นอกจากจะเป็น 1 ใน 4 ดวงจันทร์บริวารของดาวพฤหัสบดีที่ถูกค้นพบโดย “กาลิเลโอ” นักวิทยาศาสตร์ผู้มีชื่อเสียง “ดวงจันทร์ยูโรปา” ยังเป็นหนึ่งในดวงจันทร์ในระบบสุริยะที่นักวิทยาศาสตร์ให้ความสนใจ เนื่องจากได้ถูกพิจารณาว่าเป็นหนึ่งในสถานที่นอกโลกที่เอื้อต่อการดำรงอยู่ของสิ่งมีชีวิต
แต่ผลการศึกษาดวงจันทร์ยูโรปาครั้งใหม่ที่ได้รับการตีพิมพ์ใน วารสาร Nature Communications เมื่อวันที่ 6 มกราคม ที่ผ่านมา ได้เผยว่ากิจกรรมทางธรณีวิทยาภายใต้พื้นมหาสมุทรของดวงจันทร์ยูโรปาอาจมีน้อยมาก จนแทบไม่มีนัยสำคัญที่จะส่งผลให้มีแหล่งพลังงานที่เอื้อต่อการดำรงชีวิตบนดวงจันทร์ดวงนี้
พอล ไบรน์ (Paul Byrne) รองศาสตราจารย์ด้านวิทยาศาสตร์โลก สิ่งแวดล้อม และดาวเคราะห์แห่งมหาวิทยาลัยวอชิงตันในเซนต์หลุยส์ ผู้เขียนผลการศึกษา กล่าวว่า ดวงจันทร์ยูโรปาอาจไม่ใช่สถานที่ที่ดีที่สุดในการค้นหาสิ่งมีชีวิตต่างดาวในระบบสุริยะก็เป็นได้ การศึกษาใหม่ที่จำลองลักษณะของพื้นมหาสมุทรที่ซ่อนอยู่ใต้ดวงจันทร์ยูโรปาของดาวพฤหัสบดี สรุปว่ากิจกรรมทางธรณีวิทยาและปฏิกิริยาเคมีที่ซับซ้อนซึ่งเกิดจากกิจกรรมดังกล่าวอาจมีน้อยมาก
นักวิทยาศาสตร์เชื่อกันมานานว่าใต้เปลือกน้ำแข็งหนาหลายสิบกิโลเมตรปกคลุมดวงจันทร์ยูโรปา ดวงจันทร์นี้มีมหาสมุทรลึกอยู่ มหาสมุทรนี้โอบล้อมแกนหิน แต่ยังไม่ค่อยมีใครรู้เกี่ยวกับรอยต่อระหว่างมหาสมุทรกับแกนกลาง หากสิ่งมีชีวิตจะดำรงอยู่ในมหาสมุทรของยูโรปาได้ มันจะต้องได้รับพลังงานจากแหล่งใดแหล่งหนึ่ง ซึ่งน่าจะมาจากปฏิกิริยาระหว่างน้ำกับหินที่พื้นทะเล การเข้าถึงหินใหม่มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการผลิตสารอาหารเพิ่มเติมบนโลก การเคลื่อนตัวของแผ่นเปลือกโลกที่พื้นทะเลทำให้น้ำสามารถไหลลงสู่หินได้ลึกหลายกิโลเมตร และเมื่อแผ่นเปลือกโลกเคลื่อนตัว รอยเลื่อนใหม่ก็จะปรากฏขึ้น ทำให้มีสารอาหารไหลลงสู่มหาสมุทรผ่านทางปล่องไฮโดรเทอร์มอลอย่างต่อเนื่อง
การศึกษาดวงจันทร์ยูโรปาในครั้งนี้ ทีมนักวิทยาศาสตร์ได้ใช้แบบจำลองเชิงฟิสิกส์เพื่อจำลองสภาพพื้นมหาสมุทรที่ซ่อนอยู่ใต้เปลือกน้ำแข็งหนาหลายสิบกิโลเมตรของดวงจันทร์ดวงนี้อย่างละเอียดเพื่อประเมินกิจกรรมของแผ่นเปลือกโลกที่อาจเกิดขึ้นในมหาสมุทรใต้พื้นผิวของยูโรปาตามทฤษฎี การคาดการณ์เหล่านี้ได้รับการเปรียบเทียบกับพฤติกรรมที่ทราบหรือคาดการณ์ไว้บนพื้นทะเลของโลกและดวงจันทร์เอนเซลาดัสหนึ่งในดวงจันทร์น้ำแข็งของดาวเสาร์
ทีมนักวิทยาศาสตร์ได้พิจารณาถึงแรงกดดันจากน้ำขึ้นน้ำลง การหดตัวทั่วโลก การพาความร้อนของเนื้อโลก และการเกิดเซอร์เพนไทน์ (กระบวนการทางธรณีวิทยาที่เกิดขึ้นเมื่อหินทำปฏิกิริยากับน้ำ) ซึ่งพบว่าไม่มีกระบวนการใดที่น่าจะเป็นตัวขับเคลื่อนกิจกรรมทางธรณีแปรสัณฐาน แม้แต่ตามรอยแตกที่มีอยู่แล้วบนพื้นทะเลของยูโรปาในขณะนี้ การค้นพบนี้ชี้ให้เห็นว่าปฏิสัมพันธ์ระหว่างน้ำในมหาสมุทรกับหินน่าจะจำกัดอยู่เพียงไม่กี่ร้อยเมตรบนสุดของพื้นทะเล ซึ่งจำกัดความเป็นไปได้ของสภาวะที่เอื้อต่อการดำรงชีวิตบนพื้นทะเล การวิจัยในอนาคต รวมถึงภารกิจคลิปเปอร์ของนาซาในปี 2024 จะพยายามรวบรวมหลักฐานโดยตรงเกี่ยวกับธรณีวิทยาและธรณีแปรสัณฐานของยูโรปา
อ่าน >>> NASA ส่ง ยาน Europa Clipper ขึ้นสู่อวกาศสำเร็จ เริ่มต้นการเดินทาง 6 ปี สู่ดาวพฤหัสบดี เพื่อสำรวจดวงจันทร์ยูโรปา
ทีมนักวิทยาศาสตร์ที่ทำการศึกษาดวงจันทร์ยูโรปาในครั้งนี้ ได้แนะนำว่าการตรวจสอบสภาวะที่อาจเอื้อต่อการดำรงชีวิตบนดวงจันทร์น้ำแข็งในระบบสุริยะควรเน้นไปที่สภาวะที่เอื้อต่อการดำรงชีวิตซึ่งเป็นอิสระจากธรณีแปรสัณฐานที่เกิดขึ้นบนพื้นทะเล ผลวิจัยชี้ให้เห็นว่าการดำรงอยู่ของสิ่งมีชีวิตบนดวงจันทร์น้ำแข็งเหล่านี้อาจเป็นเรื่องที่ยากกว่าที่เคยคาดไว้ และยังควรเดินหน้าค้นหาต่อไป
ข้อมูล – รูปอ้างอิง
- - - - - - - - - - - - - - -
- space.com (Jupiter ocean moon Europa likely lacks tectonic activity, reducing its chances for life)
- scimex.org (Jupiter's moon Europa may not have the deep-sea tectonic activity required for life after all)


