xs
xsm
sm
md
lg

แปดศตวรรษของพิพิธภัณฑ์ Louvre กับ การปฏิสังขรณ์โดย I.M. Pei

เผยแพร่:   โดย: สุทัศน์ ยกส้าน

พิพิธภัณฑ์ Louvre (AFP)
ใครๆ ก็รู้ว่า Le Grand Louvre เป็นพิพิธภัณฑ์ที่มีชื่อเสียงมากที่สุดแห่งหนึ่งของโลก เพราะทุกปีจะมีนักทัศนาจรหลายล้านคนเดินทางไปเยี่ยมชมศิลปวัตถุและโบราณวัตถุที่มีคุณค่าระดับสุดยอด เช่น Mona Lisa, Venus de Milo, Raft of the Medusa, Hammurabi’s Code และ Lamassu เป็นต้น

พิพิธภัณฑ์ Louvre ถือกำเนิดจากการเคยเป็นป้อมปราการที่สมเด็จพระเจ้า Philippe August ทรงโปรดให้สร้างขึ้นเมื่อปี 1190 เพื่อป้องกันกรุง Paris ให้ปลอดภัยจากการถูกข้าศึกโจมตี จึงทรงโปรดให้ขุดคูเมืองล้อมรอบป้อมปราการ และปรับแต่งส่วนล่างของป้อมเป็นคุกสำหรับขังนักโทษ

เมื่อ Paris เจริญเติบโต มีจำนวนประชากรมากขึ้น ป้อมปราการที่มีขนาดเล็กจึงไม่สามารถโอบล้อมป้องกันเมืองได้อีกต่อไป สมเด็จพระเจ้า Francois ที่ 1 ของฝรั่งเศสจึงทรงแปรสภาพป้อมเป็นพระราชวังที่ประทับชั่วคราวในปี 1546 และเมื่อพระองค์ทรงได้รับอิสรภาพจากการถูกจองจำในคุกสเปน และได้เสด็จกลับ Paris เพื่อขึ้นครองราชย์ พระองค์ทรงประสงค์จะให้ Louvre เป็นพระตำหนักที่ประทับอย่างถาวร จึงโปรดให้สถาปนิก Pierre Lescot ออกแบบ สร้าง และดัดแปลง Louvre ใหม่ ทั้งภายในและภายนอก โดยปรับแต่งส่วนหน้าของอาคาร พร้อมติดตั้งอนุเสาวรีย์ของพระเจ้าหลุยส์ที่ 14 ที่สร้างโดย Gianlorenzo Bernini ซึ่งเป็นสถาปนิกชื่อดังของอิตาลี

กษัตริย์องค์ต่อๆ มาของฝรั่งเศสก็ยังทรงโปรดให้ Louvre เป็นพระราชวังที่ประทับต่อไป จนถึงปี 1678 ซึ่งเป็นยุคของสมเด็จพระเจ้า Louis ที่ 16 พระองค์ได้ทรงย้ายพระราชวังไปที่เมือง Versailles ซึ่งอยู่ห่างจากกรุง Paris ประมาณ 20 กิโลเมตร

จากนั้น Louvre ก็ได้เปลี่ยนสภาพเป็นศูนย์การแสดงนิทรรศการศิลปะ และปรับพื้นที่บางส่วนเป็นสถานที่ทำงานของบรรดาศิลปินในสังกัด Royal Academy of Painting and Sculpture รวมถึงเป็นสถานที่จัดแสดงผลงานของสมาชิกเป็นครั้งแรกที่จัตุรัส Carre โดยเรียกงานแสดงว่า Salon ซึ่งได้กลายเป็นเหตุการณ์สำคัญประจำปีของวงการศิลปะฝรั่งเศส เพื่อให้ศิลปินฝรั่งเศสที่มีชื่อเสียงมาก เช่น Jean-Baptiste Simeon Chardin, Theodore Gericault และ Sean-Honore Fragonard ฯลฯ นำผลงานมาเสนอ

เมื่อจำนวนผลงานศิลปะมีมากขึ้นๆ ทาง Academy จึงคิดจะรวบรวมศิลปะวัตถุที่มีค่าควรเมืองเหล่านี้มาเก็บเป็นมรดกของชาติ ความแออัดของผลงานที่นำมาแสดงทำให้เหล่าศิลปินที่เคยทำงานใน Academy ต้องย้ายที่ทำงานออกไป Louvre จึงกลายเป็นพิพิธภัณฑ์อย่างเต็มรูปแบบ

ในปี 1789 เมื่อเกิดการปฏิวัติครั้งใหญ่ในฝรั่งเศส และสมเด็จพระเจ้า Louis ที่ 16 ทรงถูกสำเร็จโทษในปี 1793 หลังจากนั้นไม่นานรัฐสภาฝรั่งเศสได้ลงมติให้ Louvre มีสถานภาพเป็นพิพิธภัณฑ์แห่งชาติ เป็นสถานที่เก็บผลงานศิลปะของรัฐและของกษัตริย์ เพื่อนำออกแสดงให้ประชาชนได้ชื่นชม

ในปี 1981 เมื่อ Francois Mitterand เริ่มทำงานในตำแหน่งประธานาธิบดีได้ไม่นาน Mitterrand ได้เสนอโครงการปฏิสังขรณ์ศิลปสถานที่สำคัญๆ ของประเทศฝรั่งเศสหลายแห่ง อันได้แก่ โรงละคร Opera อาคารที่ทำงานของกระทรวงการคลัง ห้องสมุดแห่งชาติ และที่สำคัญที่สุด คือ การบูรณะปฏิสังขรณ์พิพิธภัณฑ์ Louvre อย่างมโหฬาร เช่น ให้มีประตูทางเข้าใหม่ เพราะทางเข้าเดิมค่อนข้างคับแคบ ทำให้คนที่จะเข้าเยี่ยมชมพิพิธภัณฑ์ต้องคอยคิวเป็นเวลานาน และขยายบริเวณนิทรรศการให้กว้างขวางขึ้น ปรับปรุงบริเวณด้านหน้าของพิพิธภัณฑ์ และปรับแต่งบริเวณรอบพิพิธภัณฑ์ให้กลมกลืนกับสภาพแวดล้อม และเพื่อให้โครงการที่สำคัญนี้ลุล่วงไปอย่างมีประสิทธิภาพ รวมถึงเป็นพิพิธภัณฑ์คุณภาพ Mitterrand ได้มีบัญชาให้จัดตั้งองค์การ Establissement Public du Grand Louvre (EPGL) ขึ้นโดยมี Emile Biasini ผู้มีประสบการณ์ระดับสุดยอดด้านสถาปัตยกรรมเป็นประธาน และ Biasini ได้เสนอ I.M.Pei เป็นผู้อำนวยการของงานบูรณปฏิสังขรณ์ Louvre เพราะมีความศรัทธาและชื่นชมผลงานของ Pei ในการออกแบบสร้างอาคาร John Hancock ที่ Boston, National Gallery of Art ที่ Washington ห้องสมุด John F. Kennedy ที่ Boston พิพิธภัณฑ์ Everson Museum of Arts ที่ Syracuse รวมถึงโรงแรม Fragrant Hill ที่ปักกิ่งด้วย

I.M.Pei เกิดที่เซี่ยงไฮ้เมื่อปี 1917 บิดาเป็นนายธนาคาร ครอบครัวได้อพยพไปอเมริกาเมื่อ Pei มีอายุ 18 ปี เพื่อเข้าเรียนสถาปัตยกรรมศาสตร์ที่มหาวิทยาลัย MIT และที่มหาวิทยาลัย Harvard ในคณะ Graduate School of Design เมื่อสำเร็จการศึกษาได้เริ่มทำงานในองค์การของรัฐก่อน แล้วลาออกไปทำธุรกิจส่วนตัวเมื่ออายุได้ 38 ปี

Pei จึงเป็นคนที่มีวัฒนธรรมทางความคิดพื้นฐานแบบจีน แต่มีมุมมองด้านโลกทัศน์แบบอเมริกา

ก่อนนำเสนอชื่อ Pei ในฤดูใบใม้ร่วงของปี 1982 Biasini เคยคิดว่า Pei อาจจะปฏิเสธ การทาบทาม เพราะเมื่อ 10 ปีก่อน Pei เคยเสนอโครงการสร้างอาคารให้กระทรวงกลาโหมของฝรั่งเศส แต่ถูกปฏิเสธ และสิ่งที่ทำให้ Pei ผิดหวังมากที่สุดคือ กระทรวงกลาโหมมิได้แจ้งข่าวปฏิเสธให้ Pei ทราบ เมื่อ Biasini ได้พบ Pei ที่ปารีส Pei ได้กล่าวขอบคุณที่ตนได้รับเชิญ และกล่าวเสริมว่า ขณะนั้นตนมีอายุ 65 ปีแล้ว ซึ่งนับว่ามากจนไม่คิดจะแข่งขันกับสถาปนิกคนอื่นๆ ในการเสนอโครงการปฏิสังขรณ์ Louvre แต่ก็ได้บอกว่าในการแข่งขันทุกชนิด โครงการที่ชนะก็ใช่ว่าจะเป็นโครงการที่ดีเสมอไป ดังนั้นการตัดสินใจของ Biasini จึงควรพิจารณาจากผลงานที่ Pei ได้ทำไปแล้ว และจากรางวัลที่ Pei เคยได้รับด้วย
เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยปฏิบัติหน้าที่ท่ามกลางนักท่องเที่ยวที่ไปเยือนพิพิธภัณฑ์ Louvre (AFP Photo/Christophe ARCHAMBAULT)

Biasini จึงขอให้ Pei นำเสนอโครงการ แต่เพียงผู้เดียว โดยไม่ต้องแข่งขันกับคนอื่น เมื่อ Mitterrand อนุมัติ งานปฏิสังขรณ์ Louvre ก็เริ่มทันที

Pei ตระหนักดีว่า งานบูรณะ Louvre เป็นงานที่ละเอียดอ่อน และยากมาก เพราะ Louvre เป็นสถานที่เต็มไปด้วยประวัติศาสตร์ของฝรั่งเศส จากในอดีตที่เคยเป็นพระราชวังของกษัตริย์หลายพระองค์ และเป็นพิพิธภัณฑ์สะสมผลงานศิลปะล้ำค่าของโลก ปัจจุบันเป็นสถานที่ตั้งของสถาบัน Franch Academy อันเป็นศูนย์รวมของปราชญ์ฝรั่งเศส อีกทั้งเป็นโรงกษาปณ์ โรงพิมพ์ และเป็นสถานที่เก็บเอกสารสำคัญของชาติ Louvre จึงมีฐานะเสมือนเป็นหัวใจของปารีส และปารีสก็เป็นหัวใจของฝรั่งเศส ดังนั้น Louvre จึงเป็นอะไรบางอย่างที่มากกว่าพิพิธภัณฑ์

เพราะเหตุว่าการต่อเติมหรือการดัดแปลงใดๆ หรือการกำจัดชิ้นส่วนใดของ Louvre เป็นเรื่องที่ต้องระมัดระวังมาก เพราะถ้าไม่เหมาะสมผลที่ได้อาจกระทบกระเทือนความรู้สึกของชาวฝรั่งเศสทุกคน ดังในปี 1682 ที่ Gianlorenzo Bernini ปฏิมากรชาวอิตาลีผู้โด่งดังจากการมีส่วนในการออกแบบสร้างมหาวิหาร St.Peter’s ในกรุงโรม ได้รับเชิญจากพระเจ้า Louis ที่ 14 ให้มาบูรณะ Louvre การเป็นคนต่างชาติและต่างวัฒนธรรมทำให้ Bernini ถูกบรรดาเจ้าหน้าที่ Louvre กลั่นแกล้ง อิจฉาริษยา และถูกนินทาว่าร้ายบ่อย เช่น ถูกกล่าวหาว่าขโมยสิ่งของต่างๆ ในพระราชวัง อีกทั้งยังถูกใส่ร้ายว่า ได้เคยกล่าวตำหนิห้องบรรทมในสมเด็จพระเจ้า Louis ที่ 14 ว่า มีสภาพเหมือนห้องนอนของสตรี เมื่อการใส่ไคล้เหล่านี้ล่วงรู้ถึงพระกรรณในสมเด็จพระเจ้า Louis ที่ 14 และพระองค์ทรงคล้อยตามคำกล่าวหา Bernini จึงถวายบังคมลากลับอิตาลี หลังจากทำงานที่ Louvre ได้เพียง 6 เดือน และได้ชื่อเสียงว่าเป็นสถาปนิกคนสุดท้ายที่ได้บูรณะ Louvre หลังจากนั้นไม่มีใครกล้าแตะต้อง Louvre จนอีก 300 ปีต่อมา โดย I.M.Pei

ก่อนลงมือบูรณะในปี 1983 Pei ได้เดินทางไปเยี่ยมชมและศึกษา Louvre อย่างละเอียด จนพบว่า Louvre อยู่ในสภาพทรุดโทรมมาก เพราะไม่ได้รับการบูรณะอย่างจริงจังตลอดเวลา 800 ปีที่ผ่านมา นอกจากตัวอาคารแล้วงานศิลปะต่างๆ ได้ถูกนำไปวางแสดงอย่างไม่เป็นระบบคือ กระจัดกระจายไร้ความเป็นเอกภาพ ห้องน้ำสำหรับคนที่มาเยี่ยมชมพิพิธภัณฑ์ก็มีจำนวนไม่เพียงพอ ห้องแสดงภาพวาดก็มีระบบแสงที่ด้อยคุณภาพ ศิลปวัตถุที่มีค่าก็ถูกนำออกวางแสดงในตำแหน่งที่ไม่โดดเด่น สภาพของ Louvre ที่คับแคบทำให้จำเป็นต้องมีการเพิ่มห้องอาหาร ห้องกาแฟ และห้องประชุมให้คนที่มาเยี่ยมชมได้พักผ่อน นอกจากนี้พิพิธภัณฑ์ต้องมีห้องทำงานของเจ้าหน้าที่ประจำพิพิธภัณฑ์ด้วย อีกทั้งต้องมีห้องปฏิบัติการวิทยาศาสตร์เพื่ออนุรักษ์ภาพด้วย

ข้อเสนอที่จะปรับปรุงเช่นนี้ทำให้ทุกคนเห็นความจำเป็นว่า Pei ต้องขุดลาน Napoleon Court ที่อยู่ในจัตุรัสหน้า Louvre ลงไปเพื่อเพิ่มพื้นที่ของ Louvre และเมื่อประธานาธิบดี Mitterrand อนุญาต Pei ก็เริ่มเดินหน้า โดยว่าจ้างมีสถาปนิก 130 คน บริษัทก่อสร้าง 250 บริษัท และงบประมาณกว่า 1,000 ล้านดอลล่าร์ ซึ่งได้จากงบประมาณแผ่นดินของฝรั่งเศส และจากการบริจาคขององค์การเอกชน
นักท่องเที่ยวที่ไปเยือนพิพิธภัณฑ์ Louvre (AFP Photo/Bertrand Guay)
ในการสำรวจสัมภาษณ์ผู้เข้าชม Louvre ก่อนปี 1982 ทำให้รู้ว่าในการเยี่ยมชมแต่ละครั้ง ผู้คนมักจะดู Mona Lisa, Venus de Milo และ Victory of Samothrace โดยเฉลี่ยทั้งพิพิธภัณฑ์เป็นเวลานาน 75 นาที สถิตินี้นับว่าน้อยกว่า 3 ชั่วโมงที่ผู้เข้าชมใช้ในการเยือน Metropolitan Museum of Arts ที่ New York และในขณะที่ 90% ของคนที่ไป Louvre เป็นชาวต่างชาติ โดยมีเพียง 10% เท่านั้นที่เป็นคนฝรั่งเศส แต่ที่พิพิธภัณฑ์ Met 70% เป็นชาวต่างชาติ และ 30% เป็นคนอเมริกัน ในภาพรวม Louvre จึงเป็นที่นิยมน้อยกว่า Met

สำหรับการคิดจะสร้างปีระมิดแก้วตรงทางเข้าที่ Napoleon Court นั้น เพราะ Pei คิดว่า Napoleon เป็นกษัตริย์ผู้ทรงโปรดปรานอียิปต์มาก พระองค์ทรงนำคณะนักวิทยาศาสตร์ นักประวัติศาสตร์และนักโบราณคดีไปสำรวจอาณาจักรอียิปต์ในปี 1794 เป็นเวลานานถึง 10 ปี เพื่อจะได้เข้าใจอารยธรรมและวัฒนธรรมอียิปต์ เมื่ออาณาจักรอียิปต์มีปิระมิดเป็นสัญลักษณ์ Pei จึงคิดสร้างปีระมิดเป็นสัญลักษณ์ของ Louvre ด้วย

แต่คณะกรรมการ EPGL กลับไม่เห็นด้วยกับการสร้างปิระมิดแก้วที่หน้า Louvre และได้วิพากษ์วิจารณ์ Pei อย่างรุนแรงว่าจะทำให้ Louvre เป็นสวนสนุก Disneyland จนล่ามที่จ้างมาช่วยแปลภาษาฝรั่งเศสเป็นภาษาจีนให้ Pei ฟังถึงกับน้ำตาไหล เมื่อถูกทัดทาน Biasini จึงต้องหาวิธีให้คณะกรรมการเห็นด้วย โดยนำคณะกรรมการไปที่เมือง Normandy และให้ Pei อธิบายรายละเอียดทุกอย่างและทุกขั้นตอนให้คณะกรรมการฟัง เช่น การขุดลานจะขุดลึกลงไป 15 เมตร ซึ่งจะลึกเท่ากับความสูงของตึก 3 ชั้นโดยให้ 2 ชั้นบนมีพื้นที่ทางเข้า มีห้องขายตั๋ว ห้องเก็บเสื้อคลุม ที่ประชุม ภัตตาคาร ร้านขายของที่ระลึก และมีสถานที่จอดรถ 650 คัน กับรถประจำทาง 80 คัน ฯลฯ

เมื่อคณะกรรมการเห็นว่า โครงการนี้มีนวัตกรรมที่หลากหลาย ซึ่งล้วนกลมกลืนกับ Louvre เดิม ทุกคนก็เห็นด้วย

ในขณะที่มีการบูรณะ Louvre ประธานาธิบดี Mitterrand ได้มาเยี่ยมชมสถานที่ 3 ครั้ง และ Pei ได้รับเชิญไปบรรยายให้ท่านประธานาธิบดีรับทราบความก้าวหน้าทุก 6 เดือน คำสัญญาของ Mitterrand ที่ให้แก่ Pei คือจะไม่อนุญาตให้คนฝรั่งเศสกระหน่ำย่ำยี Pei เหมือนที่เคยทำต่อ Bernini

เมื่อสิ้นยุคของ Mitterrand ประธานาธิบดีคนต่อไปของฝรั่งเศสคือ Jacques Chirac ซึ่งเป็นฝ่ายตรงข้ามกับ Mitterrand แต่ Chirac ก็ยังชอบและสนับสนุน Pei ต่อ

สำหรับแก้วที่ใช้ทำปิระมิดสูง 21 เมตร และปิระมิดขนาดเล็กอีก 3 ปิระมิดนั้น Pei ต้องการแก้วที่บริสุทธิ์ 100% เพราะถ้ามีสารเจือ เช่น ferric oxide แก้วจะมีสีเขียว เขาจึงมอบให้บริษัท St. Gobain ของฝรั่งเศสทำ แต่บริษัทไม่ยินดีจะทำ เพราะเป็นงานเพียงชิ้นเดียว จึงไม่คุ้มค่า Pei จึงดำริจะให้บริษัทเยอรมันทำแทน ซึ่งจะทำให้คนฝรั่งเศสเสียหน้า ที่พิพิธภัณฑ์ฝรั่งเศสต้องให้คนต่างชาติออกแบบและสร้าง รัฐบาลฝรั่งเศสจึงต้องบีบบังคับให้บริษัท St. Gobain สร้างปิระมิดแก้วที่ Pei ออกแบบ เพื่อให้สมศักดิ์ศรีของชาติ
ภาพมุมกว้างของพิพิธภัณฑ์ Louvre (มุมซ้าย)  (AFP Photo/Guillaume Baptiste )
ในวันที่ 4 มีนาคม ค.ศ.1988 อดีตประธานาธิบดี Mitterrand ได้เดินทางมาเป็นประธานในพิธีเปิดพิพิธภัณฑ์ Louvre ยุคใหม่ และได้มอบเหรียญ Legion d’ Honneur อันเป็นเกียรติยศสูงสุดที่ฝรั่งเศสจะให้แก่คนต่างชาติ แก่ Pei

หนังสือพิมพ์ Le Figaro ได้พาดข่าวว่า ปิระมิดแก้วของ Louvre ดูสวยและสง่างามมาก มีรูปทรงเรขาคณิตที่เฉียบคม มีความสว่างใสของแสงอาทิตย์ มีองค์ประกอบเป็นเหล็กกล้า และมีแก้วใสที่เปรียบเสมือนดวงวิญญาณของปารีสในเวลากลางคืน การสำรวจความชื่นชมของชาวฝรั่งเศสที่มีต่อ Louvre ได้เพิ่มจาก 50-50 เมื่อก่อนการบูรณะมาเป็น 97-3 หลังการบูรณะ จำนวนผู้เข้าชมในปีต่อมาก็เพิ่มจาก 2.8 ล้านคนเป็น 6 ล้านทันที

เมื่อวันที่ 16 พฤษภาคม 2019 นี้ I.M.Pei ได้จากโลกไป ในวัย 102 ปี

ในช่วงเวลาที่มีชีวิตอยู่ เขาได้รับรางวัล Pritzker (ซึ่งเปรียบเสมือนรางวัลโนเบลสาขาสถาปัตยกรรม) ประจำปี 1983 และได้แบ่งเงิน 100,000 เหรียญดอลลาร์จากรางวัลเป็นทุนให้สถาปนิกจีนได้เดินทางไปศึกษาต่อในอเมริกา

อ่านเพิ่มเติมจาก Treasure of the Louvre โดย A. Nave จัดพิมพ์โดย Barnes and Noble Publishing ปี 1998

สุทัศน์ ยกส้าน

ประวัติการทำงาน-ราชบัณฑิต สำนักวิทยาศาสตร์ สาขาฟิสิกส์และดาราศาสตร์ และ ศาสตราจารย์ ระดับ 11 ภาควิชาฟิสิกส์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ, นักวิทยาศาสตร์ดีเด่นและนักวิจัยดีเด่นแห่งชาติ สาขากายภาพและคณิตศาสตร์ ประวัติการศึกษา-ปริญญาตรีและโทจากมหาวิทยาลัยลอนดอน, ปริญญาเอกจากมหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย

อ่านบทความ "โลกวิทยาการ" จาก "ศ.ดร.สุทัศน์ ยกส้าน" ได้ทุกวันศุกร์


กำลังโหลดความคิดเห็น...