xs
xsm
sm
md
lg

สกสว. เปิดเวทีถกแนวทางการสนับสนุนงานวิจัยด้านเทคโนโลยีอวกาศ ตั้งเป้าลดพึ่งพิงการนำเข้า มุ่งสร้างศักยภาพและพัฒนาเทคโนโลยีได้เองภายในปี 2570

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สกสว.) จัดเสวนาในหัวข้อ “Thai Government Support Priorities for RDI in Space Science to Foster the Space Industry in 2023-2027” ซึ่งจัดขึ้นภายในงานสัปดาห์อวกาศแห่งชาติ ประจำปี 2566 (Thailand Space Week 2023) 

โดยมี ดร.ณิรวัฒน์ ธรรมจักร์ ผู้อำนวยการกลุ่มภารกิจพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี สกสว. นางกานดาศรี
ลิมปาคม รองผู้อำนวยการ ภารกิจด้านภูมิสารสนเทศ สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน) หรือ GISTDA ผศ. ดร.วิภู รุโจปการ รองผู้อำนวยการ สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน) ศ. ดร.เดวิด รูฟโฟโล ภาควิชาฟิสิกส์ คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ดร.พงศธร สายสุจริต ภาควิชาวิศวกรรมเครื่องกลและการบิน-อวกาศ คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ ร่วมแลกเปลี่ยนในประเด็นดังกล่าว ณ ห้องประชุม ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์

ดร.ณิรวัฒน์ ธรรมจักร์ กล่าวว่า กองทุนส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (กองทุน ววน.) ที่บริหารจัดการโดย สกสว. มีการสนับสนุนทุนวิจัยทางด้านเทคโนโลยีอวกาศมาตั้งแต่ปี 2563 เพื่อมุ่งให้เกิดการทำงานร่วมกันในทุกภาคส่วนและลดความซ้ำซ้อนในการให้ทุนวิจัย ซึ่งการหารือในครั้งนี้ มุ่งเน้นประเด็นการสนับสนุนงบประมาณจากภาครัฐเพื่อการพัฒนาวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมด้านเทคโนโลยีอวกาศ ที่จะเป็นโอกาสทางเศรษฐกิจในอนาคตของประเทศ

โดยการจัดสรรงบประมาณที่มีทั้งรูปแบบการสนับสนุนหน่วยงานที่มีภารกิจพื้นฐานด้านเทคโนโลยีอวกาศ ทั้งการพัฒนาทักษะกำลังคนและโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญ เพื่อตอบพันธกิจของหน่วยงาน และรูปแบบการจัดสรรงบประมาณเชิงกลยุทธ์ที่เน้นการสนับสนุนในแผนงานที่มุ่งเน้นความเป็นเลิศด้านเทคโนโลยีที่มีศักยภาพในการต่อยอดไปสู่อุตสาหกรรมและบริการในอนาคต ซึ่ง สกสว. ได้จัดสรรทุนวิจัยให้กับหน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการพัฒนากำลังคน และทุนด้านการพัฒนาสถาบันอุดมศึกษา การวิจัยและการสร้างนวัตกรรม (บพค.) สำหรับโครงการภาคีความร่วมมืออวกาศไทย (Thai Space Consortium: TSC) ซึ่งเป็นความร่วมมือจากหลายหน่วยงานที่พยายามสร้างต้นแบบชิ้นส่วนดาวเทียมขึ้นมาเองในประเทศ โดยตั้งเป้าหมายภายในปี 2570 จะสามารถผลิต 20 ต้นแบบชิ้นส่วนย่อยของระบบดาวเทียมได้ สามารถใช้ระบบข้อมูลภูมิสารสนเทศจากดาวเทียมแก้ปัญหาด้านการเกษตร สิ่งแวดล้อมได้จำนวนไม่น้อยกว่า 1 แสนไร่ พร้อมทั้งพัฒนาและสร้างความเข้มแข็งให้กำลังคนในประเทศ พัฒนาระบบโครงสร้างพื้นฐาน และทรัพยากรสำคัญต่าง ๆ ให้ประเทศไทยมีความพร้อมด้านงานวิจัยทางเทคโนโลยีอวกาศเพิ่มมากขึ้น

“ในอนาคตการใช้เทคโนโลยีอวกาศและดาวเทียมจะมีความจำเป็นมากขึ้น ทั้งในด้านการสื่อสารในยุคหลัง 5G การใช้ประโยชน์ด้านการเกษตร สิ่งแวดล้อม การพัฒนาที่ดิน ป่าไม้และทรัพยากรต่างๆ รวมถึงการป้องกันภัยคุกคามทางอวกาศที่อาจเกิดขึ้นได้ อาทิ อุกกาบาต ดาวนอกโลก พายุสุริยะ ขยะอวกาศ ที่อาจเป็นภัยต่อการอยู่อาศัยบนโลก เราจึงจำเป็นต้องมีการพัฒนางานวิจัยในด้านเทคโนโลยีอวกาศอย่างไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้ โดยในระยะแรกของแผนด้าน ววน. ได้มุ่งสนับสนุนการสร้างความเข้มแข็งของกำลังคน ความเข้มแข็งของโครงสร้างพื้นฐาน และความเข้มแข็งของเทคโนโลยี ที่จะสามารถทำให้อุตสาหกรรมเกิดขึ้น รวมถึงนักลงทุนต่าง ๆ ให้ความสนใจสร้าง Space Economy ให้เกิดขึ้นได้อย่างแท้จริง โดยยอมรับว่าในปัจจุบันเรายังเป็นผู้ซื้อเทคโนโลยี แต่เป้าหมายในอนาคตอันใกล้นี้เราจะสามารถสร้างเทคโนโลยีได้เอง” ดร.ณิรวัฒน์ กล่าวทิ้งท้าย

ในการเสวนาได้มีการแลกเปลี่ยนในประเด็นต่าง ๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกรณีที่รัฐบาลได้มีการลงทุนให้กับโครงการ THEOS 2 ที่นักวิจัยในประเทศไทยและภาคเอกชนสามารถนำข้อมูลจากดาวเทียมไปใช้ประโยชน์ได้ ตลอดจนการสนับสนุนโครงสร้างพื้นฐานสำหรับการพัฒนาดาวเทียม โดยมีสถานที่ประกอบและทดสอบ รวมถึงนักวิจัยและนักพัฒนาในไทยที่มีความสนใจพัฒนาต้นแบบชิ้นส่วนดาวเทียมและ software การใช้ประโยชน์ ดังนั้นภาครัฐควรให้การสนับสนุนทุนวิจัยด้านเทคโนโลยีอวกาศอย่างต่อเนื่องเพื่อสร้างรากฐานให้กับระบบนิเวศเศรษฐกิจอวกาศ เพราะโครงการด้านเทคโนโลยีอวกาศไม่สามารถแล้วเสร็จในระยะเวลาอันสั้น หากทุนวิจัยมีความต่อเนื่อง เชื่อแน่ว่าเทคโนโลยีอวกาศของไทยจะสามารถก้าวหน้าในอนาคตอันใกล้ได้อย่างแน่นอน

ทั้งนี้ การเสวนาดังกล่าว จัดขึ้นเพื่อสื่อสารและแลกเปลี่ยนมุมมองร่วมกับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียซึ่งเป็นหน่วยงานในระบบวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (ระบบ ววน.) ด้านการพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี และนักวิจัยที่ทำงานต่อเนื่องในด้านการพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศ รวมถึงให้ภาคนโยบายได้รับทราบถึงความสำคัญของการพัฒนาวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี การวิจัยและนวัตกรรม ที่เป็นส่วนสำคัญในการสร้างความเข้มแข็งของการพัฒนาเทคโนโลยีด้านระบบโลกและอวกาศ ต่อยอดไปสู่อุตสาหกรรมและบริการแห่งอนาคต ที่อยู่ภายใต้แผนด้าน ววน. ของประเทศ พ.ศ.2566-2570

“สกสว. เป็นหน่วยงานกลางในการบริหารจัดการกองทุนส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (กองทุน ววน.) มีหน้าที่ในการส่งเสริม สนับสนุน และขับเคลื่อนระบบวิจัยและนวัตกรรมของประเทศในทุกด้าน เพื่อให้เกิดการพัฒนาประเทศอย่างสมดุลและยั่งยืน”
















กำลังโหลดความคิดเห็น