xs
xsm
sm
md
lg

“ศุภมาส” นำผู้บริหารกระทรวง อว.หารือพันธมิตรระดับโลก JST ญี่ปุ่นและ A*Star สิงคโปร์ เสริมแกร่งด้านวิจัยและพัฒนากำลังคน

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



“ศุภมาส” นำผู้บริหารกระทรวง อว.หารือพันธมิตรระดับโลก JST ญี่ปุ่นและ A*Star สิงคโปร์ เสริมแกร่งด้านวิจัยและพัฒนากำลังคนพร้อมร่วมมือด้านพลังงานสีเขียว เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) Big Data การรับมือกับโรคอุบัติใหม่/อุบัติซ้ำ ก่อนร่วมประชุม STS Forum 2023 ผู้นำด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

เมื่อวันที่ 30 ก.ย. น.ส.ศุภมาส อิศรภักดี รมว.กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) นำคณะผู้บริหารและนักวิจัยของกระทรวง อว. เข้าหารือกับผู้บริหารของ Japan Science and Technology Agency (JST) ประเทศญี่ปุ่นและ Agency for Science, Technology and Research (A*STAR) ประเทศสิงคโปร์ เพื่อกระชับความสัมพันธ์และขยายเครือข่ายความร่วมมือด้านการวิจัยพัฒนาและการพัฒนากำลังคน ซึ่งจะเสริมความเข้มแข็งซึ่งกันและกัน ก่อน รมว.อว.จะเข้าร่วมการประชุมผู้นำด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีระดับโลก (Science and Technology in Society: STS forum) ในวันที่ 1 ต.ค. ณ เมืองเกียวโต ประเทศญี่ปุ่น

น.ส.ศุภมาส เปิดเผยหลังการหารือว่า ทีม อว.ได้ร่วมประชุมทวิภาคีกับ Japan Science and Technology Agency (JST) ซึ่งเป็นหน่วยงานของญี่ปุ่นที่มีบทบาทในการให้ทุนหน่วยงานวิจัยด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเพื่อหารือถึงโอกาสและความร่วมมือที่จะเกิดขึ้นในอนาคตอันใกล้ โดยการประชุมทวิภาคีในครั้งนี้ ได้รับเกียรติจาก Dr. Kazuhiro Hashimoto ประธาน JST เข้าร่วมหารือแลกเปลี่ยนหัวข้อความสนใจและผลักดันความร่วมมืออย่างต่อเนื่องระหว่างไทยและญี่ปุ่น ในประเด็นที่เกี่ยวเนื่องต่อการพัฒนาประเทศ เช่น พลังงานสีเขียว (green energy) การเตรียมพร้อมรับมือกับโรคอุบัติใหม่/อุบัติซ้ำ (pandemic) รวมทั้งเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) และการจัดการข้อมูล (Big Data) นอกจากนี้ ในโอกาสฉลองความร่วมมืออาเซียน-ญี่ปุ่น ครบ 50 ปี ช่วงเดือนเมษายน 2567 และญี่ปุ่นจะการประชุมกลุ่มย่อยความร่วมมืออาเซียน-ญี่ปุ่น ก่อนการประชุมองค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (OECD) ที่ประเทศฝรั่งเศส จึงขอเชิญประเทศไทยเข้าร่วมการประชุมดังกล่าวด้วย

ต่อมา น.ส.ศุภมาส พร้อมคณะได้ประชุมทวิภาคีร่วมกับ Agency for Science, Technology and Research (A*STAR) ประเทศสิงคโปร์ ซึ่งเป็นหน่วยงานวิจัยที่ใหญ่ที่สุดและดูแลทุนวิจัยของประเทศสิงคโปร์ โดย Mr. Federick Chew, CEO เกี่ยวกับความร่วมการวิจัยและการพัฒนากำลังคนระหว่างไทยและสิงคโปร์ โดยเฉพาะเทคโนโลยีใหม่ ๆ เช่น เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) ที่สิงคโปร์มีความก้าวหน้ามากในหลากหลายด้าน เรื่องหนึ่งที่ที่ประชุมเห็นว่าจะสามารถร่วมมือกันได้ทันที คือ การนำ AI มาใช้ประโยชน์กับการคมนาคมของประเทศ โดยเฉพาะการขนส่งทางบกที่ผลงานวิจัยชี้ว่าจะลดปัญหาการจราจรลงได้ถึง 50% นอกจากนั้น สิงคโปร์ได้แสดงความสนใจที่จะร่วมมือในด้านพลังงานและสิ่งแวดล้อมให้ถึงเป้าหมาย Net Zero Emission ในปี 2050 เช่นเดียวกับไทย

"การเชื่อมความสัมพันธ์และความร่วมมือระหว่างไทยกับหน่วยงานชั้นนำของโลกอย่าง JST และ A*Star จะเสริมความเข้มแข็งทั้งในมิติของการพัฒนาคน การวิจัยและพัฒนา ทั้งในประเด็นปัญหาของโลก เช่น พลังงานและสิ่งแวดล้อม รวมถึงเทคโนโลยีใหม่ๆ ที่ทั่วโลกให้ความสนใจ เช่น AI , Big Data และเทคโนโลยีการผลิตสารมูลค่าสูงจากผลผลิตทางการเกษตร เป็นต้น" น.ส.ศุภมาสชี้










กำลังโหลดความคิดเห็น