xs
xsm
sm
md
lg

"Final Warning-Hope" 2 หนังสั้น "ลดโลกร้อน" สาระดีๆ จากคนรุ่นใหม่

เผยแพร่:   โดย: MGR Online


"โลกร้อน" คำฮิตประจำยุคนี้จะไม่ใช่เรื่องยากหรือไกลตัวอีกต่อไป เมื่อกลุ่มเยาวชนเลือดใหม่จับมาแปลงโฉมเสียใหม่ ให้เป็นเรื่องใกล้ตัว และชวนติดตามมากขึ้น ในรูปของภาพยนตร์แอนิเมชันขนาดสั้น 2 รส 2 อารมณ์แต่เป้าหมายเดียวกันคือ "พิชิตปัญหาโลกร้อนให้ได้" นั้นเอง

การประกวดรายการ "AACP Thailand Animation Contest 2007" ชิงถ้วยรางวัลพระราชทานสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ในหัวข้อ "รวมพลังลดโลกร้อน" ที่จัดขึ้นมาแล้วตั้งแต่ต้นเดือน มิ.ย.ได้ผลงานที่ชนะเลิศแล้วคือ "Final Warning" และ "Hope" ซึ่งลอยลำคว้ารางวัลมาครองได้ เหนือคู่แข่งจาก 260 ทีมทั่วประเทศ

ภาพยนตร์สั้น 3 มิติตลอดเรื่อง "Final Warning" เป็นเรื่องราวของหุ่นยนต์ลึกลับจากโลกอนาคตที่มาหาสาเหตุของภาวะโลกร้อนในปัจจุบัน เพื่อย้ำเตือนมนุษย์ให้เห็นความสำคัญของปัญหาโลกร้อนอย่างทันท่วงที และเราไม่ควรเอาแต่ปัดความรับผิดชอบให้พ้นตัวเองเท่านั้น โดยสาเหตุที่ทำให้โลกร้อนคือการใช้พลังงานอย่างมากมายจนไม่รู้คุณค่า ซึ่งผลงานชิ้นนี้ได้รับรางวัลชนะเลิศการประกวดในระดับอุดมศึกษา พร้อมคว้าสิทธิ์ไปชม "Tokyo Games Show 2007" หรือมหกรรมแอนิเมชันที่ใหญ่ที่สุด ณ ประเทศญี่ปุ่น ระหว่างวันที่ 19-24 ก.ย.

เจ้าของผลงาน "Final Warning" ประกอบด้วย 3 หนุ่มจากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี คือ "นิว-สุเรนทร์ โพธิ์ภิรเลิศ" นักศึกษาชั้นปี 5 คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ "แม็กซ์-อธิปไตย สุวรรณ" นักศึกษาชั้นปี 4 ภาควิชาภาพยนตร์ และ "กอล์ฟ-กฤษชัย หลงหาน" นักศึกษาชั้นปี 3 ภาควิชามัลติมีเดีย คณะเทคโนโลยีสื่อสารมวลชน ภายใต้การแนะนำของอาจารย์ศรชัย บุตรแก้ว จากคณะเดียวกัน

"จุดแข็งที่ทำให้เราได้รางวัลน่าจะเป็นเทคนิคการสร้างภาพแอนิเมชัน 3 มิติตลอดทั้งเรื่อง ส่วนเนื้อเรื่องได้ดัดแปลงมาจากบางส่วนของภาพยนตร์ The Day after Tomorrow ซึ่งสะท้อนปัญหาในอนาคตเพื่อหวังจะกระตุ้นความสนใจของผู้คนต่อเรื่องโลกร้อนให้มากขึ้น

ที่ผ่านๆ มาเรามักคิดกันว่าปัญหานี้เป็นเรื่องเล็กๆ น้อยๆ แต่จริงๆ แล้วมันมีผลสะสมร้ายแรงในอนาคต" อธิปไตย หนึ่งหนุ่มสมาชิกทีม "Creative Max" ซึ่งมีประสบการณ์ช่ำชองจากการแข่งขันภาพยนตร์แอนิเมชันร่วม 20 รายการ และคว้ารางวัลมาได้หลายครั้งกล่าว โดยพวกเขาเปิดเผยว่า จะเก็บเกี่ยวความรู้จากการชมงาน ณ ประเทศญี่ปุ่นมาสู่เส้นทางอาชีพและพัฒนาวงการแอนิเมชันไทยให้ได้ในที่สุด

ส่วนผลการตัดสินการประกวดในระดับมัธยมศึกษา ผลงานเรื่อง "Hope" จากทีม "La Voix Du Vent" ของ 3 นักเรียนชั้นม.5 สายศิลป์-ฝรั่งเศส จากโรงเรียนแก่นนครวิทยา จ.ขอนแก่น ประกอบด้วย "แซท-ชัยธวัช แสงกล้า", "วิว-ฐนธร ชาวโพธิ์" และ "น้ำ-เปรมนุดี สิมสวัสดิ์" คว้ารางวัลชนะเลิศไปครอง โดยมีอาจารย์ที่ปรึกษาคือ อาจารย์บุญเลิศ เจริญมูล ครูสอนคณิตศาสตร์เป็นผู้ให้คำแนะนำ

"Hope" เป็นภาพยนตร์แอนิเมชัน 2 มิติ นำเสนอเรื่องราวของภาวะโลกร้อนในแง่มุมของสัตว์นานาชนิด ทั้งหมีขั้วโลกใต้ ยุง สุนัข เป็ด และสิงโต ที่ได้รับผลกระทบจากปัญหาภาวะโลกร้อนอันเนื่องมาจากพฤติกรรมของมนุษย์ ซึ่งในภาพยนตร์ได้นำเสนอวิธีดูแลรักษาโลกให้ปลอดจากภาวะโลกร้อนในรูปแบบเพลงประกอบเรื่องราว อาทิ การใช้พลังงานสะอาด การใช้พลังงานอย่างประหยัด และการช่วยกันปลูกต้นไม้ให้มากขึ้น

สำหรับ “Hope” เป็นอีกหนึ่งผลงานที่ได้รับแรงบันดาลใจมาจากหนังสือเรื่อง "An Inconvenient Truth" ที่แปลเป็นฉบับภาษาไทยชื่อ "โลกร้อน...ความจริงที่ไม่มีใครอยากฟัง" ของ "อัล กอร์" (Al Gore) อดีตรองประธานาธิบดีสหรัฐฯ

"เมื่อพวกเราได้เข้ามาค้นหาข้อมูลเกี่ยวกับปัญหาโลกร้อนมากขึ้นก็ทำให้พบว่า ปัญหานี้มันรุนแรงกว่าที่คิดไว้มาก ทุกประเทศต้องช่วยกัน เช่น การประหยัดพลังงาน โดยเชื่อว่าคนสมัยนี้ต่างรู้จักปัญหานี้กันแล้ว จึงอยากให้ร่วมด้วยช่วยกันแก้ปัญหา ส่วนที่ได้รับรางวัลก็รู้สึกดีใจ ภูมิใจ และตื่นเต้นมากๆ" ฐนธร ว่า ซึ่งผลการแข่งขันนี้ทำให้ทั้ง 3 จะได้มีโอกาสชมงานยังประเทศญี่ปุ่นด้วยเช่นกัน

ด้าน ดร.ชฎามาศ ธุวะเศรษฐกุล รองผอ.ศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ (เนคเทค) กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (วท.) หน่วยงานที่ร่วมจัดการประกวด เปิดเผยว่า การประกวดภาพยนตร์สั้นครั้งนี้ จะช่วยให้เยาวชนไทยได้รู้จักปัญหาโลกร้อนด้วยสื่อบันเทิงที่เสพได้ง่าย พร้อมๆ กับเป็นการพัฒนากำลังคนในด้านนี้ในเวลาเดียวกัน

ขณะที่สถานการณ์ด้านการผลิตแอนิเมชันในไทย ดร.ชฎามาศ บอกว่า จากการสำรวจของสำนักงานส่งเสริมอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน )หรือ "ซิป้า" พบว่า อุตสาหกรรมซอฟต์แวร์ไทยมีมูลค่าถึง 62,000 ล้านบาท/ปี ในจำนวนนี้ 3,000 ล้านบาทเป็นตลาดของแอนิเมชัน

ทว่าประเทศไทยกลับมีเพียงบุคลากรด้านซอฟต์แวร์เพียง 1,300 คน ซึ่งการประกวดรายการนี้จะเป็นกลไกหนึ่งที่จะพัฒนาบุคลากรด้านนี้ของไทยได้ โดยตั้งเป้าว่าในอีก 2 ปีข้างหน้า ไทยจะมีบุคลากรด้านซอฟต์แวร์เพิ่มขึ้น 10% และพึ่งพาตัวเองให้ได้อย่างน้อย 80% จากปัจจุบันที่ 60%

ส่วนที่ว่าภาพยนตร์ที่ได้รับรางวัลทั้ง 2 เรื่องนี้ จะได้รับการเผยแพร่สู่สาธารณชนในวงกว้างได้รับรู้และตระหนักในปัญหาภาวะโลกร้อนด้วยกัน ตลอดจนจะกระตุ้นความสนใจด้านแอนิเมชันของเยาวชนไทยได้อย่างไรนั้น คงจะเป็นเรื่องที่ต้องติดตามรับชมกันต่อไป





ผลงานเรื่อง Hope