ไม่มีรีโมต ไม่ใช่คนบังคับ อาศัยสมองหุ่นยนต์ล้วนๆ ในศึก “โรโบคัพ” หุ่นยนต์เตะบอลอัตโนมัติ ปิดฉากด้วยแมตซ์ จุฬา-มอ.ซึ่งสุดท้ายทีม “Plasma Z” จากรั้วจามจุรีทำประตูชนะขาด 9-0 สมาชิกเผยได้แชมป์เพราะเทคนิครับ-ส่งแม่นกว่าทีมอื่น พร้อมเตรียมลัดฟ้าไปฟาดแข้งหุ่นออโต้ที่เมืองลุงแซม
การแข่งขันฟุตบอลหุ่นยนต์ชิงแชมป์ประเทศไทย 2550 รอบชิงชนะเลิศปิดฉากไปเป็นที่เรียบร้อยแล้วในค่ำวันที่ 14 ม.ค. ณ ลานกิจกรรมไอทีมอลล์ ฟอร์จูนทาวน์ โดยเป็นการชิงชัยระหว่างทีม “Plasma Z” จากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และทีม “ไข่นุ้ย” จากมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์(มอ.) โดยหุ่นยนต์อัจฉริยะจากรั้วจามจุรีสามารถทำประตูชนะขาด 9-0 คว้าตำแหน่งชนะเลิศพร้อมเป็นตัวแทนไปแข่งขันหุ่นยนต์ชิงแชมป์โลก (World Robocup 2007) ที่สหรัฐอเมริกา กลางปีนี้ ส่วนหุ่นยนต์จากแดนสะตอคว้ารางวัล “ขวัญใจประชาชน” จาการให้คะแนนของทีมต่างๆ ที่เข้าแข่งขัน พร้อมรางวัล “เทคนิคยอดเยี่ยม” จากการให้คะแนนของกรรมการ
ทั้งนี้ผู้เข้าแข่งขันต้องประดิษฐ์หุ่นยนต์ขนาดเล็กที่มีโปรแกรมปัญญาประดิษฐ์หรือเอไอ (Artificial Intelligence: AI) เพื่อลงแข่งขันฟุตบอลในสนามไม่เกิน 5 ตัว (แต่สามารถประดิษฐ์เพื่อเป็นตัวสำรองได้ไม่จำกัด) ซึ่งการแข่งขันจะเป็นไปภายใต้การตัดสินใจของหุ่นยนต์เอง และมีระยะเวลาการแข่งขัน 20 นาที แบ่งเป็นครึ่งแรก 10 นาทีและ ครึ่งหลัง 10 นาที โดยทีมที่ทำประตูได้มากกว่าจะเป็นผู้ชนะ และหากทีมใดทำประตูนำก่อน 10 ประตูก็เป็นผู้ชนะ
การแข่งขันรอบตัดเชือกในครึ่งแรก Plasma Z จากจุฬาฯ ทำแต้มนำไปก่อน 6-0 ด้วยเทคนิคการรับส่งและทำประตูที่แม่นยำ โดยความเร็วของการยิงลูก 14 เมตรต่อวินาทีหรือประมาณ 50 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ขณะที่ไข่นุ้ยมีดีในด้านการรับบอลแม่นแต่ก็พลาดไปหลายจังหวะทำให้ถูกนำห่างออกไป และหุ่นยนต์จากแดนใต้ยังประสบปัญหาขัดข้องบ่อยทำให้สมาชิกทีมต้องขอเวลานอกบ่อยครั้ง ซึ่งกติกากำหนดให้ขอเวลานอกขอได้ไม่จำกัดครั้งแต่จำกัดเวลาเพียง 10 นาที พอถึงครึ่งหลังเริ่มแข่งได้ 2 นาทีทางฝั่งจามจุรีก็ต้องยกหุ่นยนต์ออกไปซ่อม 1 ตัว แต่สุดท้ายก็ทำประตูเพิ่มมาได้อีก 3 ประตูก่อนจะหมดเวลา จึงปิดฉากการแข่งขันด้วยแต้ม 9-0
ส่วนการควบคุมหุ่นยนต์นั้นทำได้โดยกล้องที่ติดตั้งเหนือสนามแข่งซึ่งจะส่งสัญญาณไปให้คอมพิวเตอร์ของแต่ละทีมที่ข้างสนามทำการประมวลผล จากนั้นจะส่งสัญญาณควบคุมการตัดสินใจเล่นกลับมายังหุ่นยนต์ในสนามโดยอาศัยสัญญาณไร้สาย (Wireless) ที่ติดตั้งภายในสนามแข่ง ทั้งนี้แต่ละทีมจะออกแบบเอไอให้หุ่นยนต์ตัดสินใจและวางแผนการเล่นเอง โดยอาศัยภาพของการแข่งขันที่ถ่ายทอดจากกล้องเหนือสนามเป็นองค์ประกอบ
ภายหลังการแข่งขันกานต์ กาญนาภาส หัวหน้าทีม Plasma Z ซึ่งศึกษาอยู่ชั้นปีที่ 3 ภาควิชาเครื่องกล สาขาวิศวกรรมยานยนต์ คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาฯ เปิดเผยพร้อมกับสมาชิกว่า เทคนิคที่ทำให้สามารถเอาชนะคู่แข่งได้อยู่ตรงที่การควบคุมความเร็วและตำแหน่งของหุ่นยนต์ได้แม่น ทั้งยังส่งและมีโอกาสยิงประตูได้บ่อยซึ่งเป็นสิ่งที่ทีมอื่นไม่มี โดยการแข่งขันครั้งนี้ถือเป็นการซ้อมใหญ่ก่อนเดินทางไปแข่งขันที่สหรัฐ
ทั้งนี้สมาชิกทีม Plasma Z ล้วนเป็นสมาชิกของชมรมนักประดิษฐ์วิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โดยเมื่อปีที่ผ่านมาสมาชิกชมรมได้เป็นตัวแทนไปแข่งขันโรโบคัพชิงแชมป์โลกที่ประเทศเยอรมนี และคว้าอันดับ 3 กลับมาได้ ซึ่งพวกเขาได้ถ่ายทอดความทรงจำจากประสบการณ์ครั้งนั้นว่า ในสนามแข่งระดับโลกนั้นแต่ละทีมมีความสามารถที่สูสีกัน มีเทคโนโลยีชั้นสูงและมีแผนการเล่นที่หลากหลาย การมีโอกาสไปแข่งขันที่ต่างประเทศทำให้เกิดการพัฒนาที่ก้าวกระโดด
สำหรับการเตรียมพร้อมเพื่อไปแข่งขันนั้น ทีม Plasma Z เผยว่ายังต้องปรับปรุงทางด้านเครื่องกล โดยจะเขียนแบบขึ้นมาใหม่และติดมอเตอร์ใหม่ให้ยิงลูกได้มีประสิทธิภาพมากกว่าเดิม ทางด้านคอมพิวเตอร์ต้องปรับปรุงใน 2 ส่วนคือ ส่วนของเอไอที่ต้องพัฒนาแผนการเล่นให้หลากหลาย สามารถเปลี่ยนแผนการเล่นได้ฉับพลันและเรียนรู้คู่ต่อสู้เพื่อตั้งรับได้ อีกส่วนคือภาพจากกล้องเหนือสนามที่ต้องลดการใช้คนให้น้อยลงและใช้คอมพิวเตอร์ให้เกิดประโยชน์สูงสุด โดยการแข่งขันครั้งนี้พวกเขาได้ใช้กระบวนการที่เป็นวิทยาศาสตร์มากขึ้นในการพัฒนาทักษะของหุ่นยนต์ โดยมีการทดลองและทำซ้ำหลายครั้งเพื่อเก็บข้อมูล
กานต์กล่าวอีกว่าการแข่งขันหุ่นยนต์นี้ทำให้เกิดการแลกเปลี่ยนความรู้ระหว่างสถาบันซึ่งเป็นสิ่งสำคัญมาก โดยแต่ละทีมอาจมีต่างทางของตัวเอง แต่เมื่อมาเห็นทีมอื่นๆ ก็จะทำให้เกิดการพัฒนาขึ้น ซึ่งเทคโนโลยีจะพัฒนาได้ก็เมื่อมีการแลกเปลี่ยนกัน และคิดว่าทีมอื่นๆ น่าจะได้เรียนรู้จาก Plasma Z ไปพอสมควร
ด้าน ศรันย์ โพธิรัตนานนท์ สมาชิกทีม Plasma Z อีกคนที่กำลังศึกษาอยู่ชั้นปีที่ 3 ภาควิชาคอมพิวเตอร์ คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาฯ กล่าวถึงประโยชน์ของการแข่งขันหุ่นยนต์ว่า สิ่งสำคัญทำให้เรียนรู้กระบวนการคิดที่สามารถนำไปใช้ประโยชน์กับอะไรก็ได้ ต่างจากการเรียนที่สอนแค่ให้รู้ อีกทั้งหุ่นยนต์เตะฟุตบอลนี้ยังมีความมหัศจรรย์ที่สามารถเล่นได้เองโดยไม่ต้องมีคนบังคับ ซึ่งจะเป็นพื้นฐานที่จะนำไปใช้ประโยชน์ต่อไปในอนาคต
สำหรับการแข่งขันโรโบคัพชิงแชมป์ประเทศไทยนี้จัดขึ้นโดยความร่วมมือของสมาคมวิชาการหุ่นยนต์ไทย และคณะสารสนเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีปทุม ภายใต้การสนับสนุนของบริษัทซีเกท เทคโนโลยี (ประเทศไทย) จำกัด โดยจัดการแข่งขันต่อเนื่องมาตั้งแต่ปี 2546