xs
xsm
sm
md
lg

(เพียงได้) คิดถึง

เผยแพร่:   โดย: ฉัตรพรรษ พงษ์เจริญ


“ฉันคิดถึงคนที่ไม่ได้ไปหา ฉันคิดถึงสุดใจ คิดในจินตนาการเอง ...”

เพลงจังหวะช้าเพลงหนึ่งดังออกมาจากลำโพงเครื่องคอมพิวเตอร์พกพาตรงหน้า เป็นคำร้องพร้อมทำนองจากการสั่นสะเทือนของสายกีตาร์โปร่งกับเสียงหวีดแหลมของเมาท์ออร์แกนผสมกล่อมกลม บทเพลง คิดถึงคนที่ไม่ได้ไปหา ของอารักษ์ อาภากาศ สื่อความรู้สึกระลึกนึกถึงคนอยู่ไกลในใจแต่ไร้โอกาสพบเจอติดต่อมาเนิ่นนาน

ใบของต้นไม้กำลังถูกกระทบด้วยหยดน้ำจากท้องฟ้าเช่นเดียวกันกับหลังคาบ้านพัก ราวตากและเสื้อผ้าที่ยังชื้นอยู่ถูกเก็บหลบเข้าร่ม หน้าต่างถูกแง้มปิดลงเพราะสายลมพร้อมละอองฝนโชยปะทะเย็นผิว เม็ดฝนลงแรงที่มากขึ้นกระทบเขากับสิ่งของและไหลลงจากหลังคาเป็นสายยาวจากหลังคากระเบื้องลงเจิ่งสูงนองทั่วสนามหญ้ารอบบ้านพัก เสียงเพลงถูกเร่งให้ดังขึ้น

อากาศเยียบเย็นและเสียงเพลงทำให้ผมนึกถึงสถานที่อันคุ้นเคยแห่งหนึ่งแต่ไร้ซึ่งการเยี่ยมเยียนมาเนิ่นนานของผืนป่าใหญ่แห่งเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวรด้านตะวันออก จังหวัดตาก แต่ด้วยขณะนั้นที่สายฝนกำลังลงแรง ผมนึกถึงอีกสิ่งหนึ่งที่เฉพาะเจาะจงกว่าปกติธรรมดา

สัตว์ป่าตัวหนึ่งบางครั้งพบเจอบนหน้าจอทีวีในช่วงคุยข่าวเล่าเรื่อง หลายครั้งปรากฏอยู่บนหน้าข่าวอิเล็กทรอนิกส์ และอีกนับไม่ถ้วนที่พบผ่านบนบนหน้า feed ของสังคมโลกเสมือนทั้งหลายแหล่

เจ้าหมอก

แรกเริ่มตั้งแต่พบเจอกัน เจ้าหมอกเป็นลูกเลียงผาตัวเล็กน่ารักน่าชังน่าเอ็นดูตามประสาของลูกสัตว์ทั่ว ๆ ไป ไม่ว่าจะวิ่งเล่น นอนหลับ กินนมที่ถูกป้อนให้ หรือเข้ามาคลอเคลีย บางครั้งก็จะถูกมันใช้ลิ้นเลียตามแขนขา (อาจเพราะความเค็มของเหงื่อไคล) สร้างประสบการณ์และความประทับใจที่เกิดขึ้นยังคงอยู่จนทุกวันนี้ แน่นอนว่าคงมีอีกหลายคนที่รู้สึกเช่นเดียวกันกับผม

สัตว์วัยอ่อนยามเมื่อเจริญวัยย่อมมีความดื้อและซุกซน เจ้าหมอกเริ่มกระโดดขึ้นบนเก้าอี้ โต๊ะ ชั้นวาง และข้าวของจนวุ่นวาย เขาที่กำลังงอกยาวก็ทำให้เจ้าหมอกมักเอาหัวไปถูกกับสิ่งของต่าง ๆ เป็นประจำโดยเฉพาะอย่างยิ่งขาทั้งสองข้างของคนเลี้ยงดูแลหรือคนที่อยู่ใกล้ พอนานเข้าด้วยขนาดตัวที่ใหญ่มากขึ้นความเสียหายก็เริ่มเกิด หลายครั้งเจ้าหมอกบุกรุกกระท่อมบ้านพักเจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่าและบ้างครั้งก็ทะลึ่งเข้าไปในบ้านพักของหัวหน้าและผู้ช่วยเขตฯ จนถูกเอ็ดเอาไม้เรียวตีไล่ แผงกั้นห้ามเจ้าหมอกเข้าตามสถานที่ต่าง ๆ ก็คล้ายกลายเป็นเพียงเครื่องเล่นลองกำลังไปเสีย แต่นั่นก็เป็นธรรมดาคันลองของชีวิตสัตว์ป่าตามธรรมชาติของเลียงผาตัวหนึ่งที่ไต่ปีนอาศัยอยู่ตามหน้าผาชันสูง

รูปภาพทั้งนิ่งและเคลื่อนไหวเวลาแปดโมงเช้าที่มักไปร่วมเข้าแถวเคารพธงชาติกับเจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่า ทั้งที่ถูกส่งมาให้และผ่านตาเองสามารถประมาณเอาเองได้ว่าเจ้าหมอกเติบใหญ่จนใกล้เกือบถึงวัยเจริญพันธุ์แล้ว ผมไม่แปลกใจที่รูปดังกล่าวจะสร้างความยินดี ความสุขใจ ความประทับใจต่อเจ้าหมอกเมื่อรูปนั้นผ่านเข้าสู่สายตาของผู้ใดก็ตามที่พบเห็น

ผมไม่รู้ว่าเจ้าหมอกรู้สึกอย่างไรที่ไม่ได้ใช้ชีวิตอย่างเลียงผาตัวอื่น ๆ และไม่อาจมีวันรู้ได้ แต่สำหรับผมแล้วมันไม่สามารถเปลี่ยนแปลงถึงชะตากรรมแรกเริ่มของลูกสัตว์ป่าตัวหนึ่งที่ต้องดำเนินชีวิตแตกต่างออกไปจากที่เลียงผาตัวหนึ่งควรจะเป็น ว่าเพราะเหตุใดเจ้าหมอกถึงไม่อาจถูกเลี้ยงดูและกินนมจากแม่แท้ๆ ไม่อาจได้เติบใหญ่ ดำรงชีวิตอาศัยหากินและสืบทอดเผ่าพันธุ์ของมันตามธรรมชาติได้

ชะตากรรมแห่งการเป็นกำพร้าเพื่อสนองตัณหาของมนุษย์

คงจะเป็นตัวผมเองคนเดียวที่เมื่อเห็นภาพของเจ้าหมอกแล้วเกิดความเศร้า แต่ถึงกระนั้นผมเองก็ดีใจทุกครั้งที่ได้ข่าวคราวเรื่องราวของมัน ผมยังหวังว่าซักวันเจ้าหมอกจะกลับเข้าไปอยู่ในบ้านจริง ๆ และจะเป็นเรื่องที่ดีที่สุดถ้าเจ้าหมอกคือเลียงผาหรือสัตว์ป่าตัวสุดท้ายที่จะต้องพบเจอเหตุการณ์เช่นนี้ ถึงแม้ว่าผมเองจะรู้ว่าความหวังนี้ช่างหรี่ริบจนเกือบเป็นไปไม่ได้

ผมลุกขึ้นจากที่นั่ง ยืนมองสายฝนโปรยข้างหน้าต่าง

“ฉันคิดถึงคนที่ไม่ได้ไปหา อยู่ซ้ำคืนซ้ำวันตั้งคำถาม แรงรู้ดีว่าฉัน แรงมันร้อนแรง ... โอ้ ... แต่แรงมันน้อยแรง” บทเพลงท่อนสุดท้ายร้องกล่าวสื่อถึงความรู้สึกคิดถึงคนที่คำนึงหา

แต่สำหรับผมมันคือ “สัตว์ป่า” ตัวหนึ่ง

เกี่ยวกับผู้เขียน

จองื้อที

แต่เดิมเป็นเด็กต่างจังหวัดจากภาคตะวันออก มุ่งมั่นเข้ามาศึกษาต่อในระดับปริญญาตรีที่คณะวนศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ด้วยความสนใจส่วนตัวและถูกชักชวน จึงเลือกเข้าศึกษาในภาควิชาชีววิทยาป่าไม้ สาขาวิทยาศาสตร์สัตว์ป่าและทุ่งหญ้า ซึ่งระหว่างนั้นก็ได้มีโอกาสช่วยเก็บข้อมูลงานวิจัยสัตว์ป่าในหลายพื้นที่ หลังจากสำเร็จการศึกษาได้รับคำแนะนำให้ไปศึกษาต่อยังสถาบันอื่น จึงได้เข้ามาศึกษาต่อ ณ ภาควิชาชีววิทยา คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ในระดับปริญญาโทต่อมาถึงในระดับปริญญาเอก และยังคงมีสถานภาพเป็นนิสิตอยู่ในปัจจุบันขณะ

"เราพยายามเรียนรู้สิ่งต่างๆมากมาย เพื่อที่สุดท้ายแล้วเราจะได้รู้ว่า แท้จริงแล้งเราไม่ได้รู้อะไรเลย"

พบกับบทความ "แบกเรื่องป่าใส่บ่ามาเล่า" ของ “จองื้อที” ได้ทุกวันที่ 1 และ 16 ของเดือน
กำลังโหลดความคิดเห็น...