ศูนย์เชี่ยวชาญนวัตกรรมพลังงานสะอาดและสิ่งแวดล้อม กลุ่มวิจัยและพัฒนาด้านพัฒนาอย่างยั่งยืน สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ร่วมกับ บริษัท ไบโอ บลูม จำกัด ลงนามบันทึกข้อตกลงบริการวิจัย “โครงการแยกก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (CO2) ออกจากก๊าซชีวภาพ เพื่อนำไปทดสอบร่วมกับการควบคุมอุณหภูมิสำหรับการเพาะปลูกในระบบฟาร์มแบบปิด” ชูจุดแข็งองค์ความรู้ด้านพลังงานสะอาดและสิ่งแวดล้อม ขับเคลื่อนเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) และการลดก๊าซเรือนกระจกอย่างเป็นรูปธรรมและยั่งยืน ในวันที่ 5 พฤษภาคม 2569 ณ วว. เทคโนธานี คลองห้า จังหวัดปทุมธานี
โครงการดังกล่าวมีระยะเวลาดำเนินการ 12 เดือน (พฤษภาคม 2569 – พฤษภาคม 2570) โดยมีวัตถุประสงค์หลักมุ่งศึกษาความเป็นไปได้เชิงเทคนิค ในการนำก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ที่แยกได้มาใช้ควบคุมอุณหภูมิ และเร่งการเจริญเติบโตของพืชในฟาร์มปิด ซึ่งจะเป็นโมเดลสำคัญในการนำก๊าซเหลือทิ้งจากภาคปศุสัตว์มาเพิ่มมูลค่าในภาคเกษตรกรรมอย่างครบวงจร
ดร.พัชทรา มณีสินธุ์ รองผู้ว่าการวิจัยและพัฒนาด้านพัฒนาอย่างยั่งยืน วว. กล่าวว่า วว. มุ่งเน้นการใช้ วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม (วทน.) เพื่อสร้างโซลูชันที่จับต้องได้ให้กับภาคอุตสาหกรรม โดยความร่วมมือครั้งนี้เป็นการนำจุดแข็งของ วว. ที่มีประสบการณ์วิจัยด้านการจัดการก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์มาอย่างต่อเนื่อง รวมถึงการมีสิทธิบัตรที่สำคัญถึง 2 ผลงาน ได้แก่
1. ระบบการดูดซับแบบสลับความดัน สำหรับแยกก๊าซมีเทนและคาร์บอนไดออกไซด์บริสุทธิ์
2. ระบบปรับอากาศร่วมกับของเหลวหล่อเย็น เพื่อลดอุณหภูมิก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ดังนั้นความร่วมมือครั้งนี้ถือเป็นก้าวสำคัญของการผสานองค์ความรู้ทางวิทยาศาสตร์เข้ากับภาคธุรกิจอย่างเป็นรูปธรรม
“วว. จะสนับสนุนด้านเทคนิคในการนำต้นแบบระบบแยกและอัดก๊าซ CO2 รวมถึงระบบลดอุณหภูมิก๊าซผสมไปติดตั้ง ณ สถานที่ผลิตจริง เพื่อทดสอบประสิทธิภาพในการปลูกพืชผักและผลไม้ในระบบฟาร์มปิด ซึ่งจะช่วยสร้างองค์ความรู้และแนวทางการใช้ประโยชน์จาก CO2 อย่างยั่งยืน” ...... รองผู้ว่าการวิจัยและพัฒนาด้านพัฒนาอย่างยั่งยืน วว. กล่าว
นางวรรณภา ชินชูศักดิ์ กรรมการ บริษัท ไบโอ บลูม จำกัด (บริษัทในเครือสระบุรีฟาร์ม กรุ๊ป) กล่าวถึงความตั้งใจในความร่วมมือครั้งนี้ว่า บริษัทให้ความสำคัญกับการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากการผลิตไฟฟ้าในฟาร์มสุกร โดยมีนโยบายชัดเจนที่จะเปลี่ยน CO2 ซึ่งเคยถูกปล่อยทิ้ง ให้กลับมาสร้างประโยชน์ในกระบวนการเพาะปลูก
“จุดแข็งของไบโอบลูมและเครือข่ายความร่วมมือ ซึ่งจะเป็นต้นทุนในการดำเนินโครงการ ได้แก่ 1.ทรัพยากรหมุนเวียน เรามีแหล่งก๊าซชีวภาพและก๊าซ CO2 จากการดำเนินงานของสระบุรีฟาร์ม 2.ความเชี่ยวชาญด้านการเกษตร มีนักวิชาการและผู้ชำนาญการเพื่อควบคุมคุณภาพผลผลิตในฟาร์มปิด และ 3.พื้นที่ทดสอบ โดยการสนับสนุนพื้นที่ติดตั้งระบบฟาร์มปิดขนาด 3×6 เมตร จำนวน 2 หน่วย พร้อมสาธารณูปโภคครบครัน” ...... กรรมการ บริษัท ไบโอ บลูม จำกัด กล่าว
การลงนามในครั้งนี้ถือเป็นก้าวสำคัญของทั้งสองหน่วยงานในการบูรณาการเทคโนโลยีขั้นสูงเข้ากับภาคการผลิตจริง เพื่อขับเคลื่อนประเทศไทยสู่สังคมคาร์บอนต่ำและเศรษฐกิจสีเขียวอย่างยั่งยืน


