xs
xsm
sm
md
lg

เกาะ "แสง" ย้อนสู่ยุคไอน์สไตน์กับหนังวิทย์จากเกาหลี

เผยแพร่:   โดย: MGR Online


นั่งดูหนัง ฟังเรื่องแสง ในเทศกาลหนังวิทย์ ปี'58 เทศกาลภาพยนตร์วิทยาศาสตร์เพื่อการเรียนรู้คู่ความสนุกระดับจากผู้กำกับนานาชาติ ที่ขนมาให้ชมกันถึง 23 เรื่อง ห้ามพลาดไฮไลท์! "สัมพัทธภาพแห่งแสง" หนังไอน์สไตน์สัญชาติเกาหลีเนื้อหาแน่น เอฟเฟ็กต์อลังการ ตั้งแต่วันนี้ถึง 20 ธ.ค.

เปิดตัวอย่างเป็นทางการมาระยะหนึ่งแล้วสำหรับเทศกาลภาพยนตร์วิทยาศาสตร์เพื่อการเรียนรู้ประเทศไทย (Science Film Festival) นิทรรศการภาพยนตร์สาระบันเทิงด้านวิทยาศาสตร์, การแพทย์ และเทคโนโลยีจาก 11 ประเทศทั่วโลก ที่นำมาให้คนไทยได้รับชม เพื่อเปิดโลกทรรศน์และสร้างเสริมความสนใจวิทยาศาสตร์

โอกาสนี้ทีมข่าวผู้จัดการวิทยาศาสตร์ได้ร่วมชมภาพยนตร์ในเทศกาลนี้ ที่จัตุรัสวิทยาศาสตร์ ชั้น4 จัตุรัสจามจุรี สามย่าน กรุงเทพฯ ด้วย โดยเรื่องแรกที่เราเลือกชมคือ เรื่อง "สัมพัทธภาพแห่งแสง" (the physics of Light) จากประเทศเกาหลีใต้ ซึ่งเป็นภาพยนตร์ประเภทวิทยาศาสตร์ทั่วไป การแพทย์และเทคโนโลยี

สัมพัทธภาพแห่งแสงบอกเล่าเรื่องราวการออกเดินทางตามแสงของชายหนุ่มเกาหลีคนหนึ่ง ที่พยายามอธิบายให้ผู้ชมเข้าใจว่า ทฤษฎีและการทดลองทางฟิสิกส์อันยิ่งใหญ่บนโลกใบนี้ล้วนเกิดจากความสงสัยเกี่ยวกับแสง เนื่องจากเมื่อครั้งที่นักฟิสิกส์ชื่อก้องโลกนามว่า "อัลเบิร์ต ไอน์สไตน์" ยังเด็ก เขาเคยตั้งคำถามกับตัวเองไว้ว่า "คนจะเดินทางด้วยความเร็วแสงได้หรือไม่?"

ภาพยนตร์ลำดับเรื่องให้คนดูย้อนเวลากลับไปในยุคที่ไอน์สไตน์ยังมีชีวิต โดยได้จำลองสถานการณ์ ความสงสัย และการทดลองสำคัญๆ ของไอน์สไตน์ที่นำไปสู่การค้นพบทฤษฎีสัมพัทธภาพ ซึ่งสร้างชื่อให้เขากลายเป็นนักวิทยาศาสตร์เอกของโลก ภาพยนต์ยังสอดแทรกเรื่องราวชวนคิดและเกร็ดความรู้ทางฟิสิกส์อยู่เป็นระยะ ทำให้เวลาการฉายที่นานนับชั่วโมงแทบจะละสายตาไม่ได้แม้สักวินาทีเดียว

ความโดดเด่นของภาพยนตร์เรื่องสัมพัทธภาพของแสงไม่ได้มีดีแค่การเล่าเรื่องของไอน์สไตน์และเรื่องราวต่างๆ เกี่ยวกับแสง เพราะการใช้เอฟเฟ็กต์ช่วยเล่าเรื่อง ทำให้การทดลองยากๆ เช่น การคะเนความเร็วของวัตถุที่กำลังเคลื่อนที่ หรือการสังเกตวัตถุเมื่อเคลื่อนที่ด้วยความเร็วแสงกลายเป็นเรื่องง่าย ประกอบกับการใช้มุมกล้องที่หลากหลายทำให้ภาพยนตร์วิทยาศาสตร์เชิงลึกเรื่องนี้ ไม่ใช่สิ่งที่ยากเกินไปสำหรับคนดู

ผู้จัดการวิทยาศาสตร์ยังเลือกชมภาพยนตร์เกี่ยวกับแสงเรื่องอื่นๆ อีก โดยเรื่องถัดมาเป็นเรื่องราวแสงธรรมดาที่ไม่ธรรมดา เพราะเป็นแสงที่เห็นจากบนฟากฟ้า ชื่อว่า "แสงเหนือ ประสบการณ์มหัศจรรย์ " (Northern Lights : A magic experience) ภาพยนตร์แนวสารคดีจากนอร์เวย์ ที่เล่าถึงความสงสัยของการเกิดแสงเหนือตั้งแต่ยุคโบราณ ไปจนถึงการเดินทางสำรวจแสงเหนือจากนักถ่ายภาพนานาชาติ, นักวิจัยแสงเหนือ ไปจนถึงความก้าวหน้าของเทคโนโลยีดาวเทียม

ภาพเคลื่อนไหวจากแสงเหนือของจริงที่นำมาใช้ในเรื่องนี้ ถูกถ่ายทอดออกมาได้อย่างดีจนเป็นภาพที่สวยงามประทับใจ ทำให้การชมภาพยนตร์กว่า 30 นาที เหมือนต้องมนต์สะกด จนหลายคนที่ร่วมชมภาพยนตร์พร้อมกับเรา ถึงกับเอ่ยออกมาว่า "จะยังไม่ยอมตาย ถ้ายังไม่ได้ดูแสงเหนือด้วยตาตัวเอง" เพราะนอกจากเกร็ดความรู้ที่ถูกถ่ายทอดออกมาแบบไม่อั้นแล้ว ในภาพยนตร์ยังให้คำแนะนำเกี่ยวกับการถ่ายรูปแสงออโรราให้ชัดเจนด้วย
สำหรับเรื่องที่ 3 เราเลือกชมเป็นภาพยนตร์จากสหรัฐฯ เรื่อง "จากห้องมืดสู่ดิจิทัล" (from Darkroom to daylight) ซึ่งเป็นเรื่องแสงเรื่องใกล้ตัวที่ถ่ายทอดความเป็นมาของการถ่ายภาพตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน โดยเล่าถึงการเปลี่ยนแปลงจากการใช้กล้องฟิล์มในการถ่ายภาพ มาเป็นกล้องดิจิทัล ผ่านการสัมภาษณ์ช่างภาพฝีมือดีกว่า 20 คน ที่ผลัดกันมาถ่ายทอดความนึกคิดของตนต่อการบันทึกภาพจากเทคโนโลยีแสงในยุคเก่าจนเป็นแบบดิจิทัลในปัจจุบัน ที่นำมาสู่การสร้างสรรค์โปรแกรมอะโดบีโฟโตชอป (Adobe Photoshop)

ส่วนภาพยนตร์แสงเรื่องสุดท้ายที่เราชมเป็นเรื่องเกี่ยวกับ "สายรุ้ง" ใน "รายการรู้ยัง? ตอนสายรุ้งเกิดได้อย่างไร?" (Now You Know - How Does A Rainbow Happen) ภาพยนตร์การ์ตูนวิทยาศาสตร์สร้างสรรค์จากแคนาดา ที่ทำให้ผู้ชมได้เข้าใจถึงแก่นแท้การเกิดสายรุ้งได้แบบง่ายๆ ภายในเวลาการฉายเพียงแค่ 7 นาที

การ์ตูน สายรุ้งเกิดได้อย่างไร ? ดำเนินเรื่องโดยการ์ตูนเด็กผู้ชายชื่อ "ฮาวอี้" กับลิงน้อยบาบูคู่หูเพื่อนรัก ที่เกิดความสงสัยว่าสายรุ้งเกิดขึ้นได้อย่างไร ? จึงเดินทางไปหานักวิทยาศาสตร์ใจดีให้ช่วยคลายความสงสัย ซึ่งเขาก็ได้อธิบายให้ฮาวอี้เข้าใจว่า ความจริงแล้วแสงอาทิตย์ที่เราเห็นเป็นสีขาว แบ่งออกได้อีกเป็น 7 สีหากแยกด้วยปริซึม ซึ่งเป็นหลักการเดียวกันกับการเกิดสายรุ้ง ที่หยาดฝนแต่ละเม็ดทำตัวเป็นปริซึมแท่งเล็กๆ นับล้านแท่ง จนคนมองเห็นสายรุ้งได้เมื่อมีแสงมาตกกระทบกับละอองน้ำ หลังเกิดฝนตก

สำหรับเทศกาลภาพยนตร์วิทยาศาสตร์เพื่อการเรียนรู้ประเทศไทย (Science Film Festival) จัดขึ้นโดยความร่วมมือระหว่างสถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.), องค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ (อพวช.), สถาบันสอนภาษาเยอรมันเกอเธ่ และหน่วยงานพันธมิตรกว่า 10 หน่วยงาน เพื่อให้นักเรียน นักศึกษาและผู้สนใจทั่วไปได้เข้าถึงภาพยนตร์วิทยาศาสตร์ที่เป็นผลงานระดับนานาชาติ

เทศกาลภาพยนตร์วิทยาศาสตร์เพื่อการเรียนรู้ในปีนี้จัดขึ้นเป็นปีที่ 11 แล้วภายใต้หัวข้อ “ปีสากลแห่งแสง” (International Year of Light 2015) โดยฉายภาพยนตร์วิทยาศาสตร์นานาชาติกว่า 23 ผลงาน และแบ่งออกเป็นภาพยนตร์ประเภทสาระบันเทิง และภาพยนตร์ประเภทวิทยาศาสตร์ทั่วไป
ทั้งนี้เทศกาลภาพยนตร์วิทยาศาสตร์เพื่อการเรียนรู้ประเทศไทย จะจัดขึ้นตั้งแต่วันนี้ไปจนถึงวันที่ 20 ธ.ค. 58 โดยมีศูนย์จัดฉายภาพยนตร์ ดังนี้

- อพวช. จัดฉาย 3 แห่ง ได้แก่ พิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์, พิพิธภัณฑ์เทคโนโลยีสารสนเทศ ต.คลองห้า อ. คลองหลวง จ.ปทุมธานี และจัตุรัสวิทยาศาสตร์ อพวช. อาคารจัตุรัสจามจุรี สามย่าน

-สสวท.ร่วมกับศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการศึกษาทั่วประเทศ 19 แห่ง

- สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) อุทยานวิทยาศาสตร์ประเทศไทย จ.ปทุมธานี

-โรงภาพยนตร์ศรีศาลายา จ.นครปฐม

-อุทยานการเรียนรู้ทีเคพาร์ก เซ็นทรัลเวิลล์

-อุทยานการเรียนรู้เมืองนครศรีธรรมราช

-นานมีบุ๊คส์ สุขุมวิท 31

-คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่

-อุทยานวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยเชียงใหม่

หรือ ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.sciencefilmfestival.org











กำลังโหลดความคิดเห็น...