชมความสวยงามของวิวทัศน์ในมุมมองต่างๆ ของจักรวาลอันกว้างใหญ่ไพศาล
ข้อมูล – รูปอ้างอิง
- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -
- science.nasa.gov (NASA Webb Uncovers Unusual Galaxy Shaped by Cosmic Collision)
- esawebb.org (Webb uncovers unusual galaxy shaped by cosmic collision)
- esawebb.org (Centaurus A: ground-based context)


