พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงสนพระราชหฤทัยและให้การสนับสนุนส่งเสริมทางด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีไทยมาโดยตลอด ยังความปลื้มปีติแก่เหล่าพสกนิกรทุกหมู่เหล่า ไม่เว้นแม้แต่คนวงในวิทยาศาสตร์ทั้งรุ่นเล็กและรุ่นใหญ่ ต่างมีความประทับใจและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระองค์ท่านอย่างหาที่สุดมิได้ “ผู้จัดการวิทยาศาสตร์” จึงได้ประมวลความประทับใจของเหล่าคนในแวดวงวิทยาศาสตร์ที่มีต่อพระองค์ท่านมาให้อ่านกัน

ดร.ประวิช รัตนเพียร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
“เป็นบุญของพี่น้องประชาชนคนไทย ที่เรามีพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ซึ่งทรงพระราชทานแนวความคิด วิธีการปฏิบัติตลอดจนนวัตกรรมใหม่ๆ ให้แก่สังคมไทยมาโดยตลอดที่ทรงครองราชย์เป็นประมุขของประเทศ ในวันนี้เรามีการแก้ไขปัญหาหลายเรื่องจากพระราชดำริที่พระองค์ทรงพระราชทานเตือนพี่น้องประชาชนคนไทยว่าอะไรจะเกิดขึ้น ทรงเตือนประชาชนเรื่องพลังงาน เมื่อ 20 ปีที่แล้ว คนอาจจะให้ความสนใจกับพระราชกระแสรับสั่งน้อย แต่วันนี้เห็นได้ชัดว่าที่เราต้องมานั่งแก้ไขปัญหากันอยู่ ต้องอาศัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีที่ทรงพระกรุณากับสังคมไทย แม้กระทั่งสิ่งที่เกิดขึ้นเร็วๆ นี้เรื่องสิ่งแวดล้อม นั่นคือเรื่องรักษาป่า ต้นน้ำลำธารที่มีผลกระทบ และการดูแลรักษาให้เราสามารถมีน้ำกินน้ำใช้บริโภคอยู่ได้ ก็เป็นวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีที่ทรงพระกรุณาไว้ทั้งสิ้น นี่คือพระมหากรุณาธิคุณที่พสกนิกรชาวไทยต้องระลึกตลอดเวลา จากจุดนี้ทำให้เราต้องเร่งรัดในวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีทุกด้าน”

ดร.ศักรินทร์ ภูมิรัตน ผู้อำนวยการสำนักพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.)
“ พระองค์ท่านทรงใช้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีสูงมากในการพัฒนาประเทศ ไม่ว่าจะเป็นการพัฒนาเรื่องน้ำ เรื่องการเกษตร การสื่อสาร ความรู้ สุขภาพ พระองค์ใช้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีมาโดยตลอด สมัยก่อนครั้งที่พระองค์เสด็จทางเหนือ ซึ่งทอดพระเนตรเห็นชาวเขาที่ปลูกฝิ่น ท่านเห็นว่าถ้านำเอาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีมาทำให้เขามีพืชที่มีรายได้สูงทดแทนฝิ่นได้ ก็จะทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงจากการปลูกฝิ่นไปปลูกอย่างอื่น ซึ่งปัจจุบันก็ประสบความสำเร็จมาก และท่านก็ทอดพระเนตรเห็นว่า ถ้าเรามีวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีปรับปรุงเอาพืชที่มีมูลค่าที่ทดแทนฝิ่นได้มาปลูกก็จะได้ประโยชน์ ส่วนเรื่องน้ำ พระองค์ก็ใช้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีในการจัดการน้ำ การสร้างเขื่อน เมื่อมีน้ำมีเทคโนโลยีทางการเกษตรก็จะช่วยแก้ปัญหาความยากจน ซึ่งประทับใจที่พระองค์ทรงมีพระปรีชาสามารถในการทอดพระเนตรเห็นอย่างชัดเจนและมองอย่างเป็นองค์รวม”

รศ.ดร.ประสาทพร สมิตะมาน ผู้อำนวยการมูลนิธิโครงการหลวง
“พระองค์ท่านทรงเป็นนักวิทยาศาสตร์โดยกำเนิด เพราะพระองค์มีลักษณะการคิด ทดลอง และสรุปผลอย่างเป็นระบบ คือมีการวางแผนที่ดี ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการปลูกป่า ระบบน้ำชลประทาน ทรงมีการไตร่ตรองสืบหาแหล่งข้อมูลล่วงหน้า ซึ่งเป็นลักษณะของนักวิทยาศาสตร์ ทรงวางแผนพัฒนาประเทศอย่างต่อเนื่อง และทรงเน้นเรื่องเศรษฐกิจพอเพียง นอกจากนี้ การปลุกพืชหมุนเวียนก็เป็นแนวคิดพระราชทานของพระองค์ ทำให้ชาวบ้านไม่ไปอาศัยอยู่ที่อื่นและการถางป่าก็ลดลงด้วย”

นายชาญชัย เพียรวิจารณ์พงศ์ ผู้อำนวยการ สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (สทอภ.)
“พระองค์ท่านทรงเป็นนักประดิษฐ์คิดค้น โดยทรงประดิษฐ์สิ่งต่างๆ ที่เป็นประโยชน์ต่อวงการวิทยาศาสตร์ เช่น การกำจัดน้ำเสีย หรือการทำออกซิเจนในน้ำ ท่านเป็นนักปฏิบัติ เป็นนักวิทยาศาสตร์โดยธรรมชาติ ทรงสนใจทางด้านภูมิศาสตร์และการใช้แผนที่ โดยประยุกต์นำวิทยาศาสตร์ไปช่วยเหลือประชาชน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องน้ำและป่า แม้พระองค์จะไม่ได้สำเร็จการศึกษาทางด้านวิทยาศาสตร์โดยตรง แต่ทรงประยุกต์นำความรู้ไปใช้ประโยชน์ในด้านต่างๆ”

ดร.ทวีศักดิ์ กออนันตกุล ผู้อำนวยการ ศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ (เนคเทค)
“จากที่ได้ศึกษางานของพระองค์ท่านทางด้านวิทยาศาสตร์ ในงานสัปดาห์วิทยาศาสตร์และวันเทคโนโลยีแห่งชาติ ทำให้ได้ศึกษาผลงานทางวิทยาศาสตร์ของพระองค์ท่านมาก ไม่ว่าจะเป็นการศึกษาเกี่ยวกับน้ำ การบริหารจัดการน้ำ การบริหารจัดการจราจร ทรงออกแบบสะพานหรือถนนที่สำคัญๆ ซึ่งช่วยลดปัญหาการจราจรได้เยอะ ที่สำคัญคือเรื่องการสื่อสารที่พระองค์ท่านทรงห่วงใยประชาชน ซึ่งเป็นเรื่องที่นักวิทยาศาสตร์ไทยควรศึกษา ทั้งนี้ เนคเทคได้ทำเว็บไซต์ www.technology.thai.net เพื่อให้ผู้ที่สนใจผลงานของพระองค์ท่านทางด้านวิทยาศาสตร์ในทุกๆ ด้าน”

รศ.บุญรักษา สุนทรธรรม ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ
“ในหลวงท่านทรงโปรดวิชาดาราศาสตร์มาก ประทับใจที่ท่านทรงสนับสนุนให้เกิดกิจกรรมด้านดาราศาสตร์มาโดยตลอด เช่น กิจกรรมดาราศาสตร์โอลิมปิก ทรงสนับสนุนให้เกิดการศึกษาและค้นคว้าในเรื่องของดาราศาสตร์อย่างจริงจังนอกจากจะดูดาวเพียงอย่างเดียว ทรงนำหลักการทางฟิสิกส์มาใช้ในดาราศาสตร์ด้วย”

นายชอบวิทย์ ลับไพรี รองเลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการการวิจัยแห่งชาติ
“จากที่เคยสนองงานพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในโครงการจรวดฝนเทียม สิ่งหนึ่งที่ผมศรัทธาพระองค์ท่านมาก คือ ท่านมีความรู้และประสบการณ์มากจริง ท่านจะให้คำแนะนำตลอด และเป็นกันเองกับนักวิจัยมาก ไม่ได้เอาความคิดของพระองค์เองมาเป็นใหญ่ แต่เปิดโอกาสให้ใช้เหตุใช้ผลชี้แจงในสิ่งที่เห็นชัดกับพระองค์ได้ พระองค์ท่านเป็นผู้ที่ผมซึ่งเป็นพสกนิกรคนไทยคนหนึ่งมีความภาคภูมิใจที่มีพระมหากษัตริย์ที่ทรงมีพระปรีชาสามารถขนาดนี้ ผมมีอายุมากแล้ว มีประสบการณ์อยู่ในหลายประเทศ ยังไม่เคยเห็นพระมหากษัตริย์พระองค์ใดในโลกที่ทุ่มเทเท่าพระองค์ ซึ่งแม้แต่ในต่างประเทศก็ยังยกย่อง”

ดร.ศรันย์ สัมฤทธิ์เดชขจร นักวิจัยศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ (เนคเทค)
“ในหลวงทรงทอดพระเนตรเห็นปัญหาอย่างเป็นระบบ มองว่าสาเหตุเกิดจากอะไร ทรงพยายามหาแนวทางว่าจะทำอย่างไร ทรงหาวิธีการเพื่อบรรเทาความทุกข์ยากแก่ราษฎรอย่างเหมาะสมกับสภาพสังคมไทย และสิ่งแวดล้อม ทั้งสิ่งแวดล้อมทางธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อมทางคน ส่วนสิ่งประดิษฐ์ของพระองค์ที่ประทับใจ คือ "เรือใบ” ที่พระองค์ทรงลงฝีพระหัตถ์เอง เพราะเป็นงานที่พระองค์ทรงประณีตและมีความละเอียดมากทุกขั้นตอน”

ดร.บุญเฮียง พรมดอนกอย นักวิจัยศูนย์พันธุวิศวกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพแห่งชาติ (ไบโอเทค)
“ในหลวงทรงเป็นนักวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีในขณะเดียวกัน คือพระองค์ไม่ได้ทรงทราบเพียงอย่างเดียว แต่ทรงประยุกต์ใช้ได้ด้วย โดยมีโครงการพระราชดำริหลายโครงการที่พระองค์ทรงนำเอาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีมาประยุกต์ใช้ ทั้งทางด้านการเกษตรที่มีการปลูกพืชคลุมดิน ทางด้านสิ่งแวดล้อมก็มีเครื่องบำบัดน้ำเสียชัยพัฒนา หรือทางด้านพลังงานพระองค์ก็ทรงสนับสนุนในเรื่องไบโอดีเซล นอกจากนี้ ยังทรงให้ความสำคัญกับวิทยาศาสตร์การแพทย์ พระองค์ทรงให้ความสำคัญกับทุกเรื่องที่เกี่ยวข้องกับความทุกข์สุขของคนไทย”

ดร.รุ้งนภา ทองพูล นักวิจัยจากศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ (เอ็มเทค) ที่คว้าเหรียญเงินจากงาน “บรัสเซลส์ ยูเรก้า 2004” จากผลงาน “ฟิล์มใสดัดได้ ลดการผ่านของรังสีอัลตราไวโอเลตและรังสีอินฟราเรด”
"ทรงเป็นแบบอย่างให้แก่นักวิทยาศาสตร์ไทย และคนไทยในหลายๆ ด้าน เช่น การปกครองคน การถือประโยชน์ของส่วนรวม การเอาใจเขามาใส่ใจเรา อีกทั้งพระราชจริยวัตรที่งดงาม โดยสิ่งที่ได้ยึดถือเป็นแบบอย่างมาจากพระองค์คือ เวลาเราจะทำอะไรก็ต้องทำให้ดีที่สุด ทำงานเพื่อให้เกิดประโยชน์แก่ส่วนรวม รู้สึกดีใจที่พระองค์ทรงครองราชย์ครบ 60 ปี ซึ่งตัวเองเกิดไม่ทันได้เห็นพระราชกรณียกิจของพระองค์ทั้งหมด แต่เท่าที่ดูจากเทปที่ทีวีช่องต่างๆ ได้นำมาเสนอแล้วก็รู้สึกทึ่งมากๆ ทั้งพระราชจริยวัตรเมื่อครั้นทรงพระเยาว์จวบจนปัจจุบัน ซึ่งพระองค์ได้ทรงงานเพื่อคนไทยตลอดมา”
ด้วยสายพระเนตรอันยาวไกล และเปี่ยมไปด้วยพระเมตตาของพระองค์ท่าน นำมาซึ่ง “โครงการพระราชดำริ” ที่นำเอาหลักการทางวิทยาศาสตร์มาประยุกต์ใช้ ส่งผลบรรเทาความทุกข์ยากให้เหล่าพสกนิกรไทยสืบมา พระมหากรุณาธิคุณของพระองค์จึงเปรียบดั่งมหาสมุทรที่ไม่สามารถบรรยายความรู้สึกประทับใจ หรือกลั่นออกมาเป็นคำพูดได้ครบหมดทุกคำ
อ่านข่าวเพิ่มเติมได้ที่
“กังหันชัยพัฒนา” วิดน้ำเสียเติมออกซิเจน “สิทธิบัตรในพระปรมาภิไธย”
“ฝนเทียมไทย” ไม่แพ้ใครในโลก ด้วยสูตรเฉพาะส่วนพระองค์
“เรือใบตระกูลมด” ผลงานจากฝีพระหัตถ์และแบบฉบับเฉพาะพระองค์
“แก๊สโซฮอล์-ไบโอดีเซล” รับวิกฤตพลังงาน พระราชดำริล่วงหน้ากว่า 40 ปี
ถ่ายทอดพระอัจฉริยภาพดนตรีผ่าน “ฮอโลแกรม” ฝีมือไทย
วช.เทิดทูนพระบารมี ทูลเกล้าฯ ถวาย “สิทธิบัตรฝนหลวง”ในต่างประเทศ
“ในหลวง” พระผู้ทรงบำบัดทุกข์-บำรุงสุขราษฎร์ ด้วยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
เปิดแฟ้มผลงานในพระองค์ 10 รางวัลระดับโลกเวที “บรัสเซลส์ ยูเรก้า”
ภาพทรงจำแสนปีติจากพสกนิกรผู้ถวายงานวิทยาศาสตร์ “ทรงแตกฉานแม้เรื่องเฉพาะทาง”
ดร.ประวิช รัตนเพียร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
“เป็นบุญของพี่น้องประชาชนคนไทย ที่เรามีพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ซึ่งทรงพระราชทานแนวความคิด วิธีการปฏิบัติตลอดจนนวัตกรรมใหม่ๆ ให้แก่สังคมไทยมาโดยตลอดที่ทรงครองราชย์เป็นประมุขของประเทศ ในวันนี้เรามีการแก้ไขปัญหาหลายเรื่องจากพระราชดำริที่พระองค์ทรงพระราชทานเตือนพี่น้องประชาชนคนไทยว่าอะไรจะเกิดขึ้น ทรงเตือนประชาชนเรื่องพลังงาน เมื่อ 20 ปีที่แล้ว คนอาจจะให้ความสนใจกับพระราชกระแสรับสั่งน้อย แต่วันนี้เห็นได้ชัดว่าที่เราต้องมานั่งแก้ไขปัญหากันอยู่ ต้องอาศัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีที่ทรงพระกรุณากับสังคมไทย แม้กระทั่งสิ่งที่เกิดขึ้นเร็วๆ นี้เรื่องสิ่งแวดล้อม นั่นคือเรื่องรักษาป่า ต้นน้ำลำธารที่มีผลกระทบ และการดูแลรักษาให้เราสามารถมีน้ำกินน้ำใช้บริโภคอยู่ได้ ก็เป็นวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีที่ทรงพระกรุณาไว้ทั้งสิ้น นี่คือพระมหากรุณาธิคุณที่พสกนิกรชาวไทยต้องระลึกตลอดเวลา จากจุดนี้ทำให้เราต้องเร่งรัดในวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีทุกด้าน”
ดร.ศักรินทร์ ภูมิรัตน ผู้อำนวยการสำนักพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.)
“ พระองค์ท่านทรงใช้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีสูงมากในการพัฒนาประเทศ ไม่ว่าจะเป็นการพัฒนาเรื่องน้ำ เรื่องการเกษตร การสื่อสาร ความรู้ สุขภาพ พระองค์ใช้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีมาโดยตลอด สมัยก่อนครั้งที่พระองค์เสด็จทางเหนือ ซึ่งทอดพระเนตรเห็นชาวเขาที่ปลูกฝิ่น ท่านเห็นว่าถ้านำเอาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีมาทำให้เขามีพืชที่มีรายได้สูงทดแทนฝิ่นได้ ก็จะทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงจากการปลูกฝิ่นไปปลูกอย่างอื่น ซึ่งปัจจุบันก็ประสบความสำเร็จมาก และท่านก็ทอดพระเนตรเห็นว่า ถ้าเรามีวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีปรับปรุงเอาพืชที่มีมูลค่าที่ทดแทนฝิ่นได้มาปลูกก็จะได้ประโยชน์ ส่วนเรื่องน้ำ พระองค์ก็ใช้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีในการจัดการน้ำ การสร้างเขื่อน เมื่อมีน้ำมีเทคโนโลยีทางการเกษตรก็จะช่วยแก้ปัญหาความยากจน ซึ่งประทับใจที่พระองค์ทรงมีพระปรีชาสามารถในการทอดพระเนตรเห็นอย่างชัดเจนและมองอย่างเป็นองค์รวม”
รศ.ดร.ประสาทพร สมิตะมาน ผู้อำนวยการมูลนิธิโครงการหลวง
“พระองค์ท่านทรงเป็นนักวิทยาศาสตร์โดยกำเนิด เพราะพระองค์มีลักษณะการคิด ทดลอง และสรุปผลอย่างเป็นระบบ คือมีการวางแผนที่ดี ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการปลูกป่า ระบบน้ำชลประทาน ทรงมีการไตร่ตรองสืบหาแหล่งข้อมูลล่วงหน้า ซึ่งเป็นลักษณะของนักวิทยาศาสตร์ ทรงวางแผนพัฒนาประเทศอย่างต่อเนื่อง และทรงเน้นเรื่องเศรษฐกิจพอเพียง นอกจากนี้ การปลุกพืชหมุนเวียนก็เป็นแนวคิดพระราชทานของพระองค์ ทำให้ชาวบ้านไม่ไปอาศัยอยู่ที่อื่นและการถางป่าก็ลดลงด้วย”
นายชาญชัย เพียรวิจารณ์พงศ์ ผู้อำนวยการ สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (สทอภ.)
“พระองค์ท่านทรงเป็นนักประดิษฐ์คิดค้น โดยทรงประดิษฐ์สิ่งต่างๆ ที่เป็นประโยชน์ต่อวงการวิทยาศาสตร์ เช่น การกำจัดน้ำเสีย หรือการทำออกซิเจนในน้ำ ท่านเป็นนักปฏิบัติ เป็นนักวิทยาศาสตร์โดยธรรมชาติ ทรงสนใจทางด้านภูมิศาสตร์และการใช้แผนที่ โดยประยุกต์นำวิทยาศาสตร์ไปช่วยเหลือประชาชน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องน้ำและป่า แม้พระองค์จะไม่ได้สำเร็จการศึกษาทางด้านวิทยาศาสตร์โดยตรง แต่ทรงประยุกต์นำความรู้ไปใช้ประโยชน์ในด้านต่างๆ”
ดร.ทวีศักดิ์ กออนันตกุล ผู้อำนวยการ ศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ (เนคเทค)
“จากที่ได้ศึกษางานของพระองค์ท่านทางด้านวิทยาศาสตร์ ในงานสัปดาห์วิทยาศาสตร์และวันเทคโนโลยีแห่งชาติ ทำให้ได้ศึกษาผลงานทางวิทยาศาสตร์ของพระองค์ท่านมาก ไม่ว่าจะเป็นการศึกษาเกี่ยวกับน้ำ การบริหารจัดการน้ำ การบริหารจัดการจราจร ทรงออกแบบสะพานหรือถนนที่สำคัญๆ ซึ่งช่วยลดปัญหาการจราจรได้เยอะ ที่สำคัญคือเรื่องการสื่อสารที่พระองค์ท่านทรงห่วงใยประชาชน ซึ่งเป็นเรื่องที่นักวิทยาศาสตร์ไทยควรศึกษา ทั้งนี้ เนคเทคได้ทำเว็บไซต์ www.technology.thai.net เพื่อให้ผู้ที่สนใจผลงานของพระองค์ท่านทางด้านวิทยาศาสตร์ในทุกๆ ด้าน”
รศ.บุญรักษา สุนทรธรรม ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ
“ในหลวงท่านทรงโปรดวิชาดาราศาสตร์มาก ประทับใจที่ท่านทรงสนับสนุนให้เกิดกิจกรรมด้านดาราศาสตร์มาโดยตลอด เช่น กิจกรรมดาราศาสตร์โอลิมปิก ทรงสนับสนุนให้เกิดการศึกษาและค้นคว้าในเรื่องของดาราศาสตร์อย่างจริงจังนอกจากจะดูดาวเพียงอย่างเดียว ทรงนำหลักการทางฟิสิกส์มาใช้ในดาราศาสตร์ด้วย”
นายชอบวิทย์ ลับไพรี รองเลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการการวิจัยแห่งชาติ
“จากที่เคยสนองงานพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในโครงการจรวดฝนเทียม สิ่งหนึ่งที่ผมศรัทธาพระองค์ท่านมาก คือ ท่านมีความรู้และประสบการณ์มากจริง ท่านจะให้คำแนะนำตลอด และเป็นกันเองกับนักวิจัยมาก ไม่ได้เอาความคิดของพระองค์เองมาเป็นใหญ่ แต่เปิดโอกาสให้ใช้เหตุใช้ผลชี้แจงในสิ่งที่เห็นชัดกับพระองค์ได้ พระองค์ท่านเป็นผู้ที่ผมซึ่งเป็นพสกนิกรคนไทยคนหนึ่งมีความภาคภูมิใจที่มีพระมหากษัตริย์ที่ทรงมีพระปรีชาสามารถขนาดนี้ ผมมีอายุมากแล้ว มีประสบการณ์อยู่ในหลายประเทศ ยังไม่เคยเห็นพระมหากษัตริย์พระองค์ใดในโลกที่ทุ่มเทเท่าพระองค์ ซึ่งแม้แต่ในต่างประเทศก็ยังยกย่อง”
ดร.ศรันย์ สัมฤทธิ์เดชขจร นักวิจัยศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ (เนคเทค)
“ในหลวงทรงทอดพระเนตรเห็นปัญหาอย่างเป็นระบบ มองว่าสาเหตุเกิดจากอะไร ทรงพยายามหาแนวทางว่าจะทำอย่างไร ทรงหาวิธีการเพื่อบรรเทาความทุกข์ยากแก่ราษฎรอย่างเหมาะสมกับสภาพสังคมไทย และสิ่งแวดล้อม ทั้งสิ่งแวดล้อมทางธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อมทางคน ส่วนสิ่งประดิษฐ์ของพระองค์ที่ประทับใจ คือ "เรือใบ” ที่พระองค์ทรงลงฝีพระหัตถ์เอง เพราะเป็นงานที่พระองค์ทรงประณีตและมีความละเอียดมากทุกขั้นตอน”
ดร.บุญเฮียง พรมดอนกอย นักวิจัยศูนย์พันธุวิศวกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพแห่งชาติ (ไบโอเทค)
“ในหลวงทรงเป็นนักวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีในขณะเดียวกัน คือพระองค์ไม่ได้ทรงทราบเพียงอย่างเดียว แต่ทรงประยุกต์ใช้ได้ด้วย โดยมีโครงการพระราชดำริหลายโครงการที่พระองค์ทรงนำเอาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีมาประยุกต์ใช้ ทั้งทางด้านการเกษตรที่มีการปลูกพืชคลุมดิน ทางด้านสิ่งแวดล้อมก็มีเครื่องบำบัดน้ำเสียชัยพัฒนา หรือทางด้านพลังงานพระองค์ก็ทรงสนับสนุนในเรื่องไบโอดีเซล นอกจากนี้ ยังทรงให้ความสำคัญกับวิทยาศาสตร์การแพทย์ พระองค์ทรงให้ความสำคัญกับทุกเรื่องที่เกี่ยวข้องกับความทุกข์สุขของคนไทย”
ดร.รุ้งนภา ทองพูล นักวิจัยจากศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ (เอ็มเทค) ที่คว้าเหรียญเงินจากงาน “บรัสเซลส์ ยูเรก้า 2004” จากผลงาน “ฟิล์มใสดัดได้ ลดการผ่านของรังสีอัลตราไวโอเลตและรังสีอินฟราเรด”
"ทรงเป็นแบบอย่างให้แก่นักวิทยาศาสตร์ไทย และคนไทยในหลายๆ ด้าน เช่น การปกครองคน การถือประโยชน์ของส่วนรวม การเอาใจเขามาใส่ใจเรา อีกทั้งพระราชจริยวัตรที่งดงาม โดยสิ่งที่ได้ยึดถือเป็นแบบอย่างมาจากพระองค์คือ เวลาเราจะทำอะไรก็ต้องทำให้ดีที่สุด ทำงานเพื่อให้เกิดประโยชน์แก่ส่วนรวม รู้สึกดีใจที่พระองค์ทรงครองราชย์ครบ 60 ปี ซึ่งตัวเองเกิดไม่ทันได้เห็นพระราชกรณียกิจของพระองค์ทั้งหมด แต่เท่าที่ดูจากเทปที่ทีวีช่องต่างๆ ได้นำมาเสนอแล้วก็รู้สึกทึ่งมากๆ ทั้งพระราชจริยวัตรเมื่อครั้นทรงพระเยาว์จวบจนปัจจุบัน ซึ่งพระองค์ได้ทรงงานเพื่อคนไทยตลอดมา”
ด้วยสายพระเนตรอันยาวไกล และเปี่ยมไปด้วยพระเมตตาของพระองค์ท่าน นำมาซึ่ง “โครงการพระราชดำริ” ที่นำเอาหลักการทางวิทยาศาสตร์มาประยุกต์ใช้ ส่งผลบรรเทาความทุกข์ยากให้เหล่าพสกนิกรไทยสืบมา พระมหากรุณาธิคุณของพระองค์จึงเปรียบดั่งมหาสมุทรที่ไม่สามารถบรรยายความรู้สึกประทับใจ หรือกลั่นออกมาเป็นคำพูดได้ครบหมดทุกคำ
อ่านข่าวเพิ่มเติมได้ที่
“กังหันชัยพัฒนา” วิดน้ำเสียเติมออกซิเจน “สิทธิบัตรในพระปรมาภิไธย”
“ฝนเทียมไทย” ไม่แพ้ใครในโลก ด้วยสูตรเฉพาะส่วนพระองค์
“เรือใบตระกูลมด” ผลงานจากฝีพระหัตถ์และแบบฉบับเฉพาะพระองค์
“แก๊สโซฮอล์-ไบโอดีเซล” รับวิกฤตพลังงาน พระราชดำริล่วงหน้ากว่า 40 ปี
ถ่ายทอดพระอัจฉริยภาพดนตรีผ่าน “ฮอโลแกรม” ฝีมือไทย
วช.เทิดทูนพระบารมี ทูลเกล้าฯ ถวาย “สิทธิบัตรฝนหลวง”ในต่างประเทศ
“ในหลวง” พระผู้ทรงบำบัดทุกข์-บำรุงสุขราษฎร์ ด้วยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
เปิดแฟ้มผลงานในพระองค์ 10 รางวัลระดับโลกเวที “บรัสเซลส์ ยูเรก้า”
ภาพทรงจำแสนปีติจากพสกนิกรผู้ถวายงานวิทยาศาสตร์ “ทรงแตกฉานแม้เรื่องเฉพาะทาง”


