xs
xsm
sm
md
lg

สุดยอด! นักวิจัยอังกฤษใช้เครื่องพิมพ์ชีวภาพ 3 มิติ พิมพ์ "กระจกตา" สำเร็จครั้งแรกของโลก

เผยแพร่:   โดย: MGR Online

ศ.เช คอนนอน (ซ้าย) และ ดร.สตีฟ สไวโอโคล (ขวา) ผู้ร่วมวิจัย (ภาพจากเว็บไซต์ ncl.ac.uk)
MGR Online - นักวิจัย ม.นิวคาสเซิล ประสบความสำเร็จในการคิดค้นหมึกชีวภาพ ที่สามารถใช้พิมพ์ "กระจกตาเทียม" ของมนุษย์ได้สำเร็จ เผยเจลพิเศษจะช่วยให้สเต็มเซลล์มีชีวิตอยู่ได้นาน ทั้งยังคงรูปและอ่อนนุ่มพอ ชี้เป็นเทคโนโลยีที่จะช่วยผู้ป่วยได้นับสิบล้านคน

วานนี้ (30 พ.ค.) เว็บไซต์ของมหาวิทยาลัยนิวคาสเซิล ในอังกฤษเผยแพร่ว่านักวิจัยของมหาวิทยาลัยประสบความสำเร็จในการทดสอบพิมพ์ "กระจกตา" ด้วยเครื่องพิมพ์ชีวภาพ 3 มิติ (3D bio-printer) โดย ศ.เช คอนนอน ศาสตราจารย์ด้านวิศวกรรมเนื้อเยื่อ กับทีมงานของเขา สามารถผสมผสานสเต็มเซลล์ (เซลล์ต้นกำเนิด) ที่แข็งแรงของกระจกตามนุษย์ เข้ากับคอลลาเจน และอัลจิเนต (น้ำตาลชนิดหนึ่งที่สามารถใช้ในการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อ) เพื่อทำเป็น หมึกชีวภาพ (bio-ink) เพื่อใส่เข้าไปในเครื่องพิมพ์สามมิติ ให้พิมพ์กระจกตาเทียมสำหรับมนุษย์ได้ภายในเวลาไม่ถึง 10 นาที

ปัจจุบันทั่วโลกมีผู้ป่วยมากกว่า 10 ล้านคนต้องการเปลี่ยนกระจกตา จากสาเหตุต่าง ๆ เช่น โรคริดสีดวงตา กระจกตาบวม กระจกตาเสื่อม กระจกตาขุ่น ฯลฯ ทว่า กระจกตาที่ได้จากการบริจาคนั้นมีจำนวนไม่เพียงพอ ส่วนกระจกตาเทียมก็ยังใช้กันน้อยและให้ผลในระยะยาวไม่ดีเท่าที่ควร นวัตกรรมใหม่ชิ้นนี้จึงน่าจะสามารถแก้ไขปัญหานี้ให้กับมนุษย์เราได้อย่างมีประสิทธิภาพ

"เจลของเรามีเอกลักษณ์ เพราะผสมผสานอัลจีเนตเข้ากับคอลลาเจน เพื่อช่วยให้สเต็มเซลล์ยังคงมีชีวิตอยู่ ขณะเดียวกันก็ถือเป็นวัสดุที่ช่วยยึดให้ทรงของกระจกตายังคงรูป และอ่อนนุ่มพอที่จะถูกบีบออกจากหัวฉีดของเครื่องพิมพ์สามมิติ" ศ.คอนนอนอธิบาย และว่าจากการทดสอบกระจกตาที่พิมพ์ออกมา ไฮโดรเจลสามารถรักษาเซลล์ให้ยังคงมีชีวิตอยู่ได้นานหลายสัปดาห์ในอุณหภูมิห้องปกติ

สำหรับงานวิจัยเพื่อพิสูจน์หลักฐานของแนวคิดดังกล่าว ถูกตีพิมพ์ในวารสาร Experimental Eye Research เรียบร้อยแล้ว โดยผู้เชี่ยวชาญให้ความเห็นว่าความสำเร็จนี้จะช่วยแก้ปัญหาการขาดแคลนกระจกตาที่ได้รับบริจาคไม่เพียงพอได้อย่างดี

ทั้งนี้ ก่อนจะสั่งพิมพ์กระจกตาให้กับผู้ป่วย นักวิจัยจะต้องทำการกวาดภาพ (สแกน) ตาของผู้ป่วยเพื่อทราบถึงขนาดมิติและความเชื่อมโยงของลูกตากับอวัยะส่วนอื่น ๆ อย่างไรก็ตาม กว่าที่เทคโนโลยีการพิพม์กระจกตาด้วยเครื่องพิมพ์สามมิติจะสามารถนำมาใช้อย่างแพร่หลาย และเพียงพอกับผู้ป่วยทั้งหมด คงยังต้องใช้เวลาอีกหลายปี และยังต้องผ่านขั้นตอนอีกหลายขั้น




กำลังโหลดความคิดเห็น...