xs
xsm
sm
md
lg

เผยภูมิปัญญามังกรโบราณ "โอ่งวัดแผ่นดินไหว" ในงานสัปดาห์วิทย์ 49

เผยแพร่:   โดย: MGR Online

กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (วท.) แถลงข่าวเปิดตัวสัปดาห์วิทยาศาสตร์ปีนี้อย่างยิ่งใหญ่และน่าสนใจ
รองสมองเบาๆ ก่อนตะลุย “นิทรรศการ 7,000 ปี นวัตกรรมจีน” ในสัปดาห์วิทยาศาสตร์ 49 แกะรอยเครื่องวัดแผ่นดินไหวเครื่องแรกของโลกที่บอกทิศที่เกิดแผ่นดินไหวได้, เข็มทิศซือหนันกับแนวคิดผู้ปกครองทางทิศใต้, อ่างจักรพรรดิ “ล้างหน้าได้มือไม่เปียก” ตบท้ายด้วยเกวียนวัดระยะทาง “ทราบได้อย่างไรว่าเดินทางมาไกลแค่ไหนโดยไม่ต้องพึ่งเกจวัดระยะทางของรถ?”

ท่ามกลางอารยธรรมที่กำลังเคลื่อนตัวไปข้างหน้า เราๆ อาจเผลอคิดกันอยู่เสมอว่า ยุคที่เราอาศัยอยู่นี้ช่างเป็นยุคที่มีความเจริญก้าวหน้ามากกว่ายุคใดๆ ที่ผ่านมา ไม่ว่าจะเป็นวิทยาการ, เทคโนโลยี หรือนวัตกรรม ทว่าความคิดข้างต้นอาจไม่จริงเสมอไป “เหนือฟ้ายังมีฟ้า” โดยเศษเสี้ยวหนึ่งในนิทรรศการ “7,000 ปีนวัตกรรมจีน” ที่เราจะได้ชมใน “งานวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ ประจำปี 2549” ระหว่างวันที่ 11- 22 ส.ค. ณ ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค กรุงเทพฯ ก็อาจทำให้เรารู้สึกทึ่งและตาค้างไปเลยก็ได้

ไฮไลท์สำคัญของนิทรรศการ 7,000 นวัตกรรมจีนที่เราจะนำมาเรียกนำย่อยกันได้แก่ “เครื่องวัดแผ่นดินไหว” เครื่องแรกของโลก สมัยราชวงศ์ฮั่น ปี ค.ศ.132 ผลงานการออกแบบของชาวจีนโบราณชื่อ “จาง เหิง” (Zhang Heng) มีขนาดกว้าง 225 ซม. ยาว 225 ซม. และสูง 170 ซม. ซึ่งไม่เพียงแต่ช่วยเตือนภัยได้ว่ามีแผ่นดินไหวเกิดขึ้นแล้วเท่านั้น แต่ยังสามารถบอกทิศทางที่เกิดแผ่นดินไหวซึ่งจำแนกออกเป็น 8 ทิศได้ด้วย โดยรูปลักษณ์ที่ดูแปลกตาเหมือนชิ้นงานประดับตกแต่งฝีมือประณีตมากกว่าผลงานที่จะใช้ประโยชน์ได้จริง ประกอบไปด้วยโอ่งสำริด, มังกรคาบลูกสำริด และคางคกสำริด ภายในโอ่งเป็นหลอดหรือลูกตุ้มที่เรียกว่า “ตูจู้” (duzhu)

หลักการทำงานง่ายๆ ของเครื่องวัดแผ่นดินไหว คือ เมื่อเกิดแผ่นดินไหว การสั่นสะเทือนจะทำให้ลูกตุ้มที่มีน้ำหนักมากภายในโอ่งเอียงไปกดลงขากรรไกรของมังกรที่หันไปทางจุดเหนือศูนย์แผ่นดินไหว ทำให้ลูกสำริดหล่นออกจากปากมังกร หล่นไปสู่ปากของคางคกที่นั่งอยู่ด้านล่างในทิศที่เกิดแผ่นดินไหว ดังนั้นเสียงดังที่เกิดขึ้นจากลูกตุ้มที่เอียงไปกระทบกับโอ่งและการหล่นของลูกสำริดก็จะช่วยบอกให้เราทราบถึงการเกิดแผ่นดินไหวและทิศทางของจุดกำเนิดแผ่นดินไหวได้

มรดกตกทอดทางอารยธรรมจีนโบราณที่น่าสนใจชิ้นต่อมาได้แก่ “เข็มทิศหินแม่เหล็กโบราณ” ซึ่งเข็มทิศถือเป็น 1 ใน 4 สิ่งประดิษฐ์อันยิ่งใหญ่ของจีนยุคบรรพกาล ช่วง 300 ปีก่อนคริศตศักราช หรือราว 2,300 ปีก่อนหน้านี้ โดยบรรพบุรุษชาวจีนได้ประสบความสำเร็จในการใช้หินแม่เหล็กมาทำเข็มทิศอันแรกของโลกที่เรียกว่า “ซือหนัน” (sinan) ซึ่งแปลตามตัวอักษรจะหมายถึง “ผู้ปกครองทางใต้” ทิศที่เป็นทิศมงคลสำหรับกษัตริย์นักปกครอง โดยได้มีการกล่าวถึงซือหนันครั้งแรกในหนังสือ “หันเฟยจื่อ” (Han Feizi) ซึ่งเขียนขึ้นในยุคจั้นกว๋อ (ยุคสงครามระหว่างรัฐ,สงครามรณรัฐ) ประมาณ 475-221 ปีก่อนคริสตศักราช

ทั้งนี้ ซือหนันถูกแกะสลักขึ้นจากชิ้นของหินแม่เหล็กให้เป็นรูปทัพพีฐานเกลี้ยงและมน วางอยู่บนสมดุลบนแผ่นโลหะสำริดผิวเรียบที่หมายถึงโลก มีการแกะสลักตำแหน่งของทิศ 24 ทิศบนแผ่นสำริด เมื่อทัพพีวางอยู่บนตำแหน่งที่สมดุลแล้ว ปลายด้ามจับของทัพพีสำริดจะวางตัวชี้ไปทางทิศใต้เสมอ

พระเอกของงานอีกชิ้นที่เรียกความสนใจได้ไม่น้อย คือ “อ่างกังวานลายมังกรหลงสี่” (Longxi: Resonant Basin with dragon pattern) ซึ่งหากใครที่เป็นแฟนภาพยนตร์จีนตัวยงแล้วก็คงจะเคยเห็นอ่างกังวานลายมังกรมาบ้างแล้วก็ได้ โดยอ่างใบนี้จำลองมาจากต้นแบบในคริสต์ศตวรรษที่ 11-13 ที่มณฑลเหลียวหนิง ทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศจีน ลวดลายมังกรที่ประดับอยู่ภายในทำขึ้นมาใช้เฉพาะในราชสำนักเท่านั้น

เมื่อมีการขัดถูด้วยฝ่ามือที่เปียกหมาดๆ ในบริเวณที่จับอย่างถูกวิธีจะทำให้น้ำภายในอ่างพุ่งขึ้นมาคล้ายกับน้ำพุ จึงใช้ล้างหน้าได้โดยไม่ต้องทำให้มือเปียกทั้งมือ ซึ่งเป็นผลมาจากการสั่นสะเทือนของภาชนะที่ส่งไปถึงน้ำในอ่าง โดยผู้รู้บางรายก็กล่าวถึงอ่างกังวานลายมังกรต่างออกไปว่า น่าจะเป็นอ่างน้ำผสมเครื่องหอมมากกว่า ซึ่งเมื่อขัดถูอย่างถูกวิธีแล้ว จะทำให้ละอองน้ำหอมกระเซ็นขึ้นมาสัมผัสกับใบหน้าผู้ใช้ ทำให้ได้รับกลิ่นหอมสดชื่นในแบบของอะโรมาเทอราฟี (การบำบัดด้วยกลิ่นหอม)

นวัตกรรมจีนโบราณชิ้นสุดท้ายที่นำมาเรียกน้ำย่อยกันคือ "เกวียนแบบมีเครื่องวัดระยะทาง" (The Odometer Cart) สมัยราชวงศ์ฮั่น ค.ศ.25-250 ใกล้ยุคสามก๊ก (ค.ศ.220-280) เป็นเครื่องมือสำหรับการกำหนดระยะการเดินทาง มักใช้ในพิธีการเกี่ยวข้องกับการเดินทางของกษัตริย์ โดยเกวียนแบบนี้ใช้ชุดเฟือง 6 ตัวในการวัดระยะทาง แกนของมันถูกต่อเข้ากับ "ขบวนเฟืองทดรอบ" (Reduction Gear Train) ซึ่งขับเคลื่อนให้แกนลูกเบี้ยวหมุนไป และตุ๊กตาไม้ที่อยู่ด้านบนจะถูกกระตุ้นให้ทำงานด้วยขบวนเฟืองทดรอบนี้ด้วยเช่นกัน ในทุกๆระยะทาง 1 ลี้ หรือ ครึ่งกิโลเมตร ตุ๊กตาตัวแรกจะถูกกระตุ้นให้ขยับตีกลอง ส่วนตุ๊กตาไม้ตัวที่สองจะตีกลองที่ระยะทางทุกๆ 10 กิโลเมตร

ทั้งนี้ นอกจากผลงานมรดกตกทอดของชาวจีนที่นำมาเสนอเหล่านี้แล้ว ผู้ชมงานยังจะได้พบกับแบบจำลองสถาปัตยกรรมพระราชวัง “หย่งเล่อ” (Yongle) สถาปัตยกรรมที่งดงามและยิ่งใหญ่แห่งราชวงศ์หยวน, การปักผ้าแบบหูหนานในช่วงปลายราชวงศ์ชิง, การเข้าสลักไม้ และกระเบื้องสันหลังคาดินเผาเคลือบเงา ฯลฯ รวมทั้งนิทรรศการและการแสดงต่างๆ อาทิ การแสดงตราสัญลักษณ์การครองสิริราชสมบัติครบ 60 ปี ขนาดจิ๋ว 3 มิติ ของศูนย์ปฏิบัติการวิจัยเครื่องกำเนิดแสงซินโครตรอนแห่งชาติ, กองทัพหุ่นยนต์กว่า 30 ตัวจากประเทศญี่ปุ่น, การโชว์แอโรเจลวัสดุกันความร้อนที่เบาที่สุดในโลก และการจำลองเสมือนจริงการเกิดภัยพิบัติต่างๆ

สำหรับผู้สนใจต้องการเห็นและสัมผัสกับนวัตกรรมจีนโบราณเหล่านี้ด้วยตัวเองแล้ว ก็สามารถไปเยี่ยมชมได้ที่นิทรรศการ “7,000 ปี นวัตกรรมจีน” ในงานวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ ประจำปี 2549 ระหว่างวันที่ 11- 22 ส.ค. ณ ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค กรุงเทพฯ โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย ซึ่งการจัดงานวันแรกจะเปิดให้ประชาชนทั่วไปเข้าชมงานตั้งแต่วันที่ 11 ส.ค.เวลา 14.00-21.00 น., วันเสาร์ที่ 12 และ 21 ส.ค. เวลา 09.00-21.00 น. และวันอื่นๆ เวลา 09.00 -18.00 น.

หากผู้ที่มาร่วมงานรายใดโดยสารรถไฟฟ้ามาลงที่สถานีอ่อนนุชแล้ว ก็สามารถต่อรถโดยสารรับส่งฟรีที่ได้จัดไว้เพื่อมาร่วมงานได้ทันที รวมทั้งยังมีบริการรับส่งฟรีจากองค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ (อพวช.) อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี ซึ่งเป็นหน่วยงานหลักในการจัดงาน เพื่อไปร่วมงาน หรือหากต้องการสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมก็สามารถติดต่อได้ที่ฝ่ายจัดงานที่เบอร์โทรศัพท์ 0-2577-9999 ต่อ 1829, 1830
นิทรรศการ 7,000 นวัตกรรมจีน ที่ยกผลงานจากองค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ (อพวช.) มาจัดแสดงให้ชมในงานแบบเต็มอิ่ม




คลิกที่ไอคอน Manager Multimedia
เพื่อรับชมภาพเพิ่มเติม


ดูภาพชุดจาก Manager Multimedia

แบบจำลองเครื่องวัดแผ่นดินไหว ของดีแดนมังกร
::: อ่านข่าวอื่นๆ เกี่ยวกับสัปดาห์วิทยาศาสตร์แห่งชาติประจำปี 2549 :::

- เข้าห้องแล็บไบโอเทค “ระเบิดเซลล์-แยกดีเอ็นเอ” ในสัปดาห์วิทย์ 49
- “คลื่นครื้นเครง” ในนครแห่งพลังงานไร้รูป
- เผย 5 วันยอดผู้ชมงานสัปดาห์วิทย์ 49 ทะลุ 5 แสน
- “คาโปะจัง” ตุ๊กตานาโนดูดกลิ่น ดึงเรื่องไฮเทคลงสิ่งใกล้ตัว
- 8 นักผจญเพลิงสอนวิธีเอาตัวรอดจากไฟไหม้แบบเสมือนจริงในสัปดาห์วิทย์ 49
- ก.วิทย์แก้ปัญหารถฟรี "สัปดาห์วิทย์" จัดเพิ่มเป็น 6 คันออกทุก 15 นาที
- หลายครอบครัวชื่นมื่นทยอยร่วมงานสัปดาห์วิทย์ 49 ครึกครื้น
- ชมภาพประชาชนแห่ร่วมงานสัปดาห์วิทย์ล้นหลาม
- สัปดาห์วิทย์วันที่ 3 คนทะลุ 8 หมื่น - ชัทเทิลบัสรับส่งไม่ดีสมอ้าง
- “พล เดอะสตาร์” เชื่อเปลี่ยนวิทยาศาสตร์น่าเบื่อให้สนุกด้วยวิธีนำเสนอ
- ร่วมตอบปัญหา “เมก้าเคลฟเวอร์” ฉบับไทยที่ฉลาดสุดสุด
- “คุณหญิงสุมณฑา” เผยแม้อยู่ในวงการนานก็ยังตื่นเต้นกับ “สัปดาห์วิทย์”
- นักบินอวกาศคนแรกของญี่ปุ่น เผยประสบการณ์นอกโลกในงานสัปดาห์วิทย์
- ไบเทคพร้อมรับคนเข้าชมสัปดาห์วิทย์วันละ 1 แสน
- สมเด็จพระเทพฯ ตรัสสัปดาห์วิทย์ช่วยเปิดโลกทัศน์ประชาชน
-เตรียมตัวให้พร้อมก่อนพบ “กองทัพหุ่นยนต์” บุกสัปดาห์วิทย์ 49
-โชว์ “ตราฉลอง 60 ปี” ขนาดจิ๋วแบบสามมิติในสัปดาห์วิทย์ 49
-"พี่มอส-บัวชมพู" ชวนเที่ยวสัปดาห์วิทย์ อยากให้น้องเป็นนักวิทยาศาสตร์กันเยอะๆ
เข็มทิศโบราณอายุ 2,300 ปี
มอส ปฏิภาณ ปฐวิกานต์ พรีเซ็นเตอร์ของงานกับอ่างกังวานลายมังกร
แบบจำลองเกวียนแบบมีเครื่องวัดระยะทาง