xs
xsm
sm
md
lg

นักวิจัยพบสารสกัดจากเห็ดป้องกัน “โรคผึ้งตายยกรัง”

เผยแพร่:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์

นักวิจัยพบว่าสารสกัดที่ได้จากเห็ดบางชนิดนั้นช่วยป้องกันผึ้งจากไวรัสทึคุกคามได้ (THOMAS KIENZLE / AFP)
ปัญหา “ผึ้งตายยกรัง” เป็นปัญหาที่กำลังคุกคามรังผึ้งทั่วโลก ซึ่งผลกระทบเลวร้ายที่สุดที่ผู้บริโภคอย่างเราอาจจะเจอคือไม่มีน้ำผึ้งให้เราได้กิน อีกทั้งยังจะลุกลามไปถึงผลผลิตทางการเกษตรอื่นๆ ที่ต้องอาศัยการผสมเกสรจากผึ้งด้วย

ปัญหาผึ้งตายยกรังในปรากฏการณ์รังผึ้งล่มสลาย (Colony collapse disorder) นี้เพิงถูกยกให้เป็นปัญหานานาชาติเมื่อไม่กี่ปีที่ผ่านมานี้ โดยผู้เชี่ยวชาญชี้ว่าต้นตอของปรากฏการณ์ดังกล่าวเกิดจากไร ไวรัสและการใช้สารเคมีฆ่าแมลง

แม้กระทั่งองค์การสหประชาชาติยังออกมาเตือนมาเตือนว่า ครึ่งหนึ่งของแมลงผสมเกสรซึ่งส่วนใหญ่เป็นผึ้งและผีเสื้อนั้น มีความเสี่ยงที่จะสูญพันธุ์ไปจากโลก บางประเทศยังมีมาตรการห้ามสารกำจัดแมลง และคนเลี้ยงผึ้งยังใช้ยาพิษเพื่อจัดการปัญหาไรที่อาจทำลายรังผึ้งทั้งหมด

ล่าสุดมีงานวิจัยที่พบว่า สารสกัดจากเห็ดช่วยป้องกันการล่มสลายของผึ้งที่มีสาเหตุจากไวรัสได้ โดยงานวิจัยดังกล่าวได้ตีพิมพ์เผยแพร่ในวารสารเนเจอร์ไซแอนทิฟิครีพอร์ทส์ (Nature Scientific Reports) และเผยว่าสารสกัดจากเห็ดนั้นช่วยกระตุ้นให้ผึ้งมีภูมิต้านทานต่อไวรัสร้ายแรง

งานวิจัยนี้ได้รับแรงบันดาลใจจากการสังเกตว่า ผึ้งกินเห็ดในป่า และมีหลักฐานที่บ่งชี้มากขึ้นว่า ผึ้งรักษาตัวเองได้ด้วยสารสกัดจากพืช

ทั้งนี้ มีสารจากเห็ดที่ใช้ต้านไวรัสหลายชนิดในคน และนักวิจัยผู้เขียนรายงานทางวิชาการให้เหตุผลว่า ในกรณีของผึ้งนั้นเห็ดราอาจจะให้สรรพคุณลักษณะเดียวกันด้วย

ทางด้าน วอลเตอร์ เชพเพิร์ด (Walter Sheppard) ศาสตราจารย์จากภาควิชากีฏวิทยา มหาวิทยาลัยวอชิงตันสเตท (Washington State University) สหรัฐฯ ซึ่งเป็นผู้ร่วมวิจัยและเขียนรายงานเผยแก่เอเอฟพีว่า งานวิจัยก่อนหน้าที่ทดสอบสารสกัดจากเห็ดว่ามีฤทธิ์ต้านไวรัสในมนุษย์นั้น เป็นความหวังให้แตกแขนงงานวิจัยออกไป

ทีมวิจัยได้เริ่มจำกัดขอบเขตงานวิจัยให้แคบลงว่า จะใช้เห็ดราชนิดใดไปทดสอบในผึ้ง และที่สุดได้พุ่งเป้าไปที่ “สารแอมาดู” (amadou) สารคล้ายฟองน้ำที่ผลิตขึ้นจากเห็ดเกือกม้า และสารสกัดจากเห็ดหลินจือ

ทีมวิจัยพยายามจะหาคำตอบว่า สารสกัดใดที่จะปกป้องผึ้งจากไวรัส 2 ชนิด ที่สร้างผลร้ายแรงต่ออุตสาหกรรมเลี้ยงผึ้ง นั่นคือ ไวรัสดีดับเบิลยูวี (deformed wing virus : DWV) และไวรัสแอลเอสวี (Lake Sinai virus : LSV)

ในการทดสอบเบื้องต้นทดสอบกับผึ้งในกล่องภายในห้องปฏิบัติการ โดยผึ้งกลุ่มแรกได้รับสารสกัดจากเห็ด ส่วนอีกกลุ่มได้รับน้ำหวานธรรมดา ซึ่งงานวิจัยพบว่าสารสกัดจากเห็ดแสดงถึงการต้านเชื้อไวรัสได้อย่างมีนัยสำคัญ

จากนั้นการทดสอบได้ขยับสู่ภาคสนาม ซึ่งทีมวิจัยได้สร้างรังผึ้งขึ้นมา 3 จรัง แต่ละรังมีผึ้งนางพญาและผึ้งงานประมาณ 8,000 ตัว และปล่อยให้ผึ้งได้หากินอิสระ และยังให้สารสกัดจากเห็ดแก่ผึ้งงานบางรัง ส่วนบางรังให้น้ำหวานทั่วๆ ไป และพบว่าประชากรที่ได้รับสารสกัดจากเห็ดนั้นพบไวรัสดีดับเบิลยูวีลดลง 79 เท่า ส่วนไวรัสแอลเอสวีลดลงอย่างเห้นได้ชัดถึง 45,000 เท่า เมื่อเปรียบเทียบกับประชากรกลุ่มควบคุม

เชพเพิร์ดกล่าวว่า การค้นพบดังกล่าวเป็นผลการทดลองที่มีศักยภาพนำไปใช้ได้จริงสำหรับคนเลี้ยงผึ้งที่กำลังมองหาแนวทางปกป้องรังผึ้งของพวกเขา โดยระบุว่า สารสกัดจากเห็ดดังกล่าวนั้นเหมาะสมอย่างยิ่งที่คนเลี้ยงผึ้งจะได้นำไปใช้ เนื่องจากวิธีการสกัดนั้นมีใช้อย่างแพร่หลายอยู่แล้วในอุตสาหกรรมอาหารเสริม

ตอนนี้ทีมวิจัยได้ทำวิจัยเสริมโดยอ้างอิงจากการค้นพบของงานวิจัยเบื้องต้น ซึ่งรวมถึงงานวิจัยในการหาคำตอบว่าสารสกัดจากเห็ดเหล่านั้นทำงานอย่างไร และพวกเขาจะหาคำตอบต่อไปว่า ไวรัสที่ลดลงนั้นลดลงจากการสารสกัดที่ออกฤทธิ์ต่อไวรัวโดยตรง หรือลดลงจากภูมิต้านทานที่เพิ่มขึ้นของผึ้ง

นอกจากนี้ ทีมยังวิจัยต่อเพื่อพัฒนาการประยุกต์ใช้งานที่สะดวกขึ้น รวมถึงทดสอบเพื่อหาวิธีบำบัดผึ้งในขนาดใหญ่ขึ้น และผึ้งควรจะได้รับสารสกัดจากเห็ดในปริมาณมากเท่าไหร่
นักวิจัยพบว่าสารสกัดที่ได้จากเห็ดบางชนิดนั้นช่วยป้องกันผึ้งจากไวรัสทึคุกคามได้ (THOMAS KIENZLE / AFP)
(ไฟล์ภาพ AFP)


กำลังโหลดความคิดเห็น...