เอพี/เอเฟพี/บีบีซีนิวส์/วิกิพีเดีย – โครงการดาวเทียมระบุพิกัด “กาลิเลโอ” สัญชาติยุโรปเจอทางตัน เหตุเพราะ 8 บริษัทที่รับผิดชอบโครงการตกลงกันไม่ได้ ทำให้โครงการไม่คืบ จนอียูต้องยื่นมือเข้าช่วย ดึงเงินจากภาคเกษตรกรรม, วิจัย เข้ามาหนุน เพื่อกู้สถานการณ์ให้ดำเนินการต่อไปได้
คณะกรรมาธิการยุโรป (European Commission) แถลงความคืบหน้าเงินทุนสนับสนุนโครงการดาวเทียมกาลิเลโอ (Galileo) ว่า ทางสหภาพยุโรปหรืออียู (European Union: EU) จะเข้ามาช่วยเหลือปัญหาด้านการเงินที่โครงการยังขาดอยู่อีกจำนวน 2.4 พันล้านยูโร (ประมาณ 105.6 พันล้านบาท) หลังจากที่ 8 บริษัทที่รับผิดชอบโครงการตกลงกันไม่ได้ ทำให้โครงการกาลิเลโอต้องหยุดชะงักไปชั่วคราว
แจ๊คกี้ บาร์รอต (Jacques Barrot) กรรมาธิการการคมนาคมยุโรป กล่าวว่า โครงการระบบดาวเทียมกาลิเลโอความจำเป็นต่อประเทศสมาชิกในยุโรปอย่างมาก จึงต้องเร่งดำเนินการต่อให้แล้วเสร็จ แต่ขณะนี้โครงการต้องหยุดชะงักลง เนื่องจากบริษัทที่ร่วมกันรับผิดชอบโครงการดังกล่าวทั้ง 8 บริษัท ที่มาจากประเทศฝรั่งเศส, เยอรมนี, สเปน, อังกฤษ และอิตาลี ตกลงแบ่งปันผลประโยชน์และความรับผิดชอบไม่ลงตัวกันสักที ทำให้ประสบปัญหาด้านการเงินที่จะนำมาพัฒนาโครงการให้แล้วเสร็จตามที่ตั้งเป้าเอาไว้ภายในปี 2556
บาร์รอต ได้เปิดเผยต่อไปว่า ล่าสุดนี้ทางอียูได้มีมติแล้วว่าจะสนับสนุนเงินทุนให้กับโครงการกาลิเลโอได้ดำเนินการต่อไปอย่างแน่นอนภายในสิ้นปีนี้ โดยอียูจะนำเงินที่ต้องนำไปสนับสนุนให้กับภาคเกษตรกรรมและงานวิจัยมาอุดหนุนให้กับโครงการกาลิเลโอก่อน เป็นจำนวนทั้งสิ้น 1.1 พันล้านบาท และอีกส่วนหนึ่งก็จะนำเงินในระบบการจัดการของอียูที่ยังไม่ได้ใช้จ่ายออกไป จำนวน 9.68 ร้อยล้านบาท เข้ามาร่วมด้วย
อย่างไรก็ดี การสนับสนุนของอียูอาจถูกต่อต้านจากบางประเทศที่เป็นสมาชิก โดยเฉพาะเยอรมนีที่มีบทบาทมากในโครงการกาลิเลโอ โดยเมื่อต้นปีที่ผ่านมาบริษัทในกรุงเบอร์ลินมีทีท่าโอนเอียงไปทางฝ่ายรัฐบาลที่ให้การสนับสนุนเงินทุนโดยผ่านทางองค์การอวกาศยุโรปหรืออีซา (European Space Agency: ESA) ด้วยเช่นกัน ซึ่งบาร์รอตเองก็ได้ชี้แจงต่อว่า ทางอีซาได้วางแผนจะเข้ามาจัดการโครงการด้วย เพื่อสร้างความมั่นใจในการดำเนินการและการแบ่งปันผลประโยชน์ และทางคณะกรรมาธิการก็ยังคงเชื่อมั่นและไว้วางใจเยอรมนีเหมือนอย่างที่ผ่านมา เพราะถึงอย่างไรศูนย์ควบคุมกาลิเลโอ 1 ใน 2 ก็อยู่ในมิวนิค
ทั้งนี้ ระบบดาวเทียมระบุตำแหน่งกาลิเลโอ (Galileo positioning system) เกิดจากความร่วมมือระหว่างอียูและอีซาในการพัฒนาระบบดาวเทียมเพื่อใช้ประโยชน์ในการค้นหาและระบุตำแหน่งของผู้ใช้บริการ เช่นเดียวกับจีพีเอส (Global Positioning System: GPS) ของสหรัฐฯ หรือโกลนาสส์ (Global Navigation Satellite System: GLONASS) ของรัสเซีย แต่ต่างกันตรงที่กาลิเลโอของยุโรปมุ่งใช้ประโยชน์ด้านพลเรือนเป็นหลัก ขณะที่จีพีเอสและโกลนาสส์เน้นใช้ประโยชน์ด้านการทหารเป็นหลัก
ระบบดาวเทียมกาลิเลโอตั้งชื่อตาม “กาลิเลโอ กาลิเลอิ” (Galileo Galilei) นักดาราศาสตร์ชาวอิตาลี และเรียกชื่อย่อว่า “กาลิเลโอ” เพื่อไม่ให้ซ้ำกับจีพีเอสของสหรัฐฯ ที่มีอยู่ก่อนแล้ว ทั้งนี้ กลุ่มประเทศอียูได้เริ่มดำเนินโครงการกาลิเลโอครั้งแรกเมื่อเดือน มี.ค. 2546 โดยมี 8 บริษัทใน 5 ประเทศเป็นผู้รับผิดชอบโครงการดังกล่าว และหลังจากนั้นก็มีอีกหลายประเทศมาเข้าร่วมโครงการกาลิเลโอเพิ่มมากขึ้น ซึ่งรัสเซียเองก็อาจเข้าร่วมด้วยเช่นกัน
กระทั่งวันที่ 28 ธ.ค. 2548 จึงได้ฤกษ์ปล่อยดาวเทียมดวงแรกของระบบ จีไอโอวีอี-เอ (Galileo In-Orbit Validation Element: GIOVE-A) ขึ้นไปโคจรรอบโลกได้สำเร็จและเริ่มทดลองใช้งานแล้ว จากที่วางแผนไว้ทั้งหมด 30 ดวง และจะทยอยดำเนินการให้เสร็จสิ้นภายในปี 2556 แต่โครงการก็มาสะดุดลงดังที่ได้กล่าวไปแล้วในตอนต้น จึงยังไม่มีการปล่อยดาวเทียมดวงใดๆ ต่อมาอีก และหลังจากที่อียูเข้ามาสนับสนุนให้ดำเนินการต่อ ก็ได้วางแผนส่งดาวเทียมดวงถัดไปปลายปีนี้
ดาวเทียมแต่ละดวงในโครงการกาลิเลโอมีขนาด 2.7 เมตร x 1.2 เมตร x 1.1 เมตร หนัก 675 กิโลกรัม มีแผงรับแสงอาทิตย์ขนาด 18.7 เมตร สามารถผลิตพลังงานได้ 1,500 วัตต์ ตลอดอายุการใช้งาน 12 ปีเป็นอย่างน้อย และมีวงโคจรสูงจากพื้นโลกเป็นระยะทาง 23,222 กิโลเมตร โดยมีศูนย์ควบคุมการทำงานของระบบดาวเทียมอยู่ 2 แห่ง คือที่เมืองมิวนิค ประเทศเยอรมนี และ กรุงโรมประเทศอิตาลี รวมทั้งศูนย์ประสานงานร่วมอีก 2 แห่งในกรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ และกรุงมาดริด ประเทศสเปน
สำหรับการให้บริการของระบบกาลิเลโอเพื่อการใช้ประโยชน์ด้านพลเรือนแบ่งได้เป็น 3 ส่วนหลัก ๆ ได้แก่ การคมนาคม การพาณิชย์ และเพื่อความสงบสุขของสารธารณชนด้านอื่นๆ ตลอดจนการช่วยเหลือผู้ประสบภัยจากเหตุการณ์ต่างๆ โดยใช้สัญญาณคลื่นวิทยุที่ความถี่ต่างกันตามความเหมาะสม มีอยู่ 3 ช่วงด้วยกัน คือ 1164–1214 เมกะเฮิร์ต, 1260–1300 เมกะเฮิร์ต และ 1563–1591 เมกะเฮิร์ต ซึ่งระบบกาลิเลโอสามารถระบุตำแหน่งได้ละเอียดและแม่นยำมากกว่าจีพีเอสและโกลนาสส์ด้วย


