xs
xsm
sm
md
lg

คุยกับ “ยิ่งยศ ลาภวงศ์” นักวิจัยเรื่อง “จิ้งจก” ที่รุกรานไกลถึงออสเตรเลีย

เผยแพร่:   โดย: MGR Online

จิ้งจกที่พบในไทย
จากข้อสังเกตเล็กๆ ที่แหงนหน้าขึ้นไปเห็นจิ้งจกเต็มเพดาน ฉุกให้เขาเกิดคำถามและค้นคว้าจนทราบถึง “ความร้าย” ที่ซ่อนอยู่ และปัญหาที่ส่งผลต่อระบบนิเวศ “ยิ่งยศ ลาภวงศ์” จึงสมัครเรียนต่อเพื่อศึกษาเรื่องนี้อย่างจริงจัง

จากความตื่นตัวของคนไทยในเรื่อง “สัตว์เอเลี่ยน” หรือชนิดพันธุ์ต่างถิ่น (Alien) ทำให้ทีมข่าวผู้จัดการวิทยาศาสตร์ได้รู้จัก ยิ่งยศ ลาภวงศ์ ผู้ศึกษาทางด้านชนิดพันธุ์ต่างถิ่นรุกราน (Invasive Alien) และกำลังศึกษาต่อระดับปริญญาเอกในเรื่องดังกล่าว ณ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีซิดนีย์ (University of Technology Sydney) ออสเตรเลีย

น่าสนใจมากขึ้นเมื่อเราทราบว่า ยิ่งยศกำลังศึกษาเรื่องจิ้งจกเอเชียที่กลายเป็นชนิดพันธุ์ต่างถิ่นรุกรานในออสเตรเลีย ทำให้เราอยากรู้มากขึ้นว่า สัตว์เลื้อยคลานประดับเพดานที่ชอบกินแมลงและดูไม่มีพิษไม่ภัยนั้น มีความร้ายกาจอย่างไรเมื่อออกจากไทยไปอาศัยอยู่ต่างแดน

ผู้จัดการวิทยาศาสตร์ - อยากทราบถึงสถานการณ์การรุกรานของจิ้งจกในออสเตรเลีย ตอนนี้สร้างความเสียหายอะไรไปบ้างแล้ว?

ยิ่งยศ ลาภวงศ์ - จริงๆ แล้วจิ้งจกจากเอเชียไม่ได้รุกรานอยู่แค่ออสเตรเลีย แต่พวกมันแพร่กระจายไปทั่วโลกนานพอสมควรแล้ว และได้สร้างผลกระทบให้กับจิ้งจกท้องถิ่นโดยการแข่งขัน แย่งอาหารและที่อยู่อาศัย จนทำให้จิ้งจกท้องถิ่นในหลายพื้นที่ลดจำนวนลงอย่างมาก นอกจากการแข่งขันกับจิ้งจกท้องถิ่นแล้ว จิ้งจกจากเอเชียสามารถที่จะนำพาเชื้อโรค และปรสิต เข้ามาติดสัตว์ท้องถิ่น รวมถึงมนุษย์ได้

นอกจากปัญหาต่อระบบนิเวศแล้ว จิ้งจกยังสร้างปัญหาให้กับมนุษย์ คล้ายๆ ที่เกิดขึ้นในกับบ้านเรา นั่นคือการขับถ่ายออกของมันทำให้เกิดความสกปรกและเป็นที่น่ารังเกียจ หลายคนอาจจะเคยเจอกลิ่นเหม็นเน่า ซึ่งเกิดมาจากการที่จิ้งจกเข้าไปตายอยู่ในเครื่องใช้ไฟฟ้า หรือซอกหลืบ บ่อยครั้งที่เราเจอจิ้งจกโดนหนีบตายคาบานประตู แม้จะไม่ใช่ปัญหาที่ร้ายแรง แต่ก็สร้างความรำคาญได้พอสมควร จนทำให้หลายๆ คนไม่อยากให้มีจิ้งจกอยู่ในบ้าน

ผู้จัดการวิทยาศาสตร์ - แล้วทางออสเตรเลียมีแนวทางรับมืออย่างไรบ้าง?

ยิ่งยศ ลาภวงศ์ - ในขณะนี้ออสเตรเลียยังไม่มีมาตรการใดๆ เพื่อจัดการกับจิ้งจกจากเอเชีย เนื่องจากยังไม่มีข้อมูลมากพอ อย่างไรก็ตามออสเตรเลียเป็นหนึ่งในประเทศที่เผชิญปัญหาการรุกรานจากสิ่งมีชีวิตต่างถิ่นอย่างหนัก และปัญหาชนิดพันธุ์ต่างถิ่นรุกรานดูจะมีความซับซ้อนมากขึ้น เมื่อประกอบกับการขยายตัวของชุมชน การคมนาคมขนส่ง รวมไปถึงการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ ทางรัฐบาลจึงสนับสนุนให้มีการศึกษาวิจัยอย่างจริงจังเกี่ยวกับชนิดพันธุ์ต่างถิ่นในทุกมิติ ทางนักวิทยาศาสตร์และมหาวิทยาลัยของออสเตรเลียจึงเร่งมือวิจัยและเก็บข้อมูล เพื่อสร้างองค์ความรู้ที่จะใช้ประกอบการวางแผนการจัดการในอนาคต

ผู้จัดการวิทยาศาสตร์ - ทราบว่าคุณยิ่งยศศึกษาเกี่ยวกับจิ้งจก อย่างทราบว่างานที่ศึกษานั้นในแง่ไหนบ้าง แล้วจะเป็นแนวทางในการแก้ปัญหาจิ้งจกในออสเตรเลียได้อย่างไร?

ยิ่งยศ ลาภวงศ์ - หลายคนอาจจะไม่ทราบว่าในบ้านเราทั่วๆ ไปจะมีจิ้งจกบ้านอาศัยอยู่ในบ้านอย่างน้อย 2 ชนิด ได้แก่ จิ้งจกบ้านหางหนาม และจิ้งจกบ้านหางแบน ซึ่งจิ้งจกทั้ง 2 ชนิดนี้มีรูปร่างหน้าตาและนิเวศวิทยาที่คล้ายคลึงกันมาก จนทำให้คนทั่วไปไม่สามารถแยกได้ออก ในขณะที่จิ้งจกบ้านหางหนามกลายเป็นชนิดพันธุ์รุกรานในหลายพื้นที่ของโลก แต่จิ้งจกบ้านหางแบนกลับไม่สามารถแพร่กระจายไปที่อื่นได้เลย จึงเกิดคำถามว่าอะไรที่ทำให้จิ้งจกจั้ง 2 ชนิดมีความสามารถในการรุกรานต่างกัน

ในช่วงหลายปีที่ผ่านมามีจากการศึกษาชนิดพันธุ์รุกรานหลายชนิดพบว่า พฤติกรรมอาจเป็นปัจจัยสำคัญอีกอย่างที่ทำให้ชนิดพันธุ์จากต่างถิ่นประสบความสำเร็จในการอยู่รอดในแหล่งที่อยู่ใหม่ เช่น พฤติกรรมการสำรวจที่จะทำให้มันหาอาหารได้เก่ง หรือพฤติกรรมการหลบหลีกศัตรูที่จะทำให้มันไม่โดนจับกินเสียก่อน ผมจึงสนใจที่จะศึกษาพฤติกรรมของจิ้งจกทั้ง 2 ชนิดเปรียบเทียบกัน นอกจากนี้ผมยังศึกษาพฤติกรรมของจิ้งจกหางหนามในพื้นที่ต่างๆของประเทศออสเตรเลีย เพื่อดูความยืดหยุ่นของพฤติกรรม ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อการทำนายการแพร่กระจาย หรือวางแผนการจัดการรุกรานในอนาคต

จิ้งจกหางหนามตัวที่ผมศึกษานี้เดิมทีมีขอบเขตการกระจายอยู่ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เท่านั้นครับ ส่วนข้อดีของจิ้งจกพวกนี้คือช่วยควบคุมแมลงในบ้าน โดยเฉพาะยุงครับ แต่ประโยชน์ในข้อนี้ยังไม่ชัดมากเพราะปริมาณยุงที่มันกินถือว่าน้อยมากหากเทียบกับประชากรยุงทั้งหมด โดยรวมแล้วเมื่อจิ้งจกหางหนามไปอยู่ต่างแดนยังถือว่าโทษเยอะกว่าครับ

ผู้จัดการวิทยาศาสตร์ - ขอทราบจุดเริ่มต้นที่คุณยิ่งยศเริ่มศึกษาจิ้งจก ทำไมถึงสนใจเรื่องนี้ แล้วก่อนหน้านี้ศึกษาอะไรมาก่อน

ยิ่งยศ ลาภวงศ์ - เดิมทีแล้วผมศึกษาวิจัยทางด้านนิเวศวิทยามาก่อน แล้วจึงหันเหมาทำงานในพิพิธภัณฑ์ธรรมชาติวิทยา ซึ่งมีหน้าที่ให้ข้อมูลความรู้เกี่ยวกับนิเวศวิทยาและการอนุรักษ์แก่สาธารณะ ในบางครั้งได้มีการลงชุมชนเพื่อเผยแพร่ความรู้ในพื้นที่ต่างๆ ซึ่งเมื่อผมได้ทำงานไปเรื่อยๆ ผมจึงได้ทราบว่าคนไทยมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับชนิดพันธุ์ต่างถิ่นรุกราก หรือเอเลี่ยนสปีชีส์น้อยมาก ผมคิดว่าการจัดการสิ่งมีชีวิตพวกนี้ไม่ใช่หน้าที่ของรัฐบาลแต่เพียงอย่างเดียว แต่ชาวบ้านทั่วไปควรจะมีความรู้ความเข้าใจ และช่วยกันดูแลปกป้องระบบนิเวศของเราเองจากการรุกรานของสิ่งมีชีวิตต่างถิ่น ผมจึงหันมาสนใจศึกษาเกี่ยวกับด้านนี้

วันหนึ่งผมเงยหน้าดูเพดาน แล้วก็คิดว่าทำไมจิ้งจกมันถึงมีอยู่เยอะแยะไปหมด แล้วทำไมมันถึงเข้ามาอยู่ในบ้านคน มันเป็นอะไรที่ใกล้ตัว แต่กลับไม่เคยใส่ใจเลย หลังจากค้นคว้าดูแล้วผมจึงได้รู้ว่า จิ้งจกบ้านเราร้ายกว่าที่คิด มันได้สร้างความเสียหายให้กับระบบนิเวศหลายแห่งของโลก นี่ทำให้ผมตัดสินใจที่จะเริ่มศึกษามันอย่างจริงจัง หลังจากนั้นผมทราบว่าที่ประเทศออสเตรเลียกำลังพยายามศึกษาวิจัยในเรื่องนี้อย่างเข้มข้น จึงได้สมัครเข้าเรียนระดับปริญญาเอก ณ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีซิดนีย์ เพื่อทำวิจัยเรื่องนี้โดยเฉพาะ

ผู้จัดการวิทยาศาสตร์ - ยังมีประเด็นเกี่ยวกับจิ้งจกให้ศึกษาอีกมากหรือไม่ แล้วจำเป็นต้องอาศัยเครือข่ายหรือนักวิจัยช่วยกันศึกษามากหรือไม่?

ยิ่งยศ ลาภวงศ์ - ยังมีอะไรเกี่ยวกับจิ้งจกให้ศึกษาอีกมากครับ เพราะความที่มันใกล้ตัวเรามาก เราจึงไม่ค่อยที่จะสนใจศึกษามันเท่าไหร่ เคยทราบไหมครับ ว่าหลังจากผสมพันธุ์แล้ว จิ้งจกตัวเมียสามารถเก็บน้ำเชื้อไว้ได้นานถึง 2 ปี แล้วค่อยวางไข่เมื่อสภาพแวดล้อมเหมาะสม จริงๆ แล้วการศึกษาจิ้งจกเป็นโมเดลอีกหนึ่งโมเดล ซึ่งอาจประยุกต์ใช้กับการศึกษาชนิดพันธุ์ต่างถิ่นชนิดอื่นๆ ในโลกที่การคมนาคมขนส่งมีมากขึ้น สภาพแวดล้อมมีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา การที่สิ่งมีชีวิตจากที่หนึ่งจะเดินทางไปยังอีกที่หนึ่งแล้วก่อปัญหาก็มีสูงขึ้นตามมาด้วย

การศึกษาเกี่ยวกับชนิดพันธุ์ต่างถิ่นเป็นการศึกษาที่ไม่จบ เพราะการเปลี่ยนแปลงของโลกอาจทำให้ความรู้ที่มีอยู่เดิมใช้ไม่ได้ ยกตัวอย่างจากเดิมที่จิ้งจกพวกนี้จะพบได้แค่ทางเฉพาะตอนเหนือของออสเตรเลีย ในช่วงหลังๆ พบว่ามันกระจายลงมาทางใต้มากขึ้น อาจเป็นเพราะการปรับตัวของมันเอง หรือเพราะสภาพภูมิอากาศที่ร้อนขึ้น อีกตัวอย่างหนึ่งที่น่าสนใจในตอนนี้คือ ออสเตรเลียกำลังเฝ้าระวังคางคกบ้านที่ติดมากับสัมภาระนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาจากไทยโดยบังเอิญ แม้ว่าคางคกบ้านจะเป็นสัตว์ที่เราคนไทยคุ้นเคยกันดี และดูไม่มีพิษภัย แต่สัตว์ชนิดนี้อาจก่อให้เกิดความเสียหายอย่างรุนแรงได้ในออสเตรเลีย เพราะสัตว์ท้องที่ที่ไม่รู้จักอาจกินมันเข้าไป และโดนพิษถึงตาย เหมือนที่เกิดขึ้นกับคางคกอ้อยจากอเมริกาที่กำลังระบาดอยู่ในออสเตรเลียตอนนี้

การวิจัยด้านนี้จะสัมฤทธิ์ผลจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องได้รับความช่วยเหลือจากเครือข่ายนักวิจัย ทั้งภายในและภายนอกประเทศ ทุกวันนี้ผมโชคดีที่มีเครือข่ายนักวิจัยที่สนใจในด้านเดียวกัน ซึ่งให้ทั้งความช่วยเหลือ และคำปรึกษา แต่สุดท้ายแล้วการที่จะนำงานวิจัยไปใช้ได้จริงยังจำเป็นจะต้องอาศัยเครือข่ายทางชุมชนด้วย เพราะฉะนั้นการให้ความรู้และทำความเข้าใจกับชุมชนจึงเป็นเรื่องสำคัญมาก
ยิ่งยศ ลาภวงศ์
ผู้จัดการวิทยาศาสตร์ - คุณยิ่งยศมีประเด็นเกี่ยวกับสัตว์รุกรานต่างถิ่นอะไรที่อยากจะฝากถึงคนไทย?

ยิ่งยศ ลาภวงศ์ - เป็นเรื่องน่ายินดีที่ในช่วงที่ผ่านมานี้คนไทยเริ่มตื่นตัวเกี่ยวกับชนิดพันธุ์ต่างถิ่นรุกรานกันมากขึ้น อย่างไรก็ตามความรู้และความเข้าใจที่ถูกต้องเป็นสิ่งที่สำคัญมาก เพราะไม่ฉะนั้นจะกลายเป็นความตื่นตระหนก อันที่จริงแล้ว สิ่งที่คนไทยควรเรียนรู้ก็คือ วิธีการจัดการชนิดพันธุ์ต่างถิ่นรุกรานที่ดีที่สุดคือ "การป้องกัน" สิ่งที่เราช่วยกันได้คือการเป็นหูเป็นตา หากเราพบสัตว์ หรือพืช หรือสิ่งมีชิวิตที่ไม่คุ้นหูคุ้นตา หรือมีจำนวนมากผิดปกติ เราสามารถสอบถามหรือแจ้งนักวิชาการในหน่วยงานรัฐ หรือมหาวิทยาลัยใกล้บ้าน หรือแม้แต่ใช้ "โซเชียลมีเดีย" ให้เป็นประโยชน์โดยการโพสต์ถาม แต่อย่าเพิ่งตื่นตระหนก เมื่อเรารู้ถึงการมาถึงของเอเลี่ยนแต่เนิ่นๆ เราจะได้วางแผนจัดการได้อย่างทันท่วงที

******

จิ้งจกหางหนาม

https://www.inaturalist.org/taxa/51940-Hemidactylus-frenatus



จิ้งจกหางแบน

https://www.inaturalist.org/taxa/33376-Hemidactylus-platyurus
กำลังโหลดความคิดเห็น