xs
xsm
sm
md
lg

สนช.จับมือเอกชนนำ "สเต็มเซลล์" ทดลองรักษาผู้ป่วยเบาหวาน 30 ราย

เผยแพร่:   โดย: MGR Online

(จากซ้าย) ดร.ศักดิ์สิทธิ์ ตรีเดช ปลัดกระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ ดร.ประวิช รัตนเพียร รักษาการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ และพล.ต.ต.นพ.จงเจตน์ อาวเจนพงษ์ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ไทยสเตมไลฟ์ จำกัด
สนช. สนับสนุน "ไทยสเตมไลฟ์" พัฒนาโครงการนวัตกรรมการรักษาโรคแทรกซ้อนในผู้ป่วยเบาหวานด้วยสเต็มเซลล์จากเลือดและโครงการนวัตกรรมการเพิ่มจำนวนสเต็มเซลล์จากเลือดในสายสะดือ เผยนำร่องทดลองรักษา “สเต็มเซลล์” ด้วยเลือดของผู้ป่วยโรคเบาหวานอาสาสมัคร 30 คน ไม่ต้องถูกตัดขาทิ้ง ก่อนขยายผลรักษาผู้ป่วยในวงกว้าง คาดอนาคตช่วยชาติประหยัดค่ารักษาได้ถึง 32,000 ล้านบาทต่อปี

วันนี้ (10 ส.ค.) สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (สนช.) กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (วท.) ได้จัดแถลงข่าวเรื่อง “สเต็มเซลล์..นวัตกรรมการแพทย์ในอนาคต” เพื่อนำเสนอและเผยแพร่โครงการนวัตกรรมสเต็มเซลล์ เพื่อการนำไปใช้ประโยชน์ด้านการรักษาผู้ป่วยในวงการแพทย์ โดย สนช.ได้ให้การสนับสนุน 2 โครงการ ได้แก่ โครงการนวัตกรรมการรักษาโรคแทรกซ้อนในระบบเส้นเลือด ในผู้ป่วยเบาหวานด้วยสเต็มเซลล์จากกระแสโลหิต (Peripheral Blood Stem Cells;PBSC) และโครงการนวัตกรรมการเพิ่มจำนวนสเต็มเซลล์จากเลือดในสายสะดือ โดยมี ดร.ประวิช รัตนเพียร รักษาการ รมว.วิทยาศาสตร์ฯ นายศุภชัย หล่อโลหการ ผอ.สนช.และ พล.ต.ต.นพ.จงเจตน์ อาวเจนพงษ์ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ไทยสเตมไลฟ์ จำกัด ร่วมแถลงข่าว

ดร.ประวิช กล่าวว่า ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาประชากรโลกได้ประสบปัญหาโรคที่รักษาได้ หรือรักษาไม่ได้ และมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นเรื่อยๆ อาทิ โรคเบาหวาน โรคเส้นเลือดหัวใจอุดตัน โรคทางระบบประสาท ฯลฯ โดยเซลล์ต้นกำเนิด หรือสเต็มเซลล์ (Stem Cell) เป็นวิทยาการใหม่ในทางการแพทย์และเป็นความหวังในการนำไปรักษาโรค อย่างไรก็ดี การใช้สเต็มเซลล์มารักษาโรคต่างๆ ในประเทศไทยยังอยู่ในขั้นตอนของการวิจัยและพัฒนา อีกทั้งการประเมินการรักษาในขณะนี้ ยังไม่สามารถยืนยันว่าจะสามารถซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอของเนื้อเยื่อหรืออวัยวะที่มีปัญหาได้จริง เนื่องจากมีการทดลองกับผู้ป่วยจำนวนน้อยราย จึงไม่สามารถยืนยันความสำเร็จได้แน่ชัด

“สนช.จึงได้สนับสนุนบริษัท ไทยสเตมไลฟ์ จำกัด ในการพัฒนาโครงการนวัตกรรมการรักษาโรคแทรกซ้อนในระบบเส้นเลือดในผู้ป่วยเบาหวาน ด้วยสเต็มเซลล์จากกระแสโลหิต และโครงการนวัตกรรมการเพิ่มจำนวนสเต็มเซลล์จากเลือดในสายสะดือ ซึ่งนับเป็นความก้าวหน้าของวงการแพทย์ที่สามารถวิจัยและพัฒนาให้เกิดเทคโนโลยีด้านสเต็มเซลล์ขึ้นได้เองในประเทศไทย โดยไม่ต้องพึ่งพาเทคโนโลยีจากต่างประเทศ”

นายศุภชัย กล่าวว่า สนช.เห็นถึงความสำคัญของการพัฒนา “สเต็มเซลล์” จึงสนับสนุนเงินอุดหนุนให้เปล่าทางด้านวิชาการให้แก่โครงการนวัตกรรมการรักษาโรคแทรกซ้อนในระบบเส้นเลือดในผู้ป่วยเบาหวานด้วยสเต็มเซลล์จากกระแสโลหิต เพื่อศึกษาความเป็นไปได้ของเทคโนโลยีเซลล์ต้นกำเนิดในการรักษาโรคแทรกซ้อนในระบบเส้นเลือดในผู้ป่วยเบาหวาน และเป็นการทดลองระดับนำร่องวิธีการรักษาผู้ป่วยด้วยเทคโนโลยีเซลล์ต้นกำเนิด โดยมีมูลค่าโครงการรวมทั้งสิ้น 8,000,000 บาท และโครงการนวัตกรรมการเพิ่มจำนวนสเต็มเซลล์จากเลือดในสายสะดือ เพื่อศึกษาความเป็นไปได้ในการเพิ่มจำนวนสเต็มเซลล์จากเลือดในสายสะดือในระดับใช้งานจริง และเป็นการนำร่องในการนำสเต็มเซลล์ที่มาจากเลือดในสายสะดือ ที่ผ่านการเพิ่มจำนวนแล้ว มาใช้ในการรักษาโรคต่างๆ ที่เกิดจากความเสื่อมสภาพของอวัยวะต่างๆ ซึ่งมีมูลค่าโครงการรวมทั้งสิ้น 9,950,000 บาท

ด้าน พล.ต.ต.นพ.จงเจตน์ กล่าวถึงโครงการที่ร่วมมือกับ สนช. ว่า เป็นการนำเอาสเต็มเซลล์จากเลือดของผู้ป่วยที่เป็ดโรคเบาหวานมาใช้รักษาแผลที่เท้า เพื่อไม่ให้ต้องถูกตัดขา เนื่องจากสถิติพบว่า ในประเทศไทยมีผู้ป่วยที่เป็นโรคเบาหวานต้องถูกตัดขาประมาณ 40,000 คนต่อปี คิดเป็นค่าใช้จ่ายสำหรับรักษาผู้ป่วยที่เป็นแผลจากโรคเบาหวาน 600,000-2,600,000 บาท ทั้งนี้ การรักษาโรคเบาหวานด้วยสเต็มเซลล์จากเลือดของผู้ป่วยจะช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายได้ถึง 32,000 ล้านบาทต่อปี โดยเสียค่าใช้จ่ายในการเก็บสเต็มเซลล์และฉีดกลับเพื่อการรักษาประมาณ 200,000 บาท

สำหรับขั้นตอนในการรักษาโรคเบาหวานด้วย “สเต็มเซลล์” พล.ต.ต.นพ.จงเจตน์ กล่าวว่า เริ่มจากการฉีดยากระตุ้นเพื่อสร้างสเต็มเซลล์ให้ผู้ป่วยที่แพทย์วินิจฉัยว่าเป็นโรคเบาหวานและอาจจะต้องถูกตัดขา เป็นระยะเวลา 3-5 วัน หลังจากนั้นจะนำเลือดของผู้ป่วยมาเข้าเครื่องปั่นผ่านกระบวนการแยกเซลล์ โดยนำเอาเม็ดเลือดแดงฉีดกลับให้คนไข้ แล้วคัดเอาเฉพาะส่วนที่เป็นสเต็มเซลล์ประมาณ 30 ซีซี (ซึ่งต้องนับจำนวนสเต็มเซลล์ด้วยว่ามีกี่ล้านตัวต่อซีซี) มาฉีดบริเวณรอยแผลหรือบริเวณน่องของผู้ป่วย เพื่อให้สเต็มเซลล์ทำการสร้างเส้นเลือดฝอยทดแทนส่วนที่ถูกทำลายไป

“ขณะนี้ ทั้ง 2 โครงการได้ผ่านการพิจารณาจากคณะกรรมการจริยธรรมการวิจัยในมนุษย์แล้ว โดยจะรับผู้ป่วยที่เป็นโรคเบาหวานที่สมัครใจทำการรักษาด้วยวิธีการสเต็มเซลล์ให้ฟรีจำนวน 30 คน ซึ่งขณะนี้กำลังเริ่มทำการรักษาผู้ป่วยรายแรก ซึ่งคาดว่าโครงการดังกล่าวจะเสร็จสิ้นประมาณปลายปีนี้ หลังจากนั้น จะทำการวิจัยและพัฒนาสเต็มเซลล์เพื่อนำไปรักษาโรคอื่นๆ เช่น โรคหัวใจ โรคสมองเสื่อม การบาดเจ็บในกระดูกไขสันหลัง โรคไธลัสซีเมีย ต่อไป” พล.ต.ต.นพ.จงเจตน์ กล่าว
พล.ต.ต.นพ.จงเจตน์ อาวเจนพงษ์ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ไทยสเตมไลฟ์ จำกัด
แบบจำลอง สเต็มเซลล์ ในการนำไปใช้งาน