บีบีซีนิวส์/เอพี – นักวิจัยสังเกตพบ “ชิมแปนซี” รู้จักใช้อาวุธปลายแหลมเป็นเครื่องมือไล่ล่าสัตว์ตัวเล็กกว่า แม้จะยังไม่เคยพบมาก่อน เชื่อว่าเป็นเพราะอยู่ในถิ่นที่ไม่คุ้นเคย ทำให้ต้องพัฒนาวิธีการหาอาหาร หนำซ้ำยังเห็นชัดเจนว่า “เพศเมีย” มีบทบาทในการล่าและใช้อาวุธมากกว่า “เพศผู้” ทำให้อาจต้องทบทวนวิวัฒนาการของมนุษย์กันอีกครั้ง
ชิมแปนซีในทุ่งหญ้าซาวานนา ประเทศเซเนกัล (Senegal) ปรากฎพฤติกรรมที่ทำให้นักวิจัยต้องประหลาดใจ เมื่อสิ่งมีชีวิตเหล่านี้รู้จักสร้างและใช้อาวุธไม้คล้ายหอกเพื่อไล่ล่าตัวเบบี้บุช (baby bush) โดยจิล พรูเอตซ์ (Jill Pruetz) ผู้ช่วยศาสตราจารย์ด้านมานุษยวิทยา มหาวิทยาลัยรัฐไอโอวา สหรัฐฯ (Iowa State University) และพาโซ เบอร์โทลานี (Paco Bertolani) ศูนย์ศึกษาวิวัฒนาการมนุษย์เลเวอร์ฮัลม์ ในเคมบริดจ์ สหราชอาณาจักร (Leverhulme Centre for Human Evolutionary Studies in Cambridge, UK) ผู้นำทีมศึกษา ได้เขียนรายงานถึงพฤติกรรมดังกล่าวลงในวารสาร “เคอร์เร็นต์ ไบโอโลจี” (Current Biology) ระบุว่า พวกเขาสังเกตพฤติกรรมการสร้างเครื่องมือเพื่อใช้ไล่จับสัตว์ที่มีขนาดเล็กกว่าได้ถึง 22 กรณี
แม้ว่าจะยังไม่เคยมีหลักฐานปรากฏมาก่อนว่าชิมแปนซีมีเครื่องมือไว้ล่าสัตว์อื่น แต่ก็ถือว่าการค้นพบครั้งนี้อาจเชื่อมโยงถึงพัฒนาการของมนุษย์ได้ ทั้งพรูเอ็ตซ์และเบอร์โทลานีต่างสังเกตเห็นพฤติกรรมนี้ในพื้นที่วิจัยเมืองฟองโกลี (Fongoli) ระหว่างเดือนมีนาคม 2005 – กรกฎาคม 2006
“เป็นร่องรอยให้เห็นว่าพฤติกรรมที่เกิดขึ้น อาจแตกต่างกันไปตามเวลาและสถานที่” พรูเอ็ตซ์เล่า ขณะที่ทีมวิจัยของพวกเขากำลังเฝ้าสังเกตพฤติกรรมลิงในเซเนกัลช่วงฤดูใบไม้ผลิ ก็ได้เห็นพฤติกรรมการล่าสัตว์ที่แตกต่างกันไปถึง 13 แบบ ซึ่งวิธีการหาอาหารแบบนี้ เกิดขึ้นเฉพาะกับชิมแปนซีที่อาศัยในแถบนี้เท่านั้น ถือเป็นพื้นที่ทุ่งหญ้า ที่ไม่คุ้นเคยสำหรับสายพันธุ์นี้ เพราะโดยทั่วไปชิมแปนซีจะต้องอยู่บนต้นไม้ ไต่ลงมาหาอาหาร และช่วงฤดูร้อนจะอยู่ตามถ้ำที่แห้ง
ชิมแปนซีเป็นสิ่งมีชีวิตที่มีลักษณะคล้ายมนุษย์มากที่สุด โดยมีดีเอ็นเอที่เหมือนมนุษย์ถึง 98% อีกทั้งนักวิทยาศาสตร์ยังเชื่อว่าชิมป์และมนุษย์แยกสายวิวัฒนาการจากบรรพบุรุษเดียวกันเมื่อ 7 ล้านปีก่อน และรายงานล่าสุดก็ชี้ให้เห็นร่องรอยการใช้หินทำเป็นค้อนทุบถั่วของชิมป์ แต่ยังไม่เคยมีรายงานมาก่อนว่าชิมแปนซีสามารถพัฒนาอาวุธเพื่อล่าสัตว์ได้
ทั้งนี้ จากการสังเกตพฤติกรรมของชิปม์ในฟองโกลีนั้น นักวิจัยชี้ว่าพวกลิงมีการตระเตรียมเครื่องมือล่าสัตว์ถึง 4 ขั้นตอนหรือมากกว่านั้น โดยพวกลิงเหล่านี้จะหักกิ่งไม้ พร้อมทั้งลิบกิ่งเล็กๆ และใบออก ให้เหลือแต่ตัวไม้ และบางกรณีมีการใช้ฟันแทะปลายไม้ให้แหลม
นักวิจัยสังเกตเห็นชิมป์เหล่านี้ กำลังแยงหอกเข้าไปในหลุมหรือพุ่มไม้ ซ้ำแล้วซ้ำเล่า เพื่อจัดการกับเบบี้บุชจากนั้นก็นำอาวุธมาดมหรือไม่ก็เลีย และจากการสังเกตหลายกรณี ทีมวิจัยพบว่า ชิมแปนซีใช้อาวุธชนิดนี้เป็นหอกสำหรับทิ่มแทงสัตว์ที่ต้องการจะล่า ไม่ใช่ใช้เพื่อแหย่หรือหยั่งใดๆ เพราะการทิ่มอาวุธปลายแหลมเข้าไปนั้นก็เพื่อต้องการให้เป้าหมาย ที่ซ่อนอยู่ตามรูได้รับบาดเจ็บ
ทว่าน่าเสียดายที่ทีมวิจัยไม่ได้บันทึกพฤติกรรมของลิงเหล่านี้ทั้งภาพนิ่งและภาพเคลื่อนไหว
อย่างไรก็ดี แม้จะปรากฏหลักฐานมาหลายชิ้นว่าชิมแปนซีโตเต็มวัยเพศผู้จะมีหน้าที่ล่าหาอาหารเป็นหลัก แต่ทีมวิจัยได้ระบุลงไปในรายงานฉบับดังกล่าวว่า “ชิมแปนซีวัยเริ่มสาวต่างออกล่าสัตว์มากกว่าตัวผู้เต็มวัย” โดยพวกเขาเห็นว่าพวกหล่อนกำลังเอาหอกทิ่มตัวเบบี้บุชที่หลับอยู่ในพุ่มไม้ และลากออกมากิน
”นับเป็นรูปแบบดั้งเดิมของสัตว์ประเภทไพรเมท เมื่อมีนวัตกรรมใหม่ โดยเฉพาะเครื่องมือต่างๆ ลูกหลานรุ่นใหม่จะนำไปใช้ได้เร็วกว่ารุ่นผู้ใหญ่ ซึ่งส่วนใหญ่ที่เชื่องช้าในการใช้เครื่องมือคือเพศผู้ เพราะชิมป์ตัวน้อยกับชิมป์ตัวแม่ที่พวกเขาใช้ชีวิตอยู่ด้วยกันตลอดเวลา จะเรียนรู้ทักษะการใช้เครื่องมือร่วมมือกัน ซึ่งนี่คือช่องว่างที่ตัวผู้มองข้ามไป” พรูเอตซ์กล่าว
นอกจากนี้ พรูเอตซ์ยังเชื่ออีกว่า เพศเมียอาจเป็นผู้ค้นพบและพัฒนาการใช้หอกล่าสัตว์ของชิมแปนซีกลุ่มนี้ และที่สำคัญทีมผู้รายงานผลการศึกษาชิ้นนี้ต่างก็สรุปร่วมกันว่า สิ่งที่พวกเขาค้นพบสนับสนุนทฤษฎีที่ชี้ว่า “เพศเมีย” มีบทบาทสำคัญต่อวิวัฒนาการการใช้เทคโนโลยีเป็นเครื่องมือของมนุษย์ยุคใหม่ และนี่อาจเป็นอีกหลักฐานหนึ่งที่ทำให้ต้องพิจารณาทฤษฎีวิวัฒนาการอีกครั้ง


