xs
xsm
sm
md
lg

รับทุนนักวิจัยแกนนำเดินหน้าพัฒนานวัตกรรมรักษามะเร็งด้วยภูมิคุ้มกันบำบัด

เผยแพร่:   โดย: MGR Online

.นพ.สุรเดช หงส์อิง
นักวิจัยมหิดลรับทุนวิจัยแกนนำปี '59 เดินหน้าพัฒนานวัตกรรมรักษามะเร็งด้วยภูมิคุ้มกันบำบัด แนวทางใหม่ทดแทนการบำบัดแบบเดิมๆ ที่มีโอกาสทำลายเซลล์ปกติในร่างกายจนเกิดผลข้างเคียงไม่พึ่งประสงค์

โครงการการพัฒนานวัตกรรมเพื่อการรักษามะเร็งด้วยวิธีการเพิ่มภูมิคุ้มกันบำบัด (Development of innovative therapy for cancer; adoptive immunotherapy) ซึ่งนำโดย ศ.นพ.สุรเดช หงส์อิง คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล เป็นหนึ่งใน 2 โครงการที่ได้รับ ทุนนักวิจัยแกนนำประจำปี 2559 จาก สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ซึ่งเป็นทุนวิจัยทั้งหมด 40 ล้านบาท

ศ.นพ.สุรเดช หงส์อิง คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวว่า มะเร็งเป็นโรคที่ทำให้เกิดอัตราการเสียชีวิตเป็นอันดับต้นๆ ทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศ นอกจากนี้พบว่า มีการรายงานจำนวนผู้ป่วยเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ การรักษาโรคมะเร็งสามารถทำได้หลายรูปแบบ อาทิ การบำบัดด้วยฮอร์โมน การผ่าตัด รังสีรักษา เคมีบำบัด เป็นต้น ซึ่งวิธีการรักษาเหล่านี้ขึ้นอยู่กับชนิด ระยะของโรค การกระจายของโรค รวมไปถึงความแข็งแรงของผู้ป่วย และวิธีการรักษาที่ผู้ป่วยเคยได้รับมาก่อน

อย่างไรก็ตาม วิธีการดังกล่าวยังมีโอกาสทำลายเซลล์ปกติในร่างกายนอกเหนือจากการทำลายเซลล์มะเร็ง ซึ่งอาจส่งผลให้เกิดอาการข้างเคียงหรืออาการไม่พึงประสงค์ ทำให้ผู้ป่วยได้รับความทุกข์ทรมาน และอาจทำให้เกิดการเสียชีวิตได้ แต่ในปัจจุบันการศึกษาวิจัยค้นหาวิธีการรักษาโรคมะเร็งสมัยใหม่มุ่งเน้นการค้นหาตัวยาหรือวิธีการรักษาที่มีความจำเพาะเจาะจงกับเซลล์มะเร็งมากขึ้น เพื่อลดผลข้างเคียงต่อเซลล์ปกติในร่างกายดังกล่าว

หนึ่งในวิธีการรักษาที่เป็นที่ยอมรับในระดับนานาชาติ ได้แก่ วิธีการรักษาด้วยภูมิคุ้มกันบำบัด (Immunotherapy) โดยอาศัยระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายในการทำลายเซลล์มะเร็ง เป็นวิธีที่มีความปลอดภัยสูง เนื่องจากเซลล์ภูมิคุ้มกันที่นำมาใช้นั้นเป็นเซลล์ของผู้ป่วยเองจึงเป็นที่มาของโครงการวิจัย โดยมุ่งความสนใจในการรักษาผู้ป่วยมะเร็งระบบประสาทซิมพาเธติกชนิดนิวโรบลาสโตมา (Neuroblastoma) เพื่อใช้เป็นต้นแบบในการศึกษาการรักษาโรคมะเร็งด้วยวิธีภูมิคุ้มกันบำบัด

ผลที่คาดว่าจะได้รับภายใต้โครงการวิจัยทุนแกนนำนี้ เป็นการทำงานร่วมกันของทีมวิจัยจากมหาวิทยาลัยที่มีชื่อเสียงทั้งภายในและนอกประเทศในการศึกษามุ่งเป้าเพื่อพัฒนาวิธีการรักษาโรคมะเร็งโดยใช้ความรู้ทางด้านภูมิคุ้มกันวิทยาซึ่งเป็นเพิ่มศักยภาพและขีดความสามารถในการดูแลรักษาผู้ป่วย และเป็นการพัฒนาบุคลากรของประเทศในการพัฒนาเทคโนโลยี ด้านการรักษา ตลอดจนความเป็นไปได้ในการพัฒนาต่อยอดเพื่อรักษามะเร็งชนิดอื่นๆ ต่อไป ซึ่งจะส่งผลในการเพิ่มโอกาสให้ประชาชนได้เข้าถึงมาตรฐานการรักษาที่เท่าเทียมกัน รวมถึงการพัฒนาให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางการรักษาด้วยวิธีภูมิคุ้มกันบำบัดในภูมิภาคอาเซียน ทำให้รองรับผู้ป่วยจากนานาประเทศในแถบภูมิภาค ซึ่งจะส่งผลดีต่อเศรษฐกิจของชาติโดยรวมอีกด้วย

ส่วนอีกโครงการวิจัยที่ได้รับทุนนักวิจัยแกนนำประจำปี 2559 คือ โครงการเครือข่ายวิจัยและนวัตกรรมเพื่อการค้าและการผลิตอาหารและพลังงานอย่างยั่งยืน ซึ่งนำโดย ศ.ดร.แชบเบียร์ กีวาลา หัวหน้ากลุ่มวิจัยการประเมินความยั่งยืนตลอดวัฏจักรชีวิต บัณฑิตวิทยาลัยร่วมด้านพลังงานและสิ่งแวดล้อม มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี