xs
xsm
sm
md
lg

อาหารเสริมจากปลีกล้วย อัดเม็ด กินง่าย เร่งน้ำนมแม่

เผยแพร่:   โดย: MGR Online

ตัวอย่างอาหารเสริมเร่งน้ำนมแม่จากสารสกัดปลีกล้วย
คณะวิทยาศาสตร์ มธ.พัฒนาอาหารเสริมแบบอัดเม็ดจากสารสกัดปลีกล้วย กินง่าย ช่วยเร่งน้ำมันแม่ พร้อมเส้นใยอาหารและสารต้านอนุมูลอิสระ และแคลอรีต่ำ ด้วยความหวานจากหญ้าหวานและอินทผลัม

คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (มธ.) แนะนำ “อาหารเสริมเร่งน้ำนมแม่จากสารสกัดปลีกล้วย” นวัตกรรมกระตุ้นน้ำนมแม่จากสารสกัดปลีกล้วยแบบอัดเม็ด สูตรเข้มข้น ที่ช่วยกระตุ้นน้ำนมแม่ได้มากกว่าปกติ มาพร้อมกับคุณค่าทางโภชนาการที่ผสานเส้นใย และอุดมด้วยสารต้านอนุมูลอิสระ รวมถึงมีแคลอรี่ต่ำ เนื่องจากใช้ความหวานของสารสกัดหญ้าหวาน และอินทผลัม

ผศ.ดร.สุภกร บุญยืน ผู้ช่วยคณบดีฝ่ายวิเทศสัมพันธ์ อาจารย์ประจำสาขาวิชาเคมี คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มธ.เจ้าของผลงานวิจัยอาหารเสริมเร่งน้ำนมแม่จากสารสกัดปลีกล้วย กล่าวว่า ทีมวิจัย คิดค้นและพัฒนานวัตกรรมกระตุ้นน้ำนมแม่จากสารสกัดปลีกล้วยแบบอัดเม็ด สูตรเข้มข้น ที่ช่วยกระตุ้นน้ำนมแม่ได้มากกว่าปกติ ซึ่งมาพร้อมกับคุณค่าทางโภชนาการของปลีกล้วยที่มีสรรพคุณทางยา อีกทั้งยังมีแคลอรี่ต่ำ เพราะใช้ความหวานจากสารสกัดหญ้าหวาน และอินทผาลัม

“ทั้งนี้ “ปลีกล้วย” จัดเป็นพืชที่อุดมไปด้วยแทนนิน สารกลุ่มฟลาโวนอยด์ และสารต่อต้านอนุมูลอิสระในปริมาณที่สูงมาก ซึ่งมีส่วนช่วยในการต่อต้านอนุมูลอิสระ ลดความเสี่ยงที่จะก่อให้เกิดโรคมะเร็งและโรคหัวใจ ส่วน “หัวปลีกล้วย” เป็นแหล่งที่อุดมไปด้วยธาตุเหล็กจากธรรมชาติ ที่ช่วยผลิตเซลล์เม็ดเลือดแดง อีกทั้งมีสรรพคุณในการลดน้ำตาลในเลือด”

ผศ.ดร.สุภกรระบุว่า นวัตกรรมดังกล่าวอยู่ระหว่างการเตรียมออกแบบตัวอาหารเสริมเร่งน้ำนมแม่ฯ เพื่อผลิตจริงและทดสอบประสิทธิภาพในหญิงตั้งครรภ์ (Clinical Test) โดยอยู่ระหว่างการยื่นจดอนุสิทธิบัตร พร้อมพัฒนาต่อในรูปแบบของเพาเวอร์เจลหรือเจลที่ให้พลังงานชนิดหนึ่ง ที่สะดวกต่อการบริโภคและพกพา รวมถึงดำเนินการเพื่อรับรองมาตรฐานอาหารและยา (อย.) เป็นลำดับต่อไป โดยคาดว่าจะแล้วเสร็จภายในต้นปี 2562

“นมแม่ถือเป็นแหล่งอาหารเริ่มต้นที่มีสารอาหารที่จำเป็นต่อลูกครบถ้วน โดยมีส่วนช่วยให้ลูกมีภูมิต้านทานโรค มีสุขภาพแข็งแรง และมีพัฒนาการที่เติบโตสมวัย โดยเด็กควรกินน้ำนมแม่นับตั้งตั้งแต่ 1 ชั่วโมงแรกหลังคลอด กินนมแม่เพียงอย่างเดียวในช่วง 6 เดือนแรก และกินนมแม่ต่อเนื่องควบคู่อาหารตามวัยจนถึงอายุ 2 ปี หรือนานกว่านั้น ตามคำแนะนำขององค์การอนามัยโลก ทั้งนี้ เด็กทารกที่ได้กินนมแม่จะมีความเสี่ยงต่อการเจ็บป่วยน้อย รวมทั้งมีพัฒนาการด้านสติปัญญาและมีความสามารถในการเรียนรู้ได้ดีกว่าเด็กที่ไม่ได้กินนมแม่” ผศ.ดร.สุภกรระบุ โดยอ้างข้อมูลจากกระทรวงสาธารณสุข

ผู้สนใจสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ สาขาวิชาเคมี คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มธ. โทร.02-564-4440 ต่อ 2401
ผศ.ดร.สุภกร บุญยืน


กำลังโหลดความคิดเห็น...