xs
xsm
sm
md
lg

เผยเทคนิคการถ่ายภาพดาวพฤหัสบดีใกล้โลก ในแบบนักถ่ายภาพดาวเคราะห์มืออาชีพ

เผยแพร่:   โดย: ศุภฤกษ์ คฤหานนท์


ในวันที่ 10 มิถุนายน 2562 นี้ ดาวพฤหัสบดีจะโคจรมาอยู่ในตำแหน่งตรงข้ามดวงอาทิตย์ (Opposition) ตรงกับเวลาประเทศไทย ประมาณ 22.21 น. ทำให้เราสามารถสังเกตเห็นดาวพฤหัสบดีมีขนาดปรากฏใหญ่กว่าปกติเล็กน้อย หากใช้กล้องโทรทรรศน์ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางตั้งแต่ 8 นิ้ว กำลังขยายตั้งแต่ 50 เท่าขึ้นไป จะสามารถสังเกตแถบแมฆ จุดแดงใหญ่ และดวงจันทร์บริวารทั้ง 4 ดวงได้อย่างชัดเจน และยังสามารถสังเกตได้ตลอดทั้งคืนจนถึงรุ่งเช้า

ตำแหน่งตรงข้ามดวงอาทิตย์ (Opposition) คือ

ตำแหน่งตรงข้ามดวงอาทิตย์ หมายถึง ตำแหน่งที่ดวงอาทิตย์ โลก และดาวพฤหัสบดี เรียงอยู่ในเส้นตรงเดียวกัน โดยมีโลกอยู่ตรงกลาง ส่งผลให้ดาวพฤหัสบดีอยู่ในตำแหน่งใกล้โลกที่สุด ห่างประมาณ 640 ล้านกิโลเมตร (4.28 AU) เมื่อดวงอาทิตยลับขอบฟ้าในวันดังกล่าว ดาวพฤหัสบดีจะปรากฏทางทิศตะวันออก ตรงข้ามกับดวงอาทิตย์นั่นเอง

โดยในวันที่ 10 ดาวพฤหัสบดี จะอยู่บริเวณกลุ่มดาวคนแบกงู (Ophiuchus) มีความสว่างปรากฏ -2.6 (ความสว่างปรากฏของวัตถุท้องฟ้าที่มนุษย์สามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า มีค่าประมาณ 6 ส่วนค่าความสว่างปรากฏของดวงจันทร์เต็มดวงประมาณ -12.6)
ภาพจำลองแสดงตำแหน่งของดาวพฤหัสบดี วันที่ 10 มิถุนายน 2562 เวลา 22:21 น.
สิ่งสำคัญสำหรับการถ่ายภาพดาวพฤหัสบดีใกล้โลก

สำหรับผู้ที่ต้องการเริ่มต้นถ่ายภาพดาวเคราะห์นั้น ก่อนอื่นขออนุญาตอธิบายถึงสิ่งสำคัญหลายประการที่นักถ่ายภาพดาราศาสตร์ระดับมืออาชีพ เค้าแนะนำมาเลยขออนุญาตนำมาเล่าให้ฟัง เพื่อเป็นประโยชน์สำหรับผู้เริ่มต้นดังนี้ครับ

1. กล้องโทรทรรศน์ ควรต้องมีขนาดทางยาวโฟกัสสูง

สิ่งสำคัญสำหรับการถ่ายภาพดาวเคราะห์ ก็คือขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางกระจกของกล้องโทรทรรศน์ (Mirror diameter) และความยาวโฟกัส (Focal Length) เพราะยิ่งขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางกระจกของกล้องมากเท่าไหร่ กล้องก็จะสามารถรวมแสงได้มากเท่านั้น และเมื่อกล้องมีความยาวโฟกัสมากขึ้นเท่าไหร่ กล้องก็จะมีกำลังขยายมากขึ้น ทำให้ภาพดาวเคราะห์มีรายละเอียดชัดเจนและมีขนาดใหญ่ตามลำดับ

นอกจากนั้น ในการถ่ายภาพยังจำป็นต้องตรวจสอบการจัดตำแหน่งกระจกออปติคอลให้อยู่ในตำแหน่งที่เหมาะสมของกล้องโทรทรรศน์ หรือที่เรียกกันว่าการ Collimate โดยทำการ Collimate อย่างละเอียดทุกครั้งก่อนการถ่ายภาพ เพื่อให้ได้ภาพที่คมชัดมากที่สุด โดยดาวที่จะใช้ในการ Collimate ควรอยู่สูงจากขอบฟ้าไม่ต่ำกว่า 70 องศา

2. อุปกรณ์สำหรับบันทึกภาพ
สำหรับอุปกรณ์ที่ในการบันทึกภาพดาวเคราะห์ นักถ่ายภาพดาวเคราะห์จะนิยมใช้เว็บแคมสำหรับการถ่ายภาพดาวเคราะห์โดยเฉพาะ ที่มี Frame rate สูงๆ เช่น CCD ZWO ที่มี Frame rate สูงกว่า 120 FPS นอกจากนั้น ขนาด Image Sensor ที่มีขนาดเล็ก (แต่มีความละเอียดสูง) ยังทำให้ได้กำลังขยายที่สูงขึ้นอีกทางหนึ่งด้วย

*** Frame rate (Frame per second, FPS) คือจำนวนการบันทึกภาพของภาพเคลื่อนไหวในกล้องวิดีโอ (จำนวนภาพนิ่ง) โดยมีหน่วยเป็น per second (กี่ภาพต่อวินาที)
 ตัวอย่าง เว็บแคมสำหรับการถ่ายภาพดาวเคราะห์ ยี่ห้อ ZWO รุ่น ASI224MC (color) ที่นิผมใช้ในการถ่ายภาพสำหรับผู้เริ่มต้นจริงจังกับการถ่ายภาพดาวเคราะห์
3. เวลาที่ใช้ในการถ่ายภาพ
สำหรับเวลาในการถ่ายภาพดาวพฤหัสบดีนั้น ไม่ง่ายเหมือนกับการถ่ายภาพดวงจันทร์นะครับ เนื่องจากเป็นวัตถุท้องฟ้าที่มีขนาดปรากฏค่อนข้างเล็ก และดวงพฤหัสบดีมีการหมุนรอบตัวเองค่อนข้างเร็ว โดยการหมุนรอบตัวเองโดยใช้เวลา 9 ชั่วโมง 50 นาที ในการหมุนรอบตัวเอง 1 รอบ

ดังนั้น เวลาในการถ่ายภาพดาวพฤหัสบดี ควรใช้เวลาในการถ่ายภาพไม่เกิน 2 นาที เนื่องจากดาวพฤหัสบดีมีความเร็วในการหมุนรอบตัวเองค่อนข้างเร็ว

4. ตำแหน่งดาวเคราะห์และสถานที่ในการถ่ายภาพ

สำหรับคำแนะนำของนักถ่ายภาพดาวเคราะห์นั้น แนะนำให้เริ่มถ่ายดาวเคราะห์ในตำแหน่งที่ดาวเคราะห์อยู่ในมุมที่สูงที่สุด เพื่อหลีกหนีปัญหาของมวลอากาศที่หนาแน่นบริเวณขอบฟ้า ซึ่งมักทำให้เกิดภาพที่สั่นไหว

5. ซอฟท์แวร์ที่ช่วยในการประมวลผลภาพถ่าย
ซอฟท์แวร์ถือเป็นอีกสิ่งที่สำคัญไม่แพ้กัน สำหรับการถ่ายภาพดาวเคราะห์ที่คมชัด โดยนักถ่ายภาพดาวเคราะห์จะให้ความสำคัญตั้งแต่ ซอฟท์แวร์ที่ใช้ในการควบคุมการถ่ายภาพ เช่น Firecapture ที่สามารถควบคุมอุปกรณ์ถ่ายภาพได้เกือบทุกยี่ห้อ และมีฟังชั่นการปรับค่าต่างๆ ค่อนข้างมาก สามารถเลือกรูปแบบไฟล์, การกำหนดเวลา, จำนวนเฟรมในการถ่ายได้, การปรับเกรนภาพ และการปรับความสว่างของภาพได้

และตามด้วยซอฟท์แวร์สำหรับการประมวลผลภาพต่างๆ อาทิ WinJUPOS ที่ช่วยปรับการหมุนรอบตัวเองของดาวเคราะห์ โปรแกรม AutoStakkert เป็นฟรีแวร์ที่มีความสามารถในการทำ Stacking Image และการปรับค่าความคมชัดด้วยโปรแกรม Registax

เกี่ยวกับผู้เขียน
ศุภฤกษ์ คฤหานนท์

สำเร็จการศึกษาครุศาสตรบัณฑิต สาขาฟิสิกส์ จากมหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่ และครุศาสตรมหาบัณฑิต สาขาเทคโนโลยีและการสื่อสาร จากมหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่

ปัจจุบันเป็นหัวหน้างานบริการวิชาการทางดาราศาสตร์ สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ สดร., เคยทำวิจัยเรื่อง การทดสอบค่าทัศนวิสัยท้องฟ้าบริเวณสถานที่ก่อสร้างหอดูดาวแห่งชาติ มีประสบการณ์ในฐานะวิทยากรอบรมการดูดาวเบื้องต้น และเป็นวิทยากรสอนการถ่ายภาพดาราศาสตร์ในโครงการประกวดภาพถ่ายดาราศาสตร์ ประจำปี 2554 ของ สดร.ในหัวข้อ “มหัศจรรย์ภาพถ่ายดาราศาสตร์ในเมืองไทย”

“คุณค่าของภาพถ่ายนั้นไม่เพียงแต่ให้ความงามด้านศิลปะ แต่ทุกภาพยังสามารถอธิบายด้วยหลักการทางวิทยาศาสตร์ได้อีกด้วย”

อ่านบทความ "มหัศจรรย์ภาพถ่ายดาราศาสตร์" โดย ศุภฤกษ์ คฤหานนท์ ทุกวันจันทร์ที่ 1 และ 3 ของเดือน



กำลังโหลดความคิดเห็น...