เมื่อวันที่ 28 พ.ย. นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เป็นประธานเปิดงาน “ปีทองแห่งมิตรภาพ ไทย–จีน” เนื่องในโอกาสครบรอบ 50 ปี การสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างประเทศไทยและสาธารณรัฐประชาชนจีน พร้อมกล่าวปาฐกถาพิเศษในหัวข้อ “ไทย–จีน สานพลังขับเคลื่อนอนาคตด้วยวิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม” โดยมี ศ.เกา เสียง ประธานสถาบันสังคมศาสตร์จีน (CASS) เป็นประธานร่วมเปิดงาน และมี ดร. วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ คณะผู้บริหารสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ ข้าราชการ และเจ้าหน้าที่ เข้าร่วม ณ สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ
นายสุรศักดิ์ กล่าวว่า ความร่วมมือด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรมระหว่างไทย–จีน เป็นหนึ่งในเสาหลักสำคัญของความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ ซึ่งทั้งสองฝ่ายดำเนินความร่วมมือมากว่า 40 ปี มากกว่า 900 โครงการ โดยกว่า 700 โครงการอยู่ภายใต้การดำเนินงานของกระทรวง อว. ความร่วมมือเหล่านี้ไม่เพียงก่อให้เกิดความก้าวหน้าในเชิงวิชาการ แต่ยังทำหน้าที่เป็น “สะพานองค์ความรู้” เชื่อมโยงประชาชน สถาบันและนักวิจัยของทั้งสองประเทศอย่างลึกซึ้งและยั่งยืน อีกด้วย
“นอกจากนี้ ความร่วมมือไทย-จีน ได้ขยายตัวในสาขาที่มีบทบาทสำคัญต่อการรับมือความท้าทายในศตวรรษที่ 21 อาทิ ปัญญาประดิษฐ์ (AI), Big Data, เทคโนโลยีสิ่งแวดล้อม, การจัดการทรัพยากรน้ำ การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Climate Change) เทคโนโลยีอวกาศ และความมั่นคงทางอาหาร ทั้งนี้ ประเทศไทยเชื่อมั่นว่าความร่วมมือไทย–จีนจะเติบโตอย่างมั่นคงต่อไป และคำว่า “จีน–ไทยใช่อื่นไกล พี่น้องกัน” จะยังคงเป็นสัญลักษณ์แห่งมิตรภาพอันงดงามและยั่งยืนของทั้งสองประเทศ” นายสุรศักดิ์ กล่าว
ด้าน ศ.เกา เสียง ประธานสถาบันสังคมศาสตร์จีน (CASS) กล่าวว่า ปีนี้เป็นหมุดหมายทางประวัติศาสตร์ที่สำคัญของความสัมพันธ์ไทย-จีน การสถาปนาความสัมพันธ์ในปี 2518 เป็นการตัดสินใจเชิงยุทธศาสตร์ที่ส่งผลลึกซึ้งต่ออนาคต และเป็นรากฐานของมิตรภาพอันยาวนาน ประเทศจีนและไทยได้พัฒนาจาก “มิตรบ้านใกล้เรือนเคียง” สู่ “ประชาคมร่วมชะตา” ที่เติบโตร่วมกันทั้งในมิติการเมือง เศรษฐกิจ และวัฒนธรรม
นอกจากนี้ ศ.เกา เสียง ได้เสนอทิศทางความร่วมมือในอนาคต 3 ประการ ได้แก่
1) การส่งเสริมการแลกเปลี่ยนประสบการณ์การพัฒนา โดยมองว่ารูปแบบการพัฒนาของจีนสามารถเป็นแรงบันดาลใจแก่ประเทศกำลังพัฒนาได้
2) การเสริมจุดแข็งเดิมและสร้างจุดเติบโตใหม่ร่วมกัน เช่น ความร่วมมือด้าน EEC, BRI, ห่วงโซ่อุตสาหกรรม,
AI, เศรษฐกิจดิจิทัล และเทคโนโลยีอวกาศ
3) การขยายความร่วมมือระหว่างประเทศ โดยยกระดับบทบาทของจีน–ไทยให้เป็น “ต้นแบบของประเทศในโลกใต้” สนับสนุนอาเซียน ระบบพหุภาคี และสหประชาชาติ เพื่อร่วมกันขับเคลื่อนแนวคิด “ประชาคมร่วมชะตาของมนุษยชาติ”
ด้าน ดร. วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ ได้กล่าวถึงความร่วมมือระหว่าง วช. และ CASS ที่มีความต่อเนื่องยาวนานกว่า 25 ปี ครอบคลุมด้านสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์ ผ่านการแลกเปลี่ยนนักวิจัย การจัดสัมมนาวิชาการ และการเผยแพร่องค์ความรู้ ซึ่งความร่วมมือนี้นำไปสู่การจัดตั้ง “ศูนย์วิจัยจีน CASS–NRCT CCS” และได้มีการลงนามบันทึกความเข้าใจ เมื่อวันที่ 3 กรกฎาคม 2566 ณ กรุงปักกิ่ง และเปิดศูนย์อย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 13 พฤษภาคม 2567 ณ สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ
ภายหลังเสร็จสิ้นพิธีการ นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล และ ศ.เกา เสียง ได้เยี่ยมชมการจัดแสดงหนังสือซึ่งรวบรวมหนังสือ 87 เรื่อง โดนเฉพาะอย่างยิ่ง "สีจิ้นผิง: การปกครองของจีน" ซึ่งเป็นหนังสือที่ดีที่สุดอีกเรื่องที่เกี่ยวข้องกับการเมืองของจีน นอกจากนี้ ยังมีหนังสือที่เกี่ยวข้องกับแนวคิดของสีจิ้นผิงเกี่ยวกับการทูต, ประชาคมโลกแห่งอนาคตร่วมกัน, ข้อริเริ่มหนึ่งแถบหนึ่งเส้นทาง (BRI), มิตรภาพอันยาวนานระหว่างจีนและไทย ฯลฯ ซึ่งหนังสือทั้งหมดได้ส่งมอบเพื่อเป็นแหล่งรวบรวมความรู้ด้านจีนศึกษา ให้แก่ ศูนย์วิจัยจีน สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ และสถาบันสังคมศาสตร์จีน เพื่อเผยแพร่ให้แก่ผู้สนใจต่อไป
สำหรับงาน “ปีทองแห่งมิตรภาพ ไทย–จีน” จัดขึ้นโดย วช. ร่วมกับ CASS ภายใต้การดำเนินงานของศูนย์วิจัยจีน CASS–NRCT CCS ซึ่งเป็นกลไกสำคัญในการผลักดันความร่วมมือทางวิชาการไทย–จีนให้เกิดผลลัพธ์อย่างเป็นรูปธรรม ผ่านการสร้างองค์ความรู้เชิงลึกด้านไทย–จีน รวมถึงศึกษาและการเปิดพื้นที่เชื่อมโยงประชาชนจากทั้งสองประเทศให้มีความเข้าใจซึ่งกันและกันมากยิ่งขึ้น และเป็นเวทีสำคัญในการกำหนดทิศทางอนาคตของมิตรภาพไทย–จีน มุ่งเสริมสร้าง “ประชาคมไทย–จีน แห่งอนาคตร่วม” ที่ขับเคลื่อนด้วยวิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม นำไปสู่การพัฒนาประเทศอย่างมั่นคงและยั่งยืนต่อไป


