นับเป็นเวลาเกือบ 20 ปี ที่สหภาพดาราศาสตร์ระหว่างประเทศ (IAU) มีมติให้ถอด “ดาวพลูโต” ออกจากการเป็นดาวเคราะห์ในระบบสุริยะ มาตั้งแต่วันที่ 24 สิงหาคม 2006 ทำให้เดือนสิงหาคมเป็นอีกหนึ่งเดือนที่มีความสำคัญในด้านดาราศาสตร์ เนื่องจากเป็นเดือนที่ดาวดวงนี้ได้ถูกลดสถานะให้เป็นดาวเคราะห์แคระ ซึ่งในอดีตก่อนหน้านี้เคยได้รับสถานะเป็นดาวเคราะห์ลำดับที่ 9 ของระบบสุริยะของเรามาถึง 76 ปี นับตั้งแต่มีการค้นพบ
ปัจจุบัน “ดาวพลูโต” มีสถานะเป็นดาวเคราะห์แคระ ซึ่งเป็นผลมาจากทางสหพันธ์ดาราศาสตร์สากล ได้มีการประชุมและกำหนดนิยามของดาวเคราะห์ใหม่คือ
1. ดาวเคราะห์จะต้องโคจรรอบดวงอาทิตย์เป็นหลัก
2. มีมวลมากพอที่จะดึงรูปร่างให้เป็นทรงกลมหรือเกือบกลม
3. วงโคจรต้องไม่ทับกับดาวอื่น
ดาวเคราะห์ตามนิยามจึงจะต้องเป็นดาวที่โคจรรอบดาวฤกษ์ มีมวลมากพอที่จะมีแรงโน้มถ่วงรักษาตัวเองให้อยู่ในสภาวะสมดุลอุทกสถิต (Hydrostatic equilibrium ) หรือการมีรูปร่างใกล้เคียงกับทรงกลมนั่นเอง นอกจากนี้ยังต้องมีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางอย่างน้อยประมาณ 805 กิโลเมตร ทั้งต้องมีวงโคจรชัดเจนและสอดคล้องกับดาวเคราะห์ข้างเคียงด้วย
และด้วยคำนิยามที่ถูกกำหนดขึ้นในข้อสุดท้าย! ทำให้ดาวพลูโตซึ่งมีวงโคจรเป็นวงรีและมีการทับซ้อนกันกับดาวเนปจูน ไม่สามารถนับเป็นดาวเคราะห์ได้ และถูกลดสถานะให้เป็นเพียงดาวเคราะห์แคระในระบบสุริยะ
การโคจรรอบดวงอาทิตย์ของดาวเคราะห์ทั้ง 8 ในระบบสุริยะนั้น จะมีวงโคจรที่อยู่ในระนาบเดียวกัน เรียกว่าระนาบ Ecliptic แต่พลูโตกลับมีองศาการโคจรที่เอียงจากระนาบนี้ถึง 17 องศา การสังเกตจะมองเห็นดาวพลูโตหมุนระเกะระกะ ท่ามกลางดาวเคราะห์อื่นที่โคจรอย่างเป็นระเบียบ
ประวัติของ "ดาวพลูโต" : ดาวเคราะห์แคระดวงนี้ถูกค้นพบเมื่อวันที่ 18 กุมภาพันธ์ 1930 โดย ไคลด์ ทอมบอกจ์ (Clyde Tombaugh) แห่งหอดูดาวโลเวล รัฐอริโซนา (Lowell Observatory in Flagstaff, Arizona) และวงการดาราศาสตร์ได้ตั้งชื่อให้กับสมาชิกใหม่ของระบบสุริยะด้วยชื่อดังกล่าว ซึ่งมีความหมายว่า “เทพแห่งความตาย”
อดีตดาวเคราะห์ลำดับที่ 9 ของระบบสุริยะดวงนี้มีเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 2,377 กิโลเมตร หรือประมาณ 1 ใน 5 ของโลก มีระยะห่างจากดวงอาทิตย์ประมาณ 5,900 ล้านกิโลเมตร มีวงโคจรรอบดวงอาทิตย์เป็นวงรีซึ่งแตกต่างจากดาวเคราะห์ดวงอื่นๆ และต้องใช้เวลา 248 ปี จึงจะโคจรครบ 1 รอบ และดาวพลูโตหมุนรอบตัวเองค่อนข้างช้า โดยใช้เวลาประมาณ 6.4 วันโลกในการหมุนครบ 1 รอบ และมีการหมุนแบบย้อนหลัง (retrograde rotation) เหมือนดาวศุกร์และดาวยูเรนัส
แม้จะเป็นดาวเคราะห์แคระ แต่ดาวดวงนี้ก็มีดาวบริวารที่ค้นพบแล้วถึง 5 ดวง ได้แก่ แครอน (Charon), สติกซ์ (Styx), นิกซ์ (Nix), เคอร์เบอรอส (Kerberos) และไฮดรา (Hydra)
“ยานอวกาศนิวฮอไรซันส์” (New Horizons) ของ องค์การนาซา เป็นยานลำแรกที่เดินทางไปสำรวจพลูโตอย่างใกล้ชิดในปี ค.ศ. 2015 ซึ่งได้ถ่ายภาพที่เผยให้เห็นพื้นผิวที่มีลักษณะหลากหลาย เช่น บริเวณที่ราบเรียบขนาดใหญ่ที่เรียกว่า "Tombaugh Regio" หรือ "หัวใจของพลูโต" เอกลักษณ์เด่นของดาวดวงนี้ และภาพถ่ายยังได้เผยลักษณะภูมิประเทศที่ส่วนใหญ่เป็นภูเขาและหลุมอุกกาบาต
ข้อมูล – ภาพอ้างอิง : nasa.gov (NASA’s New Horizons to Continue Exploring Outer Solar System)