ไทยพร้อมจัดประชุมระดับโลก “INTEDIF 2026 - ASPAC” วันที่ 17 – 22 ส.ค.2569 ผู้บริหารระดับสูงและเครือข่ายของพิพิธภัณฑ์ - ศูนย์วิทยาศาสตร์ระดับโลกกว่า 100 แห่งเข้าร่วม รอง ผอ.NSM เผยเตรียมพาชมมหกรรมวิทย์ โชว์ซอฟท์พาวเวอร์ไทยดึงต่างชาติเที่ยวไทย
เมื่อวันที่ 20 เม.ย.ดร.กรรณิการ์ เฉิน รองผู้อำนวยการองค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ(อพวช.) หรือ NSM กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม(อว.) เปิดเผยความคืบหน้าการจัดการประชุมระดับโลกด้านพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์ที่ประเทศไทยโดย NSM เป็นเจ้าภาพ คือ 1.การประชุมผู้บริหารระดับสูงพิพิธภัณฑ์และศูนย์วิทยาศาสตร์ระดับโลก(INTEDIF 2026 (International Directors Forum 2026: INTEDIF2026) ระหว่างวันที่ 17-18 ส.ค.2569 และ 2.การประชุมเครือข่ายพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งเอเชีย (ASPAC Conference 2026 (Asia Pacific Network of Science and Technology Centres Conference 2026) ระหว่างวันที่ 19 – 22 ส.ค.2569 ว่า ประเทศไทยมีความพร้อมและมีการเตรียมการเป็นอย่างดี เนื่องจากเป็นการประชุมครั้งสำคัญที่มีผู้บริหารระดับสูงและเครือข่ายของพิพิธภัณฑ์และศูนย์วิทยาศาสตร์ระดับโลกจากทั่วโลกรวมกว่า 100 แห่งมาประชุมเพื่อกำหนดอนาคตและทิศทางว่าพิพิธภัณฑ์จะช่วยสร้างสังคมหรือตอบโจทย์สังคมในอนาคตได้อย่างไร ที่สำคัญ NSM ในฐานะประเทศเจ้าภาพจะได้มีส่วนร่วมในการกำหนดทิศทางในครั้งนี้ด้วย
“NSM.ในฐานะเจ้าภาพได้มีการจัดเตรียมวาระการประชุมไว้เรียบร้อยแล้ว พร้อมเชิญวิทยากรสำคัญ (Keynote Speaker) ที่มีชื่อเสียงจากทั้งในและต่างประเทศมาบรรยายในงานด้วย ส่วนสถานที่หลักสำหรับจัดงาน คือ ที่ อพวช.ในพิพิธภัณฑ์พระรามเก้ากับฟิวเจอเรียมและในงานมหกรรมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ ที่อิมแพค เมืองทองธานี เพราะหลายประเทศสนใจอยากจะเห็นการจัดการของพิพิธภัณฑ์หรือแหล่งเรียนรู้ด้านวิทยาศาสตร์ของไทย รวมถึงการจัดงานมหกรรมวิทยาศาสตร์ฯ ซึ่งต่างประเทศต้องการมาชมงานมหกรรมวิทยาศาสตร์ฯ ของไทย เพราะถือเป็นงานที่ยิ่งใหญ่ และมีอยู่ไม่กี่ประเทศในโลกที่สามารถจัดงานในพื้นที่ขนาดใหญ่และมีความหลากหลายได้ขนาดนี้” ดร.กรรณิการณ์ กล่าวและว่า
สำหรับหัวใจหรือหัวข้อสำคัญของการงานปีนี้ คือ การพูดถึงอนาคตของแหล่งเรียนรู้ด้านวิทยาศาสตร์ว่าจะตอบโจทย์โลกอนาคตอย่างไร เพราะเราให้ความสำคัญว่าแหล่งเรียนรู้ตลอดชีวิตหรือนอกห้องเรียนจะต้องช่วยบ่มเพาะคนว่าจะต้องปรับตัวอย่างไรบ้าง เช่น เรื่องพิบัติภัย ฯลฯ ซึ่งก็เชื่อมโยงกับฟิวเจอเรียมแหล่งเรียนรู้แห่งใหม่ของ NSM และเป็นธีมที่ทั้งโลกก็ให้ความสำคัญ พิพิธภัณฑ์และแหล่งเรียนรู้ด้านวิทยาศาสตร์จึงต้องพร้อมทำหน้าที่เป็นพื้นที่แห่งการเรียนรู้นอกห้องเรียนที่ช่วยต่อยอดและสนับสนุนการศึกษาในระบบ เพื่อบ่มเพาะเยาวชนให้ก้าวทันทุกความเปลี่ยนแปลงและเติบโตสู่โลกอนาคตได้อย่างมั่นคง
รอง ผอ.NSM กล่าวต่อว่า การที่ประเทศไทยได้เป็นเจ้าภาพจัดการประชุมทั้ง 2 เวทีนี้ ถือเป็นโอกาสที่จะได้แสดงศักยภาพของพิพิธภัณฑ์และแหล่งเรียนรู้ด้านวิทยาศาสตร์ของไทยให้เป็นที่รู้จักไปทั่วโลก ซึ่งขณะนี้องค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ(อพวช.) ถือว่าเป็นหนึ่งในผู้นำอาเชียน มีตัวอย่างของการทำนิทรรศการและกิจกรรมที่เป็นต้นแบบและสามารถแบ่งปันให้กับประเทศอื่นๆ ได้ ที่สำคัญกว่านั้นคือเราจะได้เครือข่ายของพิพิธภัณฑ์และแหล่งเรียนรู้ด้านวิทยาศาสตร์จากทั่วโลก ได้แลกเปลี่ยนองค์ความรู้กัน นี่คือสิ่งที่สำคัญที่สุดที่เป็นทั้งโอกาสให้กับคนไทยเองและก็คนในภูมิภาคนี้ด้วยที่จะได้เรียนรู้และแลกเปลี่ยนกับพิพิธภัณฑ์อื่นๆ จากทั่วโลก ในอนาคตเราอาจนำนิทรรศการของไทยไปจัดแสดงในต่างประเทศ ขณะเดียวกันก็นำนิทรรศการจากต่างประเทศมาจัดแสดงที่ไทย สุดท้ายการจัดงานครั้งนี้ยังเป็นการเผยแพร่ซอฟท์พาวเวอร์ของไทยที่จะทำให้คนต่างชาติมารู้จักเมืองไทยในมิติอื่นๆ


