บีบีซีนิวส์/เอเจนซี – นักดาราศาสตร์ทั่วโลกร่วมประชุมสมาพันธ์ดาราศาสตร์สากลพร้อมอภิปรายจะคงสถานภาพ “พลูโต” ให้เป็นดาวเคราะห์หรือลดระดับลงเป็นดาวน้ำแข็งขนาดเล็ก รวมถึงว่าที่ “ดาวเคราะห์ดวงที่ 10” และวัตถุอื่นๆ ในแถบไคเปอร์ ที่สำคัญเตรียมนิยามคำจัดความของ “ดาวเคราะห์” ให้ชัดเจนอีกครั้ง
นักดาราศาสตร์กว่า 3,000 คนกำลังรวมตัวกันในกรุงปรากเมืองหลวงของสาธารณะเช็ค เพื่อร่วมประชุมสมาพันธ์ดาราศาสตร์สากลครั้งที่ 26 (International Astronomical Union : IAU) โดยเริ่มขึ้นตั้งแต่วานนี้ (14 ส.ค.) และสิ้นสุดในวันที่ 25 ส.ค. ซึ่งการประชุมครั้งนี้นอกจากจะมีการเสนอข้อมูลเชิงวิชาการมากมายแล้ว ก็ยังรวมถึงการถกเถียงถึงนิยามของดาวเคราะห์ การรับรองสถานภาพว่าที่ดาวเคราะห์ดวงที่ 10 ของระบบสุริยะ และจะยังคงนับ “พลูโต” เป็นดาวเคราะห์ดวงที่ 9 หรือไม่
“พลูโต” ดาวเคราะห์ดวงที่ 9 ของระบบสุริยะถูกค้นพบในปี ค.ศ.1930 แต่ดาวเคราะห์ดวงนี้มีลักษณะต่างจากดาวเคราะห์อีก 8 ดวงที่อยู่ในระบบมาก ดังนั้นความคิดเห็นจากผู้เชี่ยวชาญต่อดาวดวงนี้จึงแยกออกไปหลายทาง บ้างก็เห็นว่าพลูโตน่าจะเป็นดาวเคราะห์น้อย หรือวัตถุขนาดใหญ่ เพราะอยู่ไกลและมีขนาดเล็กกว่าดาวเคราะห์อีก 8 ดวงมาก ขณะที่นักวิชาการบางสายก็เห็นควรให้พลูโตเป็นดาวเคราะห์ดวงที่ 9
อย่างไรก็ดี เมื่อมีการค้นพบดาว 2003-ยูบี 313 (2003UB313) ที่ห่างจากโลก 15,000 ล้านกิโลเมตรในปี 2003 โดยไมเคิล บราวน์ (Michael Brown) นักวิทยาศาสตร์ดาวเคราะห์จากสถาบันเทคโนโลยีแห่งแคลิฟอร์เนีย หรือ Caltech (California Institute of Technology) ก็มีการวิพากษ์วิจารณ์ถึงสถานภาพของพลูโตมากขึ้นไปอีก
ตั้งแต่ปี 1930 เป็นต้นมา นักดาราศาสตร์เริ่มตระหนักแล้วว่ามีวัตถุน้ำแข็งที่มีลักษณะคล้ายคลึงกับพลูโตจำนวนมากในแถบไคเปอร์ (Kuiper Belt) ซึ่งโคจรรอบดวงอาทิตย์เหนือดาวเนปจูน ทำให้นักดาราศาสตร์หลายคนเชื่อว่าพลูโตเป็นส่วนหนึ่งของดาวแคระน้ำแข็ง (icy dwarf) เหล่านั้น หาใช่วัตถุที่เรียกว่า “ดาวเคราะห์” (planet) แต่อย่างใด
ก่อนหน้านี้ แม้พลูโตจะเป็นดาวเคราะห์ที่เล็กที่สุดในบรรดาดาวเคราะห์ทั้ง 9 ของระบบสุริยะ แต่ด้วยขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางที่ยาวถึง 2,360 กิโลเมตรก็จะทำให้พลูโตกลายเป็นเทหวัตถุขนาดใหญ่ที่สุดในแถบไคเปอร์ (หากลดระดับพลูโตว่าเป็นวัตถุในแถบไคเปอร์) ที่สำคัญหลังจากค้นพบ 2003 UB313 แล้ว กล้องโทรทัศน์อวกาศฮับเบิล (Hubble Space Telescope) สามาถวัดเส้นผ่านศูนย์กลางของวัตถุที่ค้นพบใหม่นี้ได้ยาวถึง 3,000 กิโลเมตร นับว่าเป็นดาวที่ใหญ่กว่าพลูโตเสียอีก
“ดูเหมือนว่าจะไม่มีฝ่ายไหนเอาชนะฝ่ายไหนได้” พาเวล ซูชาน (Pavel Suchan) คณะกรรมการจัดการประชุมครั้งนี้เผย เพราะนักดาราศาสตร์ครึ่งหนึ่งเห็นว่าพลูโตควรเป็นดาวเคราะห์ดวงที่ 9 ต่อไป ขณะที่อีกครึ่งเห็นว่าไม่ควรเรียกดาวดวงนี้ว่าดาวเคราะห์
ทั้งนี้ ปีเตอร์ บอนด์ (Peter Bond) ราชบัณฑิตสมาคมดาราศาสตร์อังกฤษ (UK's Royal Astronomical Society) เผยความเห็นส่วนตัวว่า น่าจะจัดประเภทพลูโตเสียใหม่ พลูโตน่าจะเป็นดาวแคระน้ำแข็งมากกว่า ซึ่งดาวแคระน้ำแข็งเป็นประเภทย่อยแบบใหม่ของดาวเคราะห์ ต่างจากดาวเคราะห์น้อย
อย่างไรก็ดี ก่อนที่จะมีการถกเถียงถึงสถานภาพของพลูโต ผู้เข้าประชุมทั้งหลายจะต้องร่วมกันตกลงถึงนิยามของ “ดาวเคราะห์” ให้ได้เสียก่อน ซึ่งผู้เข้าประชุมบางส่วนหวังว่านิยามใหม่ของดาวเคราะห์จะครอบคลุมวัตถุเล็กๆ อย่างพลูโตและซีนา (Xena)* รวมถึงวัตถุต่างๆ ในแถบไคเปอร์ เซ็ดนา (Sedna)* และควาอัวร์ (Quaoar)*
ที่สำคัญสถานภาพของพลูโตในฐานะดาวเคราะห์ดวงที่ 9 ของระบบสุริยะกำลังสั่นสะเทือน ซึ่งถ้าหากพลูโตถูกลดระดับลงดาวเคราะห์ในระบบก็จะเหลือเพียง 8 ดวง และในทางตรงกันข้ามหากนิยามให้พลูโตเป็นดาวเคราะห์ต่อไป ก็อาจจะมีดาวอื่นๆ เข้าข่ายเป็นดาวเคราะห์ได้อีกอย่างน้อย 20 ดวงเลยทีเดียว ซึ่งจะเกิดผลกระทบต่อองค์ความรู้ทางด้านดาราศาสตร์ขนานใหญ่ หนังสือวิชาดาราศาสตร์ต่างๆ ก็จะล้าสมัยไปทันที และการเรียนการสอนเรื่องระบบสุริยะตามสถาบันการศึกษาก็จะต้องปรับกันใหม่หมด
การประชุมสมาพันธ์ดาราศาสตร์สากลจัดขึ้นทุกๆ 3 ปี และในครั้งนี้มีนักดาราศาสตร์จาก 75 ประเทศเข้าร่วมประชุม โดยมีการอภิปรายปัญหา (symposium) ใน 6 หัวข้อกับอีก 7 หัวข้อที่ต้องถกเถียง และมีการประชุมเฉพาะเรื่อง 52 หัวข้อ โดยจะโหวตลงคะแนนในประเด็นต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นการนิยามดาวเคราะห์ หรือสถานะของพลูโตภายในการประชุมครั้งนี้
-------------------------------
*ซีนา (Xena), เซ็ดนา (Sedna) และควาอัวร์ (Quaoar) ดาวทั้ง 3 ถูกค้นพบโดยไมเคิล บราวน์, ควาอัวร์ (2002 LM60) ค้นพบในปี 2002 , เซ็ดนา (2003 VB12) และซีนา (2003 UB313) 2 ดวงหลังค้นพบในปี 2003 ตามลำดับ ซึ่งวัตถุทั้ง 3 ถูกค้นพบในแถบไคเปอร์และเรียกกันว่า “ว่าที่ดาวเคราะห์ดวงที่ 10” แทบทุกครั้ง ซึ่งการประชุมครั้งนี้จะพิจารณาว่า “ซีนา” จะได้เป็นดาวเคราะห์ดวงที่ 10 หรือไม่


