xs
xsm
sm
md
lg

ก.วิทย์ช่วยดันวิจัยจิ้งหรีดเป็นอาหารอนาคค

เผยแพร่:   โดย: MGR Online


สอว.กระทรวงวิทย์ ดันโครงการวิจัยพัฒนาจิ้งหรีดเป็นอาหารแห่งอนาคตมุ่งสู่สมาร์ทฟาร์มใช้เทคโนโลยี ต่อยอดเป็นผลิตภัณฑ์

อุทยานวิทยาศาสตร์ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เครือข่ายมหาวิทยาลัยอุบลราชธานี ร่วมสนับสนุนและผลักดันโครงการวิจัยพัฒนาจิ้งหรีดเพื่อเป็นอาหารแห่งอนาคตแบบครบวงจร พร้อมมุ่งพัฒนาสู่สมาร์ทฟาร์มสำหรับจิ้งหรีด เผยองค์การอาหารและเกษตรแห่งสหประชาชาติ ให้การยอมรับเป็นแหล่งอาหารเสบียงสำรองที่สำคัญของมนุษย์ เพราะเป็นแหล่งโปรตีนที่ถูกและหาได้ง่ายในท้องถิ่น ม.อุบลฯ ใช้เทคโนโลยี สกัดสารสำคัญ เช่น กรดอะมิโนแอซิด โปรตีน ไขมันกลุ่มที่มีประโยชน์จากจิ้งหรีดไปต่อยอดเป็นผลิตภัณฑ์เวย์โปรตีน ช็อคโกแลต ผงโปรตีนสกัด

เมื่อวันที่ 22 ก.ค.ที่มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี จ.อุบลราชธานี กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โดย สำนักงานเลขานุการคณะกรรมการส่งเสริมกิจการอุทยานวิทยาศาสตร์ (สอว.) (Science Park Promotion Agency : SPA) ได้ลงพื้นที่เพื่อติดตามความก้าวหน้าโครงการวิจัยพัฒนาจิ้งหรีดเพื่อเป็นอาหารแห่งอนาคตแบบครบวงจร ที่อุทยานวิทยาศาสตร์ภูมิภาค ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เครือข่ายมหาวิทยาลัยอุบลราชธานี ได้ร่วมสนับสนุน โดยนำจิ้งหรีดหนึ่งในแมลงกินได้และได้รับความนิยมบริโภคในภาคตะวันออกเฉียงเหนือมานาน ตลอดจนเริ่มมีการบริโภคกว้างขวางขึ้น โดยเฉพาะในยุโรปที่มีการเปิดรับ และนิยมบริโภคจิ้งหรีดมากขึ้นมาก เพราะถือเป็นแหล่งอาหารโปรตีนอีกแหล่งหนึ่งและจะเป็นแหล่งโปรตีนที่สำคัญสำหรับมนุษยชาติในอนาคต

องค์การอาหารและเกษตรแห่งสหประชาชาติได้ให้การยอมรับแมลงกินได้เป็นแหล่งอาหารเสบียงสำรองที่สำคัญของมนุษย์ เนื่องจากแมลงกินได้เป็นแหล่งโปรตีนที่ถูกและสามารถหาได้ง่ายในท้องถิ่น โดยเฉพาะภาคตะวันออกเฉียงเหนือนั้นมีวัฒนธรรมการบริโภคแมลงอยู่ก่อนแล้ว และปรากฏมีแมลงหลายชนิดที่ยังคงนิยมบริโภคในปัจจุบัน

น.ส.ทิพวัลย์ เวชชการัณย์ ผอ.สำนักงานเลขานุการคณะกรรมการส่งเสริมกิจการอุทยานวิทยาศาสตร์ (สอว.) เปิดเผยว่า สอว.ให้การสนับสนุนการนำจิ้งหรีดมาเป็นแหล่งโปรตีน เพราะจิ้งหรีดมีประโยชน์มากมาย โดยประกอบด้วยโปรตีนประมาณ 12.9% ไขมัน ประมาณ 5.54% และคาร์โบไฮเดรต ประมาณ 5.1%

"นอกจากนี้จิ้งหรีดยังเป็นแมลงที่ขยายพันธุ์ได้อย่างรวดเร็ว โดยแม่พันธุ์หนึ่งตัว สามารถให้ลูกได้ถึง 1,000 ตัว ใช้เวลาเลี้ยงไม่นาน คือ ประมาณ 30-45 วัน สามารถเพาะเลี้ยงในลักษณะฟาร์มเล็ก และขนาดใหญ่ได้ อีกทั้งในการเพาะเลี้ยงจิ้งหรีดนั้นยังใช้พลังงานและทรัพยากรน้อยกว่าการเพาะเลี้ยงฟาร์มปศุสัตว์ทั่วไป และใช้แรงงานไม่มากอีกด้วย ที่สำคัญคือผู้บริโภคคุ้นเคยกับการบริโภคแมลงชนิดนี้อยู่แล้ว จึงสามารถส่งเสริมและทำตลาดได้ไม่ยากนัก"

รศ.ดร.ชวลิต ถิ่นวงศ์พิทักษ์ ผู้อำนวยการโครงการอุทยานวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี ให้ข้อมูลว่า โครงการพัฒนาจิ้งหรีดนี้ เป็นส่วนหนึ่งของโครงการบูรณาการความรู้สู่ชุมชนเพื่อพัฒนาอาชีพและส่งเสริมเศรษฐกินจฐานราก โดยมีการดำเนินงานมาอย่างต่อเนื่อง ปัจจุบัน มหาวิทยาลัยอุบลราชธานีมีการวิจัยเกี่ยวกับการเพาะเลี้ยง และแปรรูปจิ้งหรีดเพื่อเป็นอาหารมาแล้วระยะหนึ่ง โดยกิจกรรมในโครงการมีทั้งส่วนของการศึกษาพัฒนาสายพันธุ์จิ้งหรีดเพื่อการเพาะเลี้ยง การพัฒนากระบวนการเลี้ยงจิ้งหรีดในลักษณะฟาร์ม โดยมุ่งไปสู่การเป็นสมาร์ทฟาร์มเมอร์ สำหรับจิ้งหรีด (Smart Farming for Cricket) การส่งเสริมให้กลุ่มเกษตรกรเพาะเลี้ยงจิ้งหรีดเป็นอาชีพหลัก และอาชีพเสริม ตลอดจนการวิจัยด้านการแปรรูปจิ้งหรีดไปเป็นผลิตภัณฑ์ต่างๆ เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่ม

"อุทยานวิทยาศาสตร์ได้เข้ามาให้การสนับสนุนรูปแบบการดำเนินงานโครงการวิจัยพัฒนาจิ้งหรีดเพื่อเป็นอาหารแห่งอนาคตแบบครบวงจร และต่อยอดในส่วนของการยกระดับการวิจัยไปสู่ตลาดและการสร้างผู้ประกอบการใหม่จากผลิตภัณฑ์แปรรูปจากจิ้งหรีดนี้"

ผศ.ดร.พรทิพย์ ไววุฒิ ผู้ช่วยอธิการบดีฝ่ายบริการวิชาการ มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี กล่าวเพิ่มเติมว่าโครงการพัฒนาจิ้งหรีดนี้มีเป้าหมายเพื่อพัฒนาจิ้งหรีดให้เป็นสัตว์เศรษฐกิจใหม่ในพื้นที่ และสร้างอาชีพใหม่ให้เกษตรกร ในส่วนของการพัฒนากระบวนการเพาะเลี้ยง มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี ได้พัฒนากระบวนการเลี้ยงจิ้งหรีดปลอดภัย และนำไปฝึกอบรม ถ่ายทอดความรู้แก่เกษตรกร พร้อมทำการส่งเสริมให้เกษตรกรเลี้ยงเป็นอาชีพเสริม

"ปัจจุบันมีศูนย์ส่งเสริมการเพาะเลี้ยงจิ้งหรีดกระจายอยู่ในจังหวัดอุบลราชธานี และศรีสะเกษ มีกลุ่มเกษตรกรเข้าร่วมเป็นเครือข่ายพัฒนาฟาร์มเลี้ยงจิ้งหรีดเพื่อการจำหน่ายแล้วจำนวนหนึ่ง โดยเลี้ยงในลักษณะฟาร์มขนาดเล็กในบ่อซีเมนต์ บ่อหนึ่งบ่อสามารถเก็บจิ้งหรีดได้ประมาณ 10 กิโลกรัม และราคาจำหน่ายประมาณกิโลกรัมละ 150 – 200 บาท ทั้งนี้เกษตรกรที่เข้าโครงการสามารถมีรายได้ตั้งแต่ 5,000 – 20,000 บาทต่อเดือน"

ผศ.ดร.พรทิพย์ ระบุเพิ่มเติมว่าที่สำคัญยังได้เน้นการนำเทคโนโลยีมาสร้างมูลค่าเพิ่ม เช่น การพัฒนากระบวนการสกัดสารสำคัญ เช่น กรดอะมิโนแอซิด โปรตีน ไขมันกลุ่มที่มีประโยชน์จากจิ้งหรีด เป็นต้น ทั้งนี้ได้มีผลิตภัณฑ์ต้นแบบที่พัฒนาขึ้นมาได้แล้วจำนวนหนึ่ง เช่น ผลิตภัณฑ์เวย์โปรตีนจากจิ้งหรีด ช็อคโกแลตจิ้งหรีด ผงโปรตีนสกัดจากจิ้งหรีด







กำลังโหลดความคิดเห็น...