สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ NARIT เผย "ดาวหางแอตลัส" หรือ ดาวหาง C/2024 S1 (ATLAS) หนึ่งในดาวหางที่น่าติดตามนอกเหนือจาก ดาวหางจื่อจินซาน - แอตลัส ที่ได้เผยให้เห็นความงดงามก่อนหน้านี้ ได้กลายสภาพเป็นไอทั้งหมด ในช่วงที่กำลังเข้าใกล้ดวงอาทิตย์ที่สุดบนวงโคจร เมื่อวันที่ 28 ตุลาคม 2024 ที่ผ่านมา ซึ่งก่อนหน้านี้ นักดาราศาสตร์คาดการณ์ว่า หากดาวหางดวงนี้รอดจากการเข้าใกล้ดวงอาทิตย์ได้ อาจสว่างจนสามารถเห็นด้วยตาเปล่าบนท้องฟ้ายามกลางวันเหมือนกับดาวหาง Ikeya-Seki เมื่อปี พ.ศ. 2508
ยานโซโห (SOHO: Solar and Heliospheric Observatory) ยานสังเกตการณ์ดวงอาทิตย์ของนาซาและองค์การอวกาศยุโรป ได้เผยภาพช่วงสุดท้ายของดาวหางแอตลัสที่โคจรเฉียดใกล้ดวงอาทิตย์แล้วสลายตัวไป ข้อมูลดังกล่าวบันทึกผ่านอุปกรณ์โคโรนากราฟ (Coronagraph) อุปกรณ์ที่ใช้ถ่ายภาพ-สังเกตการณ์บรรยากาศชั้นนอกของดวงอาทิตย์ โดยมี “หน้ากากบังดวงอาทิตย์” บังไม่ให้แสงอาทิตย์กลบบรรยากาศโดยรอบ
ดาวหางแอตลัส ได้รับการค้นพบเมื่อวันที่ 27 กันยายน 2024 ที่ผ่านมา ผ่านเครือข่ายกล้องโทรทรรศน์ ATLAS (Asteroid Terrestrial-impact Last Alert System) ณ หมู่เกาะฮาวาย จากนั้นโคจรเข้าใกล้โลกที่สุดเมื่อวันที่ 23 ตุลาคม โดยมีค่าแมกนิจูดปรากฏที่ 8.7 ซึ่งริบหรี่เกินกว่าที่ดวงตามนุษย์จะมองเห็น (ริบหรี่กว่าดาวเนปจูนที่มีค่า 7.7 - 8 ) คนบนโลกจึงสังเกตการณ์ดาวหางดวงนี้ด้วยกล้องโทรทรรศน์เท่านั้น ก่อนดาวหางจะโคจรเฉียดใกล้ดวงอาทิตย์ในวันที่ 28 ตุลาคม และสลายตัวไป
ดาวหางดวงนี้เป็นสมาชิกของ "กลุ่มดาวหางเฉียดดวงอาทิตย์คร็อยซ์" (Kreutz sungrazers) ซึ่งเเป็นกลุ่มของดาวหางที่มีวงโคจรเฉียดเข้าใกล้ดวงอาทิตย์มากกว่ากลุ่มอื่น โดยจะเฉียดใกล้ในระดับเพียงไม่กี่ล้านกิโลเมตรเท่านั้น นั่นหมายความว่ามีโอกาสสูงมากที่จะสลายตัวไป แต่ถ้าหากรอดจากการสลายตัวมาได้ก็อาจจะปรากฏสว่างมากบนท้องฟ้า
ดาวหางในกลุ่ม Kreutz sungrazers ยังเป็นกลุ่มดาวหางที่มีวงโคจรใกล้เคียงกัน เข้าใกล้ดวงอาทิตย์ทุก ๆ 500 - 800 ปี (แตกต่างกันตามดาวหางแต่ละดวง) นักดาราศาสตร์คาดว่ากลุ่มนี้เป็นกลุ่มชิ้นส่วนจากดาวหางดวงหนึ่งที่แตกตัวออกในอดีต ทางองค์การอวกาศยุโรป (ESA) ระบุว่าการสังเกตการณ์สมาชิกของกลุ่มดาวหาง Kreutz sungrazers ดวงแรกสุดอาจย้อนไปไกลถึง ปีที่ 317 ก่อนคริสตกาล
ดาวหางแอตลัสมีลักษณะเป็น "ก้อนน้ำแข็งสกปรก" เหมือนดาวหางดวงอื่นทั่ว ๆ ไป เป็นวัตถุเยือกแข็งประกอบด้วยแก๊ส หิน และฝุ่นที่หลงเหลือจากการก่อตัวของระบบสุริยะ เมื่อ 4,600 ล้านปีก่อน และดาวหางแต่ละดวงใช้เวลาโคจรรอบดวงอาทิตย์ครบรอบแตกต่างกัน ตั้งแต่ไม่กี่ปี ไปจนถึงหลายหมื่นปี และระดับเข้าใกล้ดวงอาทิตย์เพียงครั้งเดียวแล้วมุ่งหน้าออกนอกระบบสุริยะไปเลย
แม้ว่าดาวหางแอตลัสจะสลายตัวไปแล้ว แต่ช่วงเดือนตุลาคมที่ผ่านมา หลายคนได้มีโอกาสชม "ดาวหางจื่อจินซาน-แอตลัส" หรือ C/2023 A3 (Tsuchinshan-ATLAS) ที่สว่างจนสามารถชมด้วยตาเปล่าในช่วงหัวค่ำ และยังสามารถถ่ายภาพเก็บไว้ด้วยมือถือได้อีกด้วย และในอนาคตนั้นแน่นอนว่า จะมีดาวหางดวงใหม่ๆ ปรากฏมาให้เราชมความสวยงามกันอีกแน่นอน


