xs
xsm
sm
md
lg

ครั้งแรกของไทย! สู่ภารกิจสำรวจดวงจันทร์ระดับโลก ร่วมสำรวจอวกาศห้วงลึกกับจีน ภายใต้โครงการ ILRS

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



“ดวงจันทร์” เป็นหนึ่งในเป้าหมายสำคัญของการสำรวจอวกาศของมนุษยชาติมาโดยตลอด เป็นแรงผลักดันสำคัญที่ทำให้เกิดการพัฒนาทั้งในด้านวิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยีแบบก้าวกระโดด จนถึงยุคสมัยปัจจุบัน ที่มนุษย์ได้เริ่มวางรากฐานสู่การตั้งถิ่นฐานบนดวงจันทร์กันแล้ว รวมถึงประเทศไทย


สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ (NARIT) ชวนทำความรู้จัก “โครงการความร่วมมือสำรวจดวงจันทร์ไทย - จีน” ภายใต้โครงการสถานีวิจัยนานาชาติบนดวงจันทร์ ที่ประเทศไทยได้เข้าไปมีส่วนร่วมในการพัฒนาและออกแบบ “อุปกรณ์วิจัยวิทยาศาสตร์” ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการเตรียมการตั้งสถานีวิจัยบนดวงจันทร์ และอุปกรณ์ดังกล่าว มีกำหนดปล่อยขึ้นสู่อวกาศในเดือนสิงหาคมที่จะถึงนี้

โครงการสถานีวิจัยนานาชาติบนดวงจันทร์ (International Lunar Research Station: ILRS) เป็นความตั้งใจที่จะสร้างสถานีวิจัยบนดวงจันทร์ด้วยความร่วมมือของนานาชาติ มี องค์การบริหารอวกาศแห่งชาติจีน (CNSA: China National Space Administration) เป็นหน่วยงานหลักขับเคลื่อน เปิดกว้างให้ประเทศต่างๆ ทั่วโลกที่สนใจ เข้ามามีส่วนร่วมในการสำรวจ และวิจัยทางวิทยาศาสตร์ เพื่อร่วมกันวางแผน พัฒนา ออกแบบ สาธิต และดำเนินกิจกรรมด้านอวกาศบนดวงจันทร์ รวมถึงส่งเสริมให้เกิดประชาคมอวกาศนานาชาติ ซึ่งประเทศไทยเป็นประเทศแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่เข้าร่วมในโครงการดังกล่าว


ประเทศไทยเริ่มต้นเข้าร่วมโครงการ ILRS เมื่อเดือนเมษายน พ.ศ. 2566 จากการที่ สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน) ร่วมกับ มหาวิทยาลัยมหิดล ยื่นเสนออุปกรณ์วิจัยวิทยาศาสตร์ (Payload) ที่รองรับภารกิจหลักของ ยานฉางเอ๋อ 7 เป็นอุปกรณ์สำหรับตรวจวัดสภาพอวกาศ ชื่อว่า Chang’E 7 Moon-Aiming Thai-Chinese Hodoscope หรือ “CE-7 MATCH” มีเป้าหมายเพื่อตรวจวัดรังสีคอสมิก หรืออนุภาคพลังงานสูงจากอวกาศ รวมถึงศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างดวงอาทิตย์ โลก และดวงจันทร์ ซึ่งจะมีบทบาทสำคัญในการทำความเข้าใจปริมาณรังสีต้นกำเนิด และกระบวนการเกิดรังสีที่อาจจะเป็นอันตรายต่อมนุษย์ ในการตั้งถิ่นฐานบนดวงจันทร์


ข้อเสนอดังกล่าวได้รับเลือกให้เป็น 1 ใน 7 อุปกรณ์วิทยาศาสตร์นานาชาติที่จะได้ติดตั้งกับยานโคจรรอบ (Orbiter) ในภารกิจฉางเอ๋อ 7 นำไปสู่การลงนามความร่วมมือระหว่าง NARIT ภายใต้ กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) และ ศูนย์ปฏิบัติการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีการสำรวจอวกาศเชิงลึก (DSEL: Deep Space Exploration Laboratory) ภายใต้องค์การบริหารอวกาศแห่งชาติจีน (CNSA) เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2566 ก่อนยกระดับเป็นความร่วมมือในระดับรัฐบาล เมื่อวันที่ 5 เมษายน 2567 โดยได้รับพระมหากรุณาธิคุณจาก สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินทรงเป็นสักขีพยาน และได้เริ่มดำเนินโครงการดังกล่าวอย่างเป็นทางการ นับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา

ตลอดระยะเวลา 3 ปีที่ผ่านมา นักวิจัย และวิศวกรชาวไทยได้ร่วมกับหน่วยงานวิทยาศาสตร์ชั้นนำของจีน พัฒนาอุปกรณ์ CE-7 MATCH ร่วมกันอย่างใกล้ชิด จนกระทั่งอุปกรณ์เสร็จสมบูรณ์ และส่งมอบให้กับทางจีนไปเมื่อ 29 สิงหาคม 2568 เพื่อนำไปติดตั้งกับตัวยานฉางเอ๋อ 7 และในเดือนสิงหาคม 2569 นี้ ยานในภารกิจฉางเอ๋อ 7 จะขึ้นสู่อวกาศ เพื่อไปสำรวจขั้วใต้ของดวงจันทร์พร้อมกับอุปกรณ์ที่มีลายนิ้วมือของคนไทย


การพัฒนา ออกแบบ และทดสอบอุปกรณ์วิจัยวิทยาศาสตร์ CE-7 MATCH นับเป็นโอกาสสำคัญที่ทำให้ประเทศไทยได้ก้าวเข้าสู่การศึกษาวิจัยวิทยาศาสตร์ขั้นแนวหน้าด้านดาราศาสตร์และวิทยาศาสตร์อวกาศ ยกระดับขีดความสามารถของบุคลากรไทยในด้านวิศวกรรมอวกาศ เทคโนโลยีการสำรวจระยะไกล และระบบควบคุมดาวเทียม ซึ่งจะเป็นพื้นฐานสำคัญสำหรับการพัฒนาอุตสาหกรรมอวกาศของประเทศไทย