xs
xsm
sm
md
lg

เตรียมถ่ายภาพจันทรุปราคาบางส่วน 8 สิงหาคม 2560

เผยแพร่:   โดย: ศุภฤกษ์ คฤหานนท์

ภาพปรากฏการณ์จันทรุปราคาบางส่วน
ในวันอังคารที่ 8 สิงหาคม 2560 เวลา 01:20 น. จะเกิดปรากฏการณ์จันทรุปราคาบางส่วนเห็นได้ในประเทศไทย สามารถเฝ้าสังเกตการณ์ได้ตั้งแต่ในช่วงเที่ยงคืนของวันที่ 7 สิงหาคม โดยพื้นที่บางส่วนทางด้านทิศใต้ของดวงจันทร์จะถูกเงามืดของโลกบังระหว่างเวลา 00:22 - 02:18 น. เงาโลกบังดวงจันทร์มากที่สุดเวลา 01:20 น. คิดเป็นร้อยละ 25 ของเส้นผ่านศูนย์กลางดวงจันทร์ บริเวณที่เห็นจันทรุปราคาครั้งนี้ ได้แก่ ยุโรป เอเชีย ออสเตรเลีย แอฟริกา ทางตะวันออกในอเมริกาใต้ มหาสมุทรแอตแลนติก มหาสมุทรอินเดีย และแอนตาร์กติกา
ระยะเวลาของการเกิดจันทรุปราคาบางส่วน คือ 1 ชั่วโมง 55 นาที
จันทรุปราคาบางส่วน (Partial Lunar Eclipse) เป็นปรากฏการณ์ที่ดวงจันทร์เคลื่อนที่เข้าไปในเงามืดบางส่วน หรือออกจากเงามืดบางส่วน จะเห็นเป็นดวงจันทร์มีลักษณะเว้าแหว่งบางส่วน เกิดขึ้นเมื่อดวงอาทิตย์ โลกและดวงจันทร์ โคจรมาเรียงอยู่ในแนวเดียวกันโดยมีโลกอยู่ตรงกลาง เกิดขึ้นเฉพาะในวันที่ดวงจันทร์เต็มดวงหรือขึ้น 15 ค่ำ
แผนภาพแสดงการเกิดปรากฏการณ์จันทรุปราคาบางส่วน (ภาพอนุเคราะห์ : Timeanddate.com)
จันทรุปราคาไม่ได้เกิดขึ้นบ่อยๆ เนื่องจากระนาบการโคจรของโลกรอบดวงอาทิตย์และระนาบการโคจรของดวงจันทร์รอบโลกทำมุมกัน 5 องศา ในการเกิดจันทรุปราคา ดวงจันทร์จะต้องอยู่บริเวณจุดตัดของระนาบวงโคจรทั้งสอง และต้องอยู่ใกล้จุดตัดนั้นมาก จึงจะเกิดจันทรุปราคาเต็มดวงหรือจันทรุปราคาบางส่วนได้ และในทุกๆ ปีจะเกิดจันทรุปราคาขึ้นอย่างน้อยปีละ 2 ครั้ง

จันทรุปราคาสามารถดูได้จากทุกที่ในฝั่งกลางคืนของโลก ซึ่งต่างกับสุริยุปราคาซึ่งมองเห็นได้เพียงบางพื้นที่ของโลกเท่านั้น จันทรุปราคากินเวลาเป็นชั่วโมง ขณะที่สุริยุปราคาเต็มดวงกินเวลาเพียงไม่กี่นาที นอกจากนี้ จันทรุปราคายังสามารถดูได้โดยไม่ต้องมีสิ่งป้องกันดวงตาหรือการป้องกันเป็นพิเศษ

ตารางการเกิดปรากฏการณ์จันทรุปราคาในเมืองไทย ครั้งต่อไป

เทคนิคการถ่ายภาพปรากฏการณ์ จันทรุปราคาบางส่วน
ในการถ่ายภาพจันทรุปราคาบางส่วนนั้น ก็เหมือนกับการถ่ายภาพดวงจันทร์เต็มดวง แต่เคล็ดลับอย่างหนึ่งก็คือ “ถ่ายดวงจันทร์ให้ได้แสงที่พอดี ไม่สว่างจนเกินไป” เพื่อให้ได้รายละเอียดของเงามืดที่บังดวงจันทร์ที่ชัดเจนมากที่สุด โดยมีรายละเอียดในส่วนต่าง ๆ ดังนี้

1. เลือกใช้เลนส์เทเลโฟโต้ ที่มีทางยาวโฟกัสสูงๆ เพื่อให้ได้ภาพดวงจันทร์ที่มีขนาดใหญ่พอที่ทำให้เห็นเงามืดที่บังดวงจันทร์ได้ชัดเจนมากที่สุด

2.ความเร็วชัตเตอร์ ควรใช้ความเร็วชัตเตอร์ไม่ต่ำมากจนเกินไป เนื่องจากดวงจันทร์มีการเคลื่อนที่เปลี่ยนตำแหน่งตลอดเวลา ซึ่งหากภาพที่ถ่ายออกมามืดเกินไปก็ให้ปรับค่าความไวแสง (ISO) เพิ่มขึ้นจนได้แสงที่พอดี

3.เลือกค่าความไวแสง (ISO) ตั้งแต่ 100-400 โดยการเลือกใช้ก็ขึ้นอยู่กับความสว่างของดวงจันทร์ในขณะนั้นด้วย

4.ใช้ขาตั้งกล้องที่มีความมั่นคงและควรเลือกใช้โหมดการถ่ายภาพแบบต่อเนื่องและถ่ายภาพจำนวนครั้งละหลายๆ รูปเพื่อที่จะนำภาพทั้งหมดมารวมกันเป็นภาพเดียวที่มีความคมชัด

5.ถ่ายภาพดวงจันทร์แบบต่อเนื่องขณะเกิดปรากฏการณ์ในช่วงที่ดวงจันทร์เข้าไปในเงามืดมากที่สุดให้ได้จำนวนภาพตั้งแต่ 10 ภาพหรือมากกว่าขึ้นไป แล้วนำภาพทั้งหมดมารวมกันโดยใช้โปรแกรม Registax (สามารถดาวน์โหลดโปรแกรมได้ที่ http://www.astronomie.be/registax/) โดยโปรแกรมจะเลือกเอาส่วนที่มีความคมชัดของแต่ละภาพมารวมกันให้เป็นภาพที่มีความคมชัดทั่วทั้งภาพ

6.การบันทึกข้อมูลควรเลือกรูปแบบไฟล์เป็น RAW format เพื่อที่จะสามารถนำมาปรับแก้ได้ภายหลัง
โปรแกรม Registax (สามารถดาวน์โหลดโปรแกรมได้ที่ http://www.astronomie.be/registax/)
สามารถดูรายละเอียดการใช้งานโปรแกรม Registax ได้ตามลิงก์ https://goo.gl/CWCRRu

เกี่ยวกับผู้เขียน
ศุภฤกษ์ คฤหานนท์

สำเร็จการศึกษาครุศาสตรบัณฑิต สาขาฟิสิกส์ จากมหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่ และครุศาสตรมหาบัณฑิต สาขาเทคโนโลยีและการสื่อสาร จากมหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่

ปัจจุบันเป็นหัวหน้างานบริการวิชาการทางดาราศาสตร์ สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ สดร., เคยทำวิจัยเรื่อง การทดสอบค่าทัศนวิสัยท้องฟ้าบริเวณสถานที่ก่อสร้างหอดูดาวแห่งชาติ มีประสบการณ์ในฐานะวิทยากรอบรมการดูดาวเบื้องต้น และเป็นวิทยากรสอนการถ่ายภาพดาราศาสตร์ในโครงการประกวดภาพถ่ายดาราศาสตร์ ประจำปี 2554 ของ สดร.ในหัวข้อ “มหัศจรรย์ภาพถ่ายดาราศาสตร์ในเมืองไทย”

“คุณค่าของภาพถ่ายนั้นไม่เพียงแต่ให้ความงามด้านศิลปะ แต่ทุกภาพยังสามารถอธิบายด้วยหลักการทางวิทยาศาสตร์ได้อีกด้วย”

อ่านบทความ ศุภฤกษ์ คฤหานนท์ ทุกวันจันทร์ที่ 1 และ 3 ของเดือน

กำลังโหลดความคิดเห็น...