xs
xsm
sm
md
lg

ทีมนักวิทย์ฯ เผย AI ช่วยไขปริศนาภาพนาซกา และช่วยค้นพบภาพใหม่กว่า 300 ภาพ ภายในเวลาเพียง 6 เดือน

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



ทีมนักวิทยาศาสตร์และนักโบราณคดีเผยการค้นพบข้อมูลใหม่ภาพนาซกา หนึ่งในร่องรอยอารยธรรมโบราณที่มีชื่อเสียงของประเทศเปรู ด้วยการใช้ AI เข้ามาช่วยวิเคราะห์ภาพ จนสามารถพบภาพสลักใหม่กว่า 300 เส้น ภายในเวลาเพียง 6 เดือน

“ภาพนาซกา” ในทะเลทรายนาซกา (Nazca desert) เปรู เป็นหนึ่งในร่องรอยอารยธรรมโบราณและแหล่งโบราณคดี ที่มีชื่อเสียงที่เหล่านักโบราณคดีและนักวิทยาศาสตร์ให้ความสนใจในการศึกษาอารยธรรมโบราณ แต่ในอดีตในการศึกษาภาพเหล่านี้ทำได้ยากเนื่องจากเป็นภาพที่มีเส้นลวดลายขนาดใหญ่บนพื้นทะเลทราย นับตั้งแต่เริ่มมีการศึกษานักโบราณคดีใช้เวลายาวนานเกือบศตวรรษเพื่อค้นหาภาพต่างๆ ที่ถูกวาดลวดลายไว้ในทะเลทรายอันกว้างใหญ่ และค้นพบภาพเพียง 430 เส้น ที่มีลักษณะภาพเป็นสัตว์ พืช สิ่งมีชีวิตในจินตนาการและรูปทรงเลขาคณิต สร้างความตื่นตาตื่นใจให้กับนักวิทยาศาสตร์มาตลอดตั้งแต่การค้นพบครั้งแรก

ทิวทัศน์ทะเลทรายนาซกา / ภาพ : iatiseguros.com
แต่ในปัจจุบันหลังจากมีการนำเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) มาช่วยงานโบราณคดี ก็ทำให้สามารถค้นพบภาพต่างๆ ได้รวดเร็วขึ้น มาซาโตะ ซาไก (Masato Sakai) นักวิทยาศาสตร์และนักโบราณคดี มหาวิทยาลัยยามากาตะ (Yamagata University) เผยการค้นพบในครั้งนี้ว่า การใช้ AI ในการวิจัยทำให้เราสามารถทำแผนที่การกระจายตัวของ “จิโอกลิฟ” (geoglyphs - การสลักพื้นดิน) ได้รวดเร็วและแม่นยำยิ่งขึ้น โดยเป็นความร่วมมือระหว่างสถาบันนาซกาและฝ่ายวิจัยของบริษัทเทคโนโลยี IBM


วิธีการศึกษาแบบเดิมจะระบุจิโอกลิฟโดยดูภาพความละเอียดสูงในพื้นที่ทะเลทรายนาซกาอันกว้างใหญ่ ซึ่งวิธีนี้ทำได้ค่อนข้างช้าและมีความเสี่ยงที่จะมองข้ามภาพบางส่วนที่มีลายเส้นที่เลือนลาง แม้จะเคยมองผ่านจุดนี้หลายครั้ง แต่เมื่อมีการนำ AI มาปรับใช้ให้เข้ากับระบบตรวจจับเส้นขอบและรายละเอียดของภาพจิโอกลิฟจากภาพถ่ายดาวเทียม ก็ทำให้ทีมนักวิทยาศาสตร์สามารถระบุรูปร่างต่างๆ จากภาพถ่ายจากดาวเทียมได้มากขึ้น และในปัจจุบันเพียงระยะเวลา 6 เดือน ก็สามารถพบภาพสลักใหม่กว่า 300 ภาพ ข้อมูลการค้นพบนี้ได้ถูกตีพิมพ์ในวารสาร Proceedings of the National Academy of Sciences (PNAS)

นอกจากนี้ การใช้ AI เป็นตัวช่วยยังเผยให้เห็นความแตกต่างสำคัญระหว่างเส้นนาซกา 2 ประเภท ได้แก่ ภาพสลัก geoglyph แบบ "ลายนูน" (relief type) และภาพสลัก geoglyph แบบ "เส้นตรง" (line type) โดยเส้นลายนูนมักมีขนาดเล็กกว่าและลวดลายซับซ้อน ส่วนใหญ่มักเป็นรูปที่เกี่ยวข้องกับมนุษย์หรือสรรพสิ่งที่เกี่ยวข้องกับมนุษย์ เช่น สัตว์เลี้ยงในบ้าน ในขณะที่เส้นแบบเส้นตรงมีขนาดใหญ่กว่า ไม่ซับซ้อนเท่า และมักเป็นรูปของสัตว์ป่า


AI สามารถนำมาช่วยงานและย่นระยะเวลาในการค้นหา รวมถึงการค้นหาในพื้นที่ที่มีความเป็นไปได้ว่าจะมีลวดลายเส้นนาซกาใหม่ ซึ่งรวมถึงพื้นที่บางส่วนที่ยังไม่เคยถูกสำรวจในเปรูก่อนหน้านี้ นอกจากนี้ยังสามารถนำ AI ไปใช้ในแหล่งโบราณคดีที่มีชื่อเสียงอื่นๆ ข้อมูลในการค้นพบใหม่ๆ ได้สะท้อนถึงวิถีชีวิตและประวัติศาสตร์ของผู้คนในยุคโบราณ และยังอาจนำไปสู่โอกาสในการค้นพบข้อมูลใหม่ๆ ทางโบราณคดีได้ในอนาคต


ข้อมูล - รูปอ้างอิง
- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -
- yamagata-u.ac.jp (New Geoglyphs Discovered on the Nasca Pampa and Surrounding Area)
- theverge.com (AI helps discover new geoglyph in the Nazca Lines)


กำลังโหลดความคิดเห็น